Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งมีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 414 ต่อ 0 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ในวาระ 2 และ 3 (15 ม.ค.2568)

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ก็ยังต้องไปผ่านด่าน สว. ก่อนที่จะถูกนำไปประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้วมีผลบังคับใช้ต่อไป แต่ก็มีคำถามว่าจะผ่านไปได้อย่างราบรื่นแค่ไหน

นอกจากนั้นการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ยังเป็นเพียงการปลดล็อก ‘ตัวแรก’ สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น เพราะยังเหลือกฎหมายระดับรองอย่างกฎกระทรวงเรื่องการผลิตสุราและระเบียบต่างๆ อยู่อีก ไปจนถึงผลิตมาแล้วจะขายอย่างไรภายใต้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ที่ยังเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคของวงการอยู่ในตอนนี้

ด่าน สว.น่าจะผ่าน ถ้าลงมติ 3 วาระเลยยิ่งดี

ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชื่อว่าในเรื่องนี้ สว.ก็น่าจะเล็งเห็นถึงประโยชน์ตรงกันกับฝั่ง สส.ที่ลงมติเป็นเอกฉันท์โดยไม่ได้มีใครส่งเสียงค้าน แม้ว่าจะมีเรื่องที่ยังต้องพิจารณาในรายละเอียดที่ยังเห็นไม่ตรงกันบ้างเล็กน้อย

โฆษณา - Advertising

“ใจผมเองก็อยากให้ สว.ลงมติผ่าน 3 วาระไปเลย เพราะแก้ไขแค่มาตราเดียวมีเนื้อหาน้อย แต่ก็ได้ยินมาว่าทาง สว.อาจจะตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาเพิ่มเติมดูก่อน ก็เลยต้องรอติดตามว่าทาง สว.จะนำเสนอมาไหม ซึ่งก็มีกรอบเวลาชัดเจนว่าใช้เวลาในการพิจารณาเท่าไหร่” ประธาน กมธ.กล่าว

ด้านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.เขต พรรคประชาชนก็ประเมินเรื่องนี้ไม่ต่างกันนักว่าคงจะผ่านชั้น สว.ไปได้ ไม่น่าจะมีเรื่องค้าน ถ้าจะมีก็คงไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่ยังต้องจับตาดูส่วนของกฎกระทรวงที่จะออกตามมาว่าจะเป็นอย่างไร พรรครัฐบาลอย่างเพื่อไทยที่มีความเข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่จะสั่งการข้าราชการอย่างกรมสรรพสามิตได้หรือไม่

ยังต้องแก้กฎกระทรวงกันต่อ

ชนินทร์ ประธาน กมธ.กล่าวว่า หลังจากนี้ยังมีกฎกระทรวงเรื่องการผลิตสุรา 2565 ที่เป็นของกรมสรรพสามิตที่ต้องแก้ไขอยู่ โดยมาตรา 153 ในร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับที่เพิ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปนี้ นอกจากจะทำให้เกิดการแก้ไขกฎกระทรวงที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ ทั้งเรื่องสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรหรือผู้ผลิตรายย่อยสามารถผลิตสุราได้ทุกประเภทแล้ว ในร่างยังได้กำหนดกรอบเวลาเอาไว้ว่าหลังจากกฎหมายใหม่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการปรับปรุงกฎกระทรวงให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันหรือ 6 เดือนด้วย

นอกจากกฎกระทรวงการผลิตสุรา 2565 แล้วยังมีระเบียบต่างๆ ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ยังต้องปรับแก้ เช่น เรื่องบรรจุภัณฑ์ การทำบัญชี หรือการจำกัดปริมาณบรรจุของสุราแต่ละประเภทซึ่งไปเกี่ยวข้องกับการออกแสตมป์ภาษีที่อาจมีแนวทางอื่นในการจัดเก็บภาษีได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทาง กมธ.มีข้อสังเกตถึงสภาและได้ส่งต่อให้ ครม.แล้ว ก็เป็นดุลพินิจที่ฝ่ายบริหารสามารดำเนินการได้เลยก็ขึ้นกับว่าจะมีการดำเนินการเมื่อไหร่อย่างไร

โฆษณา - Advertising

ชนินทร์เล่าว่า นอกจากในส่วนของกฎหมายแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วยจึงได้มีการคุยกับเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยการกระทรวงคลังซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลกรมสรรพาสามิตว่ามีเรื่องที่สามารถปรับปรุงเงื่อนไขบางอย่างก่อนได้หรือไม่ ซึ่งทางกระทรวงก็รับปากว่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ได้ภายในเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์

หวังดันสุราชุมชน จากส่วนแบ่งตลาด 1% เป็น 10%

ความพยายามผลักดันให้มีผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น นอกจากเรื่องความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคจะมีเพิ่มขึ้นแล้ว อีกเหตุผลก็คือเพื่อผลักดันเศรษฐกิจด้วยโดยเฉพาะทำให้เกิดการใช้สินค้าเกษตรภายในประเทศมากขึ้น

ชนินทร์ย้อนไปถึงช่วงก่อนที่จะเสนอกฎหมายตัวนี้ว่า มองเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจอยู่ จากตลาดสุราไทยในปัจจุบันที่มียอดขายอยู่ที่ 500,000 ล้านบาท/ปี และสรรพสามิตจัดเก็บภาษีมาได้ทั้งหมดประมาณ 150,000 ล้านบาท โดยมาจาก 3 กลุ่ม คือ สุรานำเข้าประมาณ 9,000 ล้านบาท  และมาจากสุราในประเทศที่แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มสุราชุมชนอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือคือได้มาจากบริษัทสุรารายใหญ่ เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วสุราชุมชนสามารถจัดเก็บภาษีได้ไม่ถึง 1 % ของยอดจัดเก็บภาษีสุราทั้งประเทศ

“ความมุ่งหวังของเราก็คือ อยากให้สุราชุมชนมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น จากเดิมที่อยู่ราวๆ 1% จะสามารถทำให้ไปถึง 10% ได้หรือไม่ ซึ่งก็คาดว่าจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นได้เมื่อมีความหลากหลายมากขึ้นแล้ว แต่ระหว่างทางก็ยังต้องมีกลไกส่งเสริมจากภาครัฐเข้ามาสนับสนุนเพื่อให้คนไทยยอมรับสุราชมุชนมากขึ้นแล้วก็ส่งเสริมให้รายย่อยสามารถสู้กับรายใหญ่ได้ด้วย ก็จะเป็นมาตรการที่จะออกตามมาเพื่อเพิ่มสัดส่วนการบริโภคสุราชุมชนมากขึ้น” ชนินทร์กล่าว

โฆษณา - Advertising

ชนินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการที่จะช่วยส่งเสริมเพื่อให้เกิดแต้มต่อกับรายย่อยมีการถกเถียงกันมาระดับหนึ่งแล้ว อย่างเรื่องอัตราภาษีทางกรมสรรพากรเองก็กังวลว่าถ้าเก็บภาษีแตกต่างกันระหว่างรายย่อยกับรายใหญ่จะถูกมองว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายใหญ่หรือไม่ ก็ยังเป็นเรื่องที่มีการศึกษากันอยู่ แต่ก็มีการเสนอเรื่องการคืนภาษีให้กับผู้ประกอบการที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือไปส่งเสริมในเรื่องภาษีสำหรับการใช้วัตถุดิบในประเทศ กลไกเหล่านี้ก็จะช่วยเพิ่มแต้มต่อให้บางกลุ่มในทางอ้อมได้

ส่วนเท่าพิภพ ประเมินว่า ใน  10 ปีจะสามารถทำให้มีผู้ประกอบการผลิตคราฟท์เบียร์หรือจะรวมไปถึงสุราชุมชนด้วยเพิ่มขึ้นมาราว 2,000-3,000 ราย จนมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นไปถึง 10% ได้จากที่มีอยู่ตอนนี้ก็จะมีถึง 50,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามเขาเห็นว่ายังต้องมีมาตรการส่งเสริมเพิ่มเติมด้วย เช่นนการปรับฐานภาษีสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ส่วนรายใหญ่ก็ไม่ต้องปรับเพิ่มเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียรายได้เพราะรัฐเองก็ต้องประเมินด้วยว่าทำแล้วจะทำให้รายได้ของรัฐลดลงหรือไม่ แต่ถ้าทำแบบนี้รัฐก็จะไม่สูญเสียรายได้ไปด้วย

สมดุลในการควบคุม

แม้ว่าสุดท้ายแล้วต่อให้ร่างกฎหมายในส่วนของการผลิตจะเปิดกว้างขึ้น แต่ยังมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ยังถูกนำมาใช้ในการควบคุมการโฆษณาและการขายที่ยังเป็นประเด็นถกเถียงเช่นกัน เพราะทางผู้ผลิตรายย่อยก็ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้ จนทำการตลาดได้ยากกว่ารายใหญ่ อีกทั้งยังกระทบไปถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการพูดถึงเครื่องดื่มประเภทนี้ซึ่งมักปรากฏข่าวว่าถูกดำเนินคดีเพียงเพราะโพสต์ถึงสิ่งที่ตัวเองดื่ม

โฆษณา - Advertising

เท่าพิภพเห็นว่า หลังจากนี้ยังต้องแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาต่อจากนี้ แต่เขายังขอสงวนความเห็นต่อร่างกฎหมายที่กำลังจะเข้าสู่สภาไว้ด้วย เช่น เรื่องการอนุญาตให้โฆษณาควรทำให้ดีขึ้นกว่านี้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะทำให้คนทั่วไปยังต้องกังวลกับการโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ ขณะเดียวกันยังต้องควบคุมไม่ให้โฆษณากับเยาวชนด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องห้ามโฆษณาเป็นเรื่องหนึ่งที่เท่าพิภพเห็นว่าน่ากังวล มีการปรับเพิ่มโทษซึ่งอาจจะไปกระทบคนทั่วไปที่โพสต์รูปเฉยๆ เพราะที่ผ่านมาเรื่องห้ามโฆษณาเป็นเรื่องที่ถูกเอามาบังคับใช้กับประชาชนทั่วไปเยอะ แค่โพสต์เฟซบุ๊กก็โดนปรับกันไปถึง 50,000 บาทซึ่งไม่เป็นธรรม

นอกจากนั้นยังมีเรื่องห้ามบริษัทไปเป็นสปอนเซอร์ต่างๆ เป็นเรื่องที่อาจเกิดคำถามตามมาว่า หากผู้ประกอบการจะไปให้การสนับสนุนสโมสรฟุตบอล หรือจะเข้าไปสนับสนุนกิจกรรมซอฟท์พาวเวอร์อื่นๆ ยังทำได้หรือไม่

“คุณผลิตได้แล้วแต่คุณโฆษณาไม่ได้เลย แต่อีกเจ้าหนึ่งอย่างเบียร์สิงห์เขาโฆษณากันมาตั้งแต่ยุคพระยาภิรมย์ภักดี Brand capital เขามีตั้งเท่าไหร่ แล้วแบรนด์ผมไม่มีเลย ยังไม่เป็นที่รู้จักของตลาดเลย อย่างนี้มันก็ไม่แฟร์” สส.ประชาชน กล่าวถึงอุปสรรคอีกด่านของอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงประเด็นการกำหนดช่วงเวลาการขายที่ไม่ควรจะเป็นแบบปัจจุบัน

โฆษณา - Advertising

เท่าพิภพมองว่า เรื่องการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำในเร็วๆ นี้ให้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเวลาการขาย แต่จะทำได้หรือไม่เพราะการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังอยู่ภายใต้โครงสร้างแบบรัฐราชการที่ยังต้องไปแก้ไขกฎหมาย

ด้านชนินทร์เห็นว่า เรื่องที่ยังคงมีคนกังวลก็คือการควบคุมการขายให้เยาวชนหรือผู้ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในส่วนของการควบคุมการขายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งขณะนี้ก็มีการพิจารณาเรื่องการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อยู่ใน กมธ.ของสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว และจะมีร่างกฎหมายทั้งของคณะรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านถูกนำกลับเข้ามาพิจารณาในสภาช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้

ชนินทร์ เล่าว่าในที่ประชุม กมธ.มีข้อสรุปตรงกันในระดับหนึ่งว่าจะต้องหาสมดุลของการส่งเสริมเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการควบคุมผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ จึงจะปรับบทลงโทษกับผู้ค้าที่ขายให้กับเยาวชนหรือผู้ที่มีสภาวะมึนเมาแล้ว เพื่อช่วยเป็นกลไกคุ้มครองไม่ให้เกิดการบริโภคมากเกินไป

“การเลือกปกป้องโดยการกีดกันไม่ให้มีผู้ผลิตสุราในประเทศจำนวนหลายรายเกินไป อาจจะไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน” ชนินทร์กล่าวโดยมองว่าการไปควบคุมที่การขายการโฆษณาการเข้าถึงยังพอจะเป็นเรื่องที่มีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับการกีดกันไม่ให้เกิดผู้ประกอบการรายย่อยขึ้นมาผลิต

พท.-ปชน. ยังมีงานต้องร่วมมือกันอีก

เท่าพิภพบอกว่า เขามีเรื่องที่จะชวนชนินทร์ทำต่อ อย่างเช่นการแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรม เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่พร้อมที่สุดแล้ว และเป็นเรื่องที่จะทำให้ผู้ประกอบการโฮสเทลหรือ Airbnb สามารถประกอบกิจการได้อย่างถูกกฎหมาย เพราะตอนนี้คนจำนวนมากหันมาเปิดธุรกิจลักษณะนี้หลังจบโควิด-19 แต่ก็ประสบปัญหาไม่สามารถจดทะเบียนเป็นโรงแรมได้ เนื่องจากตามกฎหมายแล้วต้องเป็นโรงแรมขนาดใหญ่เท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถประกอบกิจการอย่างถูกกฎหมายได้และเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รีดไถไปด้วย

“ก็บอกเพื่อนในพรรคนะ ว่าอยากให้อะไรผ่านก็ไปคุยกับเขา บางทีมันคล้ายๆ กันก็ชวนกันทำไป ก็เป็นประโยชน์ของประชาชน เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว บางอย่างคิดไม่เหมือนกัน คุณก็ยื่นร่างของคุณไปพิจารณาไปพร้อมกัน เข้ากรรมาธิการด้วยกัน มันจะได้ออกมาราบรื่น ไม่ต้องทะเลาะกัน ทะเลาะกันมันก็เหนื่อย ไม่ได้มีใครอยากทะเลาะกันตลอดเวลา”

ชนินทร์มองว่า ภาพที่ฝ่ายค้านกับรัฐบาลขัดแย้งกันเหมือนเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังว่าฝ่ายค้านจะต้องแย้งกับรัฐบาลเพื่อให้เกิดการตรวจสอบ แต่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ว่าผู้แทนจากพรรคการเมืองไหนก็เอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว ดังนั้น หลายเรื่องที่เห็นไปในทางเดียวกันว่าเป็นประโยชน์นับตั้งแต่เรื่องสมรสเท่าเทียม หรือสุราก้าวหน้า ไปจนถึงเรื่องอื่นเช่นการตั้งศาลภาษีหรือเรื่องกระบวนการยุติธรรมเองก็ได้ร่วมกันผ่านกฎหมายมาหลายครั้งแล้ว

ชนินทร์บอกว่า ยังมีเรื่องในอนาคตที่จะต้องเข้ามาร่วมกันแบบนี้อีกที่กำลังเข้าสภาเช่น  พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ รวมถึง พ.ร.บ.การศึกษาที่จะต้องปรับปรุงทั้งฉบับที่เห็นร่วมกัน แต่อาจจะมีความต่างกันในรายละเอียดเท่านั้น 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising