Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สำหรับสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ 200 คนจากระบบกลุ่มอาชีพเลือกกันเอง ยังคงมีบทบาทเหมือนกับ สว.ชุดแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เช่น อำนาจพิจารณากฎหมาย การให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงตรวจสอบอำนาจฝ่ายบริหารและตั้งญัตติกระทู้ถามเรื่องประเด็นปัญหาต่างๆ แต่จะไม่มีอำนาจโหวตลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร

รายงานของ iLaw ชวนตรวจการบ้าน 100 วันของการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภายุคใหม่ ปี 2567 จำนวน 200 คน ว่าได้สร้างอภินิหารหรือวีรกรรมอะไรแล้วบ้าง

  • ผ่านข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาแค่ 1 ฉบับของ 'ยุทธนา ไทยภักดี' และคว่ำอีก 4 ฉบับ
  • พิจารณากฎหมาย 11 ฉบับ ประกาศใช้ 6 ฉบับ สร้างอภินิหารคงหลักเกณฑ์ประชามติ 2 ชั้น
  • คว่ำข้อเสนอของ สว.เสียงข้างน้อย 3 ประเด็น
  • รับรองอัยการสูงสุด และประธานศาลปกครองสูงสุด 

ผ่านแค่ข้อบังคับฯ ฉบับ ‘ยุทธนา’ คว่ำอีก 4 ฉบับ

เนื่องจากข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดกติกาหลักในการประชุมของ สว. นั้น เขียนขึ้นสอดรับกับอำนาจหน้าที่ของ สว.ชุดพิเศษ เช่น อำนาจหน้าที่ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ซึ่ง สว.จากระบบเลือกกันเองจะไม่มีอำนาจหน้าที่นี้อีกต่อไปแล้ว การประชุมนัดแรกๆ จึงเป็นโอกาสที่ สว. จากระบบใหม่ จะเสนอแก้ไขกติการ่วมกันเพื่อให้สอดรับกับอำนาจหน้าที่ที่ตัวเองมี

หลังวุฒิสภาเคาะวันนัดประชุม 2 วันคือ วันจันทร์-อังคาร ลำดับถัดมาคือการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ซึ่งมี สว. 5 คนเสนอมา 5 ฉบับ

1. เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. กลุ่ม 4

2. ประภาส ปิ่นตบแต่ง สว. กลุ่มที่ 17

3. เอกชัย เรืองรัตน์ สว. กลุ่มที่ 20 

4. พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี สว. กลุ่มที่ 20 

โดย 4 ร่างนี้มีสาระสำคัญคือการแก้ไขเรื่องจำนวนคณะกรรมาธิการ จำนวนสมาชิกของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ รวมถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการแต่ละชุด หรือพูดง่ายๆ คือการกำหนดตำแหน่งแห่งที่ของ กมธ. ที่ สว.แต่ละคนจะเข้าไปทำงานได้ และโละข้อบังคับเดิมที่เกี่ยวกับอำนาจของ สว.ชุดพิเศษทิ้ง 

5. เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กลุ่มที่ 18 แก้ข้อบังคับข้อเดียว เพื่อเปิดทางให้สำนักเลขาธิการวุฒิสภาต้องเผยแพร่ผลการลงมติของ สว.รายบุคคลผ่านทางเว็บไซต์ ไม่ต้องมาดูถึงรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม มีเพียงร่างแก้ไขข้อบังคับวุฒิสภาผ่านแค่ร่างเดียวคือฉบับของ พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี พี่ใหญ่ สว.ที่อายุมากที่สุดในวุฒิสภา ขณะที่ร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมเสนอโดย เปรมศักดิ์ ประภาส เอกชัย และเทวฤทธิ์ ถูกปัดตกหมดทุกร่าง  

ในจำนวน สว. 148 คนที่ลงมติ "เห็นด้วย" กับร่างแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาที่ พล.ต.ท.ยุทธนาเสนอโดยจำนวน 128 คนจาก 148 คน (คิดเป็น 89%) โหวต ‘คว่ำ’ ร่าง 4 ฉบับ ขณะที่จำนวนที่เหลือบางรายเลือกโหวตเห็นด้วยหรืองดออกเสียงบางฉบับ และมี 6 คนที่โหวตเห็นด้วยกับร่างทุกฉบับ 

พิจารณาร่าง กม. 11 ร่าง ประกาศใช้ 6 ฉบับ คงหลักเกณฑ์ประชามติ 2 ชั้น 

iLaw ตรวจสอบการทำงานของ สมาชิกวุฒิสภา 200 คน ในช่วง 100 วันแรก หรือเทอมแรกของการดำรงตำแหน่ง มีการพิจารณาร่างกฎหมายทั้งหมด 11 ฉบับ โดยมีร่างที่ประกาศใช้แล้ว จำนวน 6 ฉบับ ดังนี้

  1. ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 14/2559
  2. ร่าง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  
  3. ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
  4. ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
  5. ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายฯ
  6. ร่าง พ.ร.บ.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ  

พลิกกลับไปใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้นผ่านประชามติ 

หนึ่งในอภินิหารของ สว.ที่ผ่านมา คือการดึงกลับไปใช้หลักเกณฑ์การประชามติ 2 ชั้น สวนมติของสภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องการให้ลดหลักเกณฑ์ประชามติเหลือแค่ 1 ชั้น

ทั้งนี้ เสียง 2 ชั้น คือ 1. ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ จำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศ และ 2. ต้องมีผู้เห็นชอบเกินจำนวนกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

ปัจจุบัน เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2567 คณะกรรมาธิการร่วม สส. และ สว. มีมติคงหลักเกณฑ์ทำประชามติ 2 ชั้น แต่มติดังกล่าวถูกสภาผู้แทนราษฎรตีตก ส่งผลให้ร่างกฎหมายประชามติต้องถูกดองเค็มไว้ระยะเวลา 180 วัน และคาดว่าสภาผู้แทนราษฎรจะนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้อีกครั้งประมาณ 17 มิ.ย. 2568

ผ่านร่างกฎหมายในวาระที่ 1 จำนวน 4 ฉบับ

ทั้งนี้ ในจำนวนร่างกฎหมาย 11 ฉบับที่เข้าที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภา มีจำนวน 4 ฉบับที่ผ่านการพิจารณาวาระที่ 1 โดยทิศทางการลงคะแนนเสียง ‘เห็นด้วย’ หมดทุกคน และไม่มีคนลงคะแนนว่า ‘ไม่เห็นด้วย’  จำนวน 3 ฉบับ และมีจำนวน 1 ฉบับ ที่มีเสียงไม่เห็นด้วย จำนวน 1 เสียง และไม่ลงคะแนนจำนวน 2 เสียง 

1. ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่ประชุมเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 158 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง

2. ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่ประชุมเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 161 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 0 เสียง

3. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่ประชุมเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 162 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 0 เสียง

4. ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่ประชุมเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 164 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 0 เสียง

คว่ำข้อเสนอของ สว.เสียงข้างน้อย 3 ประเด็น

ในการประชุมวุฒิสภา พบว่า สว.เสียงข้างมาก โหวตคว่ำข้อเสนอญัตติด่วนของ สว.เสียงข้างน้อย 3 ประเด็น ประกอบด้วย

  1. คว่ำญัตติด่วนสอบจริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สว.

เมื่อ 27 ส.ค. 2567 ญัตติด่วนของ ‘นันทนา นันทวโรภาส’ ขอให้ที่ประชุมวุฒิสภาปรึกษาหารือเกี่ยวกับพฤติกรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ   จากกรณีที่หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล และถอดถอนนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ กล่าวในงานโครงการเสริมสร้างความรู้สู่ประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่สำนักงานเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยมีคำพูดบางตอนที่พาดพิงถึงการยุบพรรคก้าวไกล

ท้ายที่สุด มีการลงมติ ไม่เห็นด้วย กับการเสนอญัตติด่วนของนันทนา ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก ไม่เห็นด้วยจำนวน 117 และเห็นด้วยให้พิจารณาเป็นญัตติด่วน 38 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง จากองค์ประชุมทั้งหมด 167 คน

นันทนา นันทวโรภาส

  1. โหวตคว่ำ ขอตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

เมื่อ 10 ก.ย. 2567 ที่ประชุมวุฒิสภามีญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจากวิกฤติอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ ซึ่งเสนอโดยเศรณี อนิลบล และเปรมศักดิ์ เพียยุระ เพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร และชาวไร่ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมวุฒิสภามีมติ ‘ไม่เห็นด้วย’ กับญัตติดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย 127 เสียง เห็นด้วย 48 เสียง งดออกเสียง 10 เสียง จากองค์ประชุม 185 คน 

  1. โหวตคว่ำญัตติด่วน เรื่องการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์ในค่ายทหาร

จากกรณีที่ 7 ต.ค. 2567 นรเศรษฐ ปรัชญากร ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง การเสียชีวิตของทหารเกณฑ์ในค่ายทหาร สืบเนื่องจากพลทหารศิริวัฒน์ ใจดี สังกัดกรมสารวัตรทหารเรือเสียชีวิตเมื่อ 2 ก.ค. 2567 ระหว่างฝึกซ้อม โดยถูกครูฝึกทำร้ายร่างกายเตะขาและซี่โครงด้วยรองเท้าคอมแบต ตบหน้าอีก 1 ครั้ง และให้ยืนตากแดดโดยไม่ได้รับการปฐมพยาบาล ตกเย็นเพื่อนทหารเห็นท่าไม่ดีพยายามส่งตัวศิริวัฒน์ ไปโรงพยาบาล แต่พลทหารศิริวัฒน์ เสียชีวิตระหว่างทาง

นรเศรษฐ กล่าวถึงเหตุผลว่า เนื่องจากการเสียชีวิตของทหารในกองทัพเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง จึงอยากใช้พื้นที่สภาสอบถามไปยังผู้เกี่ยวข้องว่ามีทหารที่เสียชีวิตในกองทัพแต่ละปีกี่คน วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในกองทัพทำให้ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจลิดรอนศักดิ์ศรีผู้น้อย หากวัฒนธรรมนี้ยังคงอยู่ในสังคมต่อไป ร่างที่ไร้ลมหายใจของทหารเกณฑ์ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากเรียกร้องไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและกองทัพ จะสร้างหลักประกันอย่างไรไม่ให้มีทหารที่เสียชีวิตเพราะการฝึกแบบนี้อีก

อย่างไรก็ตาม บุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 และเป็นประธานในที่ประชุมวุฒิสภา ขอมติที่ประชุมว่าจะพิจารณาญัตติดังกล่าวเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ โดยเสียงข้างมากลงมติ ‘ไม่เห็นด้วย’ 141 เสียง เห็นด้วย 26 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง จากองค์ประชุม 173 คน

‘เห็นชอบ’ รับรองอัยการสูงสุด-ประธานศาลปกครองสูงสุด

สว.ไม่ได้มีอำนาจแค่ให้ความเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และกรรมการองค์กรอิสระเท่านั้น ในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติหลายฉบับ ยังกำหนดให้ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญหรือตำแหน่งระดับสูงในองค์กรต่างๆ จะต้องผ่านด่านคัดกรอง ได้เสียง “เห็นชอบ” จาก สว. แม้ผู้ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ จะใช้ความสามารถ ความรู้ความเชี่ยวชาญในการเข้าดำรงตำแหน่ง แต่ถ้าหากไม่สามารถผ่านด่าน สว. ก็จะหมดโอกาสดำรงตำแหน่งเหล่านั้น

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 กำหนดตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด และตุลาการศาลปกครองสูงสุด ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา สำหรับตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ในมาตรา 15/1 กำหนดไว้ว่า ให้คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.)  พิจารณาคัดเลือกตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคนหนึ่งเป็นประธานศาลปกครองสูงสุด แล้วเสนอชื่อต่อนายกรัฐมนตรี และให้นายกรัฐมนตรีนำเสนอขอความเห็นชอบต่อวุฒิสภาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับการเสนอชื่อ

ในการประชุมวุฒิสภาเมื่อ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ประชุมวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ด้วยคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ 164 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบ 17 เสียง ไม่ออกเสียง 9 เสียง และบัตรเสีย 1 ใบ

ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ (ที่มา: เพจสำนักงานศาลปกครอง)

โดยผู้สมควรตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด เคยเข้าสู่การพิจารณาของ สว.ชุดพิเศษมาแล้วเมื่อ 1 เม.ย. 2567 คือ วิษณุ วรัญญู แต่ สว.ชุดพิเศษไม่ให้ความเห็นชอบ จึงนำมาสู่การเสนอชื่อบุคคลใหม่

ในวันเดียวกัน วุฒิสภายังให้ความเห็นชอบผู้มาดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 10 ซึ่งกำหนดว่า การแต่งตั้งและการให้อัยการสูงสุดพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามมติของ คณะกรรมการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ก.อ.) และได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา และให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งอัยการสูงสุด

โดยวุฒิสภามีมติให้ความเห็นชอบ ‘ไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ’ ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 184 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบ 2 เสียง ไม่ออกเสียง 9 เสียง และบัตรเสีย 1 ใบ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง