หมอวรงค์ร้อง กกต. ตรวจสอบ “ทักษิณ” ครอบงำและชี้นำนโยบายพรรคเพื่อไทย หลังขึ้นเวทีช่วยหาเสียงนายก อบจ. อุดร ปราศรัยด้วยข้อความหลายช่วงที่แสดงว่าเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจนโยบายพรรค พร้อมทั้งขอให้ตรวจสอบพรรคเพื่อไทยที่รู้เห็นเป็นใจให้ทักษิณควบคุมชี้นำกิจกรรมทางการเมืองของพรรค
18 พ.ย. 2567 วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก “วรงค์ เดชกิจวิกรม - Warong Dechgitvigrom” ระบุ “ทักษิณมีสิทธิพูดเราก็มีสิทธิ์ตรวจสอบ” โดยวรงค์ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบบุคคลและพรรคการเมืองกระทำผิดกฎหมาย กรณีทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีช่วยหาเสียงนายก อบจ. อุดร และมีการปราศรัยด้วยข้อความหลายช่วงที่แสดงว่าเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของพรรคใน 5 ประเด็น ดังนี้
1. การแจกเงิน10,000บาท ที่ทักษิณยืนยันว่ามาแน่ และอ้างว่าเป็นวัฒนธรรมที่สืบมาจากพรรคไทยรักไทยที่พูดอะไรแล้วต้องทำ
2. ค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 400 บาท
3. โอทอป ที่ระบุว่า ดูข้อมูลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ต้องปรับปรุงครั้งใหญ่
4. การเมืองของศราวุธ เพชรพนมพร ผู้ลงสมัครนายก อบจ. อุดรฯ ในนามพรรคเพื่อไทยที่ทักษิณกล่าวว่า สมัยที่แล้วเป็นกรรมาธิการ ลำดับต่อไปเป็นรัฐมนตรี ขอให้พี่น้องอุ้มมาเป็นนายก อบจ. และอนาคตเป็นรัฐมนตรี
5. เรื่องอื่นๆ ที่อ้างว่าเป็นคำกล่าวของแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว
ทั้งนี้ กระทำของของทักษิณในประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นไม่มีผู้บริหารพรรคเพื่อไทยคนใดออกมาแสดงการห้ามปรามหรือคัดค้าน เป็นการแสดงออกโดยปริยายว่าพรรคเพื่อไทยยินยอม รู้เห็นเป็นใจให้ทักษิณกระทำการดังกล่าว
โดยวรงค์ขอให้ กกต. ตรวจสอบทักษิณและพรรคเพื่อไทยในความผิดต่อไปนี้
1 การที่ทักษิณปราศรัยหาเสียงโดยแสดงออกทั้งทางตรงทางอ้อมในลักษณะเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องที่เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของพรรค มีอำนาจควบคุม ครอบงำหรือชี้นำ กิจกรรมในทางการเมืองที่เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้ในการหาเสียง เห็นได้จากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เป็นรัฐมนตรีในโควต้าของพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ว่าเตรียมรับหลักการแจกเงินหนึ่งหมื่นบาทให้แก่ประชาชนอายุ 60 ปี ตามที่ทักษิณปราศรัยดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
2 การที่พรรคเพื่อไทยรู้เห็นเป็นใจยินยอมให้ทักษิณกระทำการอันมีลักษณะเป็นการควบคุมหรือชี้นำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
นอกจากนี้ในการปราศรัยหาเสียงเพื่อช่วยหาเสียงนายก อบจ. อุดรฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2567 ทักษิณได้ชักชวนให้ประชาชนไปลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย มีความตอนหนึ่ง คือ “ อย่าลืมผม ผมกลับมาแล้ว อย่าลืมกาเบอร์ 2 หากไม่รู้ว่าเบอร์ 2 ชื่ออะไร ชื่อทักษิณแล้วกัน กาทักษิณแล้วกัน….” การปราศรัยดังกล่าวเป็นการชักชวนผู้ลงคะแนน เข้าข่ายเป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนน เข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา 65 (5) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ.ศ.2562
