กลุ่มแรงงานข้ามชาติ 'Bright Future' ยื่นหนังสือถึง OHCHR ในวาระครบรอบ 4 ปีการทำรัฐประหารพม่า เรียกร้องให้ UN คว่ำบาตรเลือกตั้งทั่วไปพม่าที่มีแนวโน้มว่าจะจัดในปี 2568 และแบนบริษัทที่ขายอาวุธให้กองทัพ
เมื่อ 30 ม.ค. 2568 ในช่วงใกล้วาระครบรอบ 4 ปีรัฐประหารพม่า สุรัช กีรี ชาวพม่าในประเทศไทย และแกนนำกลุ่ม Bright Future ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงปลัดสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (OHCHR) กรณีเมียนมา โดยวันนี้มี แดเนียล รูโมโล เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน OHCHR ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นตัวแทนรับหนังสือ
ทั้งนี้ เมื่อปี 2564 กองทัพพม่านำโดย พลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพพม่าได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน ชักนำพม่าเข้าสู่วิกฤตทางการเมือง และสงครามกลางเมืองจนถึงปัจจุบัน
บรรยากาศการยื่นหนังสือถึง OHCHR
สำหรับข้อเรียกร้องตามที่ระบุในหนังสือ แบ่งออกเป็นข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลไทย และข้อเรียกร้องถึงสหประชาชาติ ประกอบด้วย
- เรียกร้องให้รัฐบาลไทยพิจารณาการใช้ ‘บัตรชมพู’ (บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ภายใต้กระทรวงมหาดไทย) เป็นเอกสารหลักสำหรับการยืนยันตัวตนบุคคลที่เป็นแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการการรับรองสถานะบุคคล หรือ CI (Certificate of Identity) กับทางรัฐบาลทหารพม่า เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และเรียกร้องให้ยืดเวลากระบวนการต่ออายุแรงงานข้ามชาติตามมติ ครม. 24 กันยายน 2567 ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 13 ก.พ. 2568 ออกไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้แรงงานข้ามชาติ นายจ้าง ได้เข้าสู่ระบบภาษี ประกันสังคม และกฎหมายอื่นๆ ของประเทศไทย
- ขอให้รัฐบาลไทยเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามชายแดนเมียนมาทั้งหมด โดยกำหนดให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นกลาง และปราศจากปฏิบัติการทางทหาร (Humanitarian Corridor) รวมถึงจัดหาสถานที่พักพิงให้ผู้พลัดถิ่น
- ให้รัฐบาลไทยร่วมมือกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ของพม่า และกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ในการช่วยเหลือภารกิจด้านมนุษยธรรม ทั้งสำหรับกรณีของผู้ลี้ภัย แรงงานข้ามชาติที่ถูกค้ามนุษย์และแรงงานชาวประมงชาวไทย ซึ่งควบคุมตัวโดยกองกำลังของคณะรัฐประหารพม่า ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2567
- ให้ UN คว่ำบาตรบริษัทที่ค้าขายอาวุธและเชื้อเพลิงเครื่องบินรบให้กับกองกำลังคณะรัฐประหารพม่า
- เรียกร้องให้ UN เพิ่มการปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) และกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เรียกร้องการสถาปนาระบอบสหพันธรัฐประชาธิปไตย
- ให้ UN คว่ำบาตรและไม่ยอมรับการเลือกตั้งทั่วไปเมียนมาในปี 2568 เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมและเป็นเพียงการฟอกตัวเองของคณะรัฐประหารเมียนมา
สุรัช ให้สัมภาษณ์ว่าทางเจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนรับปากว่าจะนำหนังสือไปดำเนินการต่อ และดูในรายละเอียดว่าจะทำอะไรได้บ้าง
ตัวแทนชาวพม่า กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุผลที่เขาเรียกร้องให้แรงงานข้ามชาติยืนยันตัวตนโดยใช้บัตรชมพูใบเดียว เนื่องจากหากต้องทำหนังสือ CI ซึ่งเป็นกระบวนการการของรัฐบาลทหารพม่า เขากลัวว่าค่าธรรมเนียมที่จ่ายออกไป จะกลายไปเป็นเงินทุนซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ปราบปรามชาวพม่าที่ยังอยู่ในประเทศของพวกเขา
ส่วนกรณีที่อยากให้ UN ในฐานะองค์กรระหว่างประเทศ ไม่สนับสนุนการเลือกตั้งพม่า เพราะสุรัช แรงงานข้ามชาติเมียนมา มองว่าการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม และกังวลว่าจะเป็นการฟอกตัวสร้างความชอบธรรมให้กองทัพพม่าเอง
สุรัช กล่าวว่า ส่วนที่มีการเปลี่ยนรูปแบบการทำกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า จากการชุมนุมมาเป็นการยื่นหนังสือ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย และเหตุปะทะกับกลุ่มคนที่ทัศนคติไม่ดีต่อคนพม่า และไม่ต้องการให้ชาวพม่าชุมนุมในประเทศไทย
ทั้งนี้ รายงานของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า หรือ AAPP เปิดเผยว่า นับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ. 2564 จนถึง 29 ม.ค. 2568 หรือเกือบ 4 ปีหลังรัฐประหาร มีชาวพม่าที่ออกมาต่อต้านกองทัพถูกจับกุมแล้ว 28,405 คน และมีผู้เสียชีวิตด้วยเงื้อมมือของกองทัพพม่าจำนวน 6,224 คน ผลจากสงครามทำให้มีผู้ที่ต้องพลัดถิ่นภายในและผู้ลี้ภัยอีกหลายแสนคน
