Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

บอร์ด สปสช. รับทราบความคืบหน้า การดำเนินการร่วมกับ UhosNet หาจุดร่วม ดูแลประชาชนใช้สิทธิบัตรทอง ระบุกลุ่มโรงเรียนแพทย์ยินดีให้ความร่วมมือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ พร้อมย้ำข้อเสนอการเบิกจ่ายค่าบริการ ด้าน รมว.สธ. ระบุในที่ประชุม ย้ำปัญหาในระบบบัตรทองยังต้องเดินหน้าพัฒนาต่อ ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย



5 ธ.ค. 2567 ทีมสื่อ สปสช. แจ้งข่าวว่า นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นประธาน ได้รับทราบ “ความก้าวหน้าการดำเนินงานร่วมกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย” (UhosNet) นำเสนอโดย นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ       
        
ทั้งนี้ ที่มาของการหารือร่วมกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินการตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ โดยโรงพยาบาลที่อยู่ในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นหน่วยร่วมให้บริการในระบบฯ กับประชาชนผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการดำเนินการตามนโยบายร่วมกัน และกำหนดแนวทางการดำเนินการเป็นที่ยอมรับในการร่วมดูแลประชาชนในการใช้สิทธิบัตรทอง ดังนั้น สปสช. จึงได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย
        
นพ.จเด็จ กล่าวว่า จากการหารือที่ผ่านมาได้มีผลสรุป ดังนี้ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย “ยินดีให้ความร่วมมือกับนโยบาย30 บาทรักษาทุกที่” โดยกรณีการรับส่งต่อผู้ป่วยนอก (OP refer) โรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยขอรับการจ่ายในรูปแบบเดิม คือการเบิกจ่ายตามรายการที่กำหนด (Fee Schedule) โดยไม่สามารถรับการจ่ายแบบมีเพดาน หรือเหมาจ่าย (Capitation/Visit) ได้
        
ส่วนบริการผู้ป่วยนอกกรณีเหตุสมควร (OPAE) นั้น ทางกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ระบุอยากให้ สปสช. ทำการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ชัดเจน พร้อมการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยว่า การเข้ารับบริการกรณีใดที่ถือเป็นกรณีที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ หรือมีเหตุผลสมควรที่สามารถใช้สิทธิผู้ป่วยนอกกรณีเหตุสมควรนี้ได้

นอกจากนี้ในส่วนของบริการผู้ป่วยนอกทั่วไป ในส่วนของงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวสำหรับบริการปฐมภูมิ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยขอให้ สปสช. ดำเนินการจ่ายด้วยระบบการจัดสรรแบบเดิม ไม่ควรปรับลดเงินเหมาจ่ายกับหน่วยบริการปฐมภูมิของโรงพยาบาลในเครือข่ายกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า ขณะที่ในส่วนของ สปสช. นั้น ในการหารือทางสำนักงานฯ ได้เสนอให้มีการวิเคราะห์ต้นทุนการให้บริการของโรงพยาบาลอย่างเป็นระบบมากขึ้น อาจใช้แนวทางที่ประเทศเยอรมันมาดำเนินการ โดย สปสช. ยินดีให้การสนับสนุนการดำเนินการร่วมกัน เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนมากขึ้น โดยประเด็นนี้ทาง สปสช. จะมีการพูดคุยกับโรงพยาบาลต่างๆ เพิ่มเติมต่อไป

ทั้งหมดนี้เป็นความคืบหน้าในการหารือร่วมกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยในการแก้ปัญหาต่างๆ ร่วมกัน เพื่อการใช้สิทธิเข้ารับบริการของประชาชนผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ 30 บาทรักษาทุกที่ โดยยังคงต้องมีการหารือร่วมกันต่อหลังจากนี้ อย่างไรก็ดี ประธานบอร์ด สปสช. ได้ระบุต่อที่ประชุมฯ ว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระบบ วันนี้เรายังต้องพัฒนาต่อไป เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย พร้อมย้ำว่าหากใครคิดอะไรออก ก็ขอให้ช่วยกัน อย่างเช่น นวัตกรรมตู้ห่วงใย ที่แม้เป็นเพียงการเริ่มต้น แต่ก็เป็นสิ่งที่เพิ่มเติมและช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพให้กับประชาชนส่วนหนึ่งได้ในอนาคต รวมทั้งยังช่วยลดจำนวนผู้ป่วยเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้ ขอให้ดำเนินการร่วมกันต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง