ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นของสหรัฐฯ ลอเรน คิง ได้สั่งสกัดกั้นคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์อย่างไม่มีกำหนด คือคำสั่งพิเศษที่ห้ามไม่ให้รัฐบาลกลางให้งบประมาณแก่โรงพยาบาลในการให้การช่วยเหลือข้ามเพศแก่คนข้ามเพศที่เป็นเยาวชน ทำให้คำสั่งพิเศษของทรัมป์ไม่มีผลใน 4 รัฐที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องในคดีนี้ได้แก่รัฐ วอชิงตัน, โอเรกอน, มินนิโซตา และ โคโลราโด
ลอเรน คิง เป็นผู้พิพากษาที่ได้รับการแต่งตั้งจาก โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีพรรคเดโมแครต ก่อนหน้านี้เธอเคยตัดสินระงับคำสั่งพิเศษของทรัมป์เป็นเวลาชั่วคราว 14 วัน ก่อนที่ต่อมาจะมีคำสั่งเพิ่มเป็นสั่งระงับอย่างไม่มีกำหนด
คดีนี้มาจากการยื่นฟ้องของแพทย์ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 3 ราย จากรัฐวอชิงตัน, โอเรกอน, มินนิโซตา รวมถึงคนไข้ของแพทย์เหล่านี้ ก่อนที่ต่อมาลูกความจากรัฐโคโลราโดจะร่วมฟ้องร้องด้วย
นิค บราวน์ อัยการสูงสุดของรัฐวอชิงตันกล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ละเลยหลักการรัฐธรรมนูญอย่างเห็นได้ชัดและอย่างจงใจ แต่รัฐต่างๆ และศาลในสหรัฐฯ ก็ได้แสดงตัวปกป้องหลักนิติธรรมและคุณค่าที่ยึดโยงผู้คนในชาติสหรัฐฯ เอาไว้ด้วยกัน
นอกจากกรณีผู้พิพากษาในซีแอตเทิลแล้ว ยังมีกรณีผู้พิพากษาในรัฐแมรีแลนด์ ออกคำสั่งห้ามกระทำการต่อคำสั่งพิเศษของทรัมป์เป็นการชั่วคราวเช่นกัน
คำสั่งพิเศษของทรัมป์ที่มีชื่อว่าคำสั่ง "คุ้มครองเด็กจากการทำให้ร่างกายเสียหายด้วยสารเคมีหรือการผ่าตัด" ซึ่งชื่อของคำสั่งนี้อ้างอิงจากวาทกรรมของกลุ่มเหยียดคนข้ามเพศ ที่อ้างว่าการเทคฮอร์โมนหรือการผ่าตัดนั้นนับเป็น "การทำให้ร่างกายเสียหาย" ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการให้บริการช่วยเหลือด้านการข้ามเพศนั้นเป็นประโยชน์กับผู้รับบริการเอง เพราะเป็นการทำให้ร่างกายของผู้รับบริการคือคนข้ามเพศลงล็อกกับจิตใจของพวกเขา ทำให้สุขภาวะทางใจของพวกเขาดีขึ้น ทำให้หายจากความรู้สึกทุกข์ใจในเพศสภาพ
ในสหรัฐฯ นั้น ประชาคมทางการแพทย์ต่างๆ ล้วนแต่มีจุดยืนให้การสนับสนุนการช่วยเหลือข้ามเพศในเด็ก ไม่ว่าจะเป็นสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา สมาคมการแพทย์อเมริกัน และ สถาบันแพทย์ครอบครัวแห่งอเมริกา
แม้แต่ในเด็กก็มีภาวะทุกข์ใจในเพศสภาพได้เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแพทย์มักจะให้เทคฮอร์โมนโดยอยู่ภายใต้การรับคำปรึกษาและดูแลจากแพทย์ เพื่อให้เป็นไปตามการช่วยเหลือให้เด็กมีสภาพจิตใจที่ลงล็อกกับเพศสภาพตัวเองได้ แทบไม่พบกรณีใดเลยที่แพทย์อนุญาตให้มีการผ่าตัดแปลงเพศในเด็ก
ในทางตรงกับข้าม คำสั่งของทรัมป์นั้นจะทำให้เด็กและเยาวชนเปราะบางมากขึ้น ทำให้เยาวชนคนข้ามเพศเสี่ยงต่อการเชิญความทุกข์ใจในเพศสภาพเพราะเข้าถึงฮอร์โมนไม่ได้ เนื่องจากในคำสั่งระบุว่าห้ามไม่ให้มีการ "ให้งบประมาณ, โฆษณา, ส่งเสริม, ช่วยเหลือ, หรือสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า 'การข้ามเพศ' ในเด็ก"
มีการตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่งพิเศษของทรัมป์ ตั้งเป้าโจมตีการให้บริการคนข้ามเพศเท่านั้น ไม่ได้ห้ามการบริการคนเพศสอดคล้องด้วย เช่น ถ้าหากว่าเด็กหรือเยาวชนเพศสอดคล้อง (เพศสภาพตรงกับเพศกำเนิด) ต้องการใช้ฮอร์โมนด้วยเหตุผลทางการแพทย์เช่นการรักษามะเร็งก็จะอนุญาตให้ใช้ได้ แต่ถ้าหากเด็กหรือเยาวชนข้ามเพศ (เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด) ต้องการจะใช้ฮอร์โมนรักษามะเร็งเช่นกันกลับไม่สามารถขอได้
รองอัยการสูงสุดของรัฐวอชิงตัน วิลเลียม แมคกินตี กล่าวเน้นย้าว่าเรื่องนี้มีความเร่งด่วน เพราะว่าเด็กหรือเยาวชนที่ถูกปิดกั้นการข้ามเพศ อาจจะรู้สึกทุกข์ใจ ส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างหนัก จนอาจจะถึงขั้นฆ่าตัวตายได้
ผู้พิพากษาคิงตั้งคำถามว่าคำสั่งพิเศษของทรัมป์ได้ให้ "ผลประโยชน์อย่างชอบธรรมต่อรัฐบาล" ใดๆ หรือไม่ ทั้งนี้ยังระบุอีกว่าคำสั่งของทรัมป์นั้นเป็นการละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ในบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 5 ว่าด้วยเรื่องการการันตีการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม และบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 10 ว่าด้วยเรื่องการพยายามบังคับบงการการรักษาพยาบาลโดยภาครัฐ
นอกจากนี้แล้วการที่คำสั่งของทรัมป์ สั่งระงับการให้งบประมาณที่สภาคองเกรสจัดสรรไว้แล้วยังนับเป็นการละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจด้วย
เรียบเรียงจาก
Judge blocks Trump order threatening funding for institutions that offer care for transgender youth, Politico, 01-03-2025
Seattle judge blocks Trump’s order targeting hospitals that treat transgender youth, Washington State Standard, 28-02-2025
https://www.politico.com/news/2025/03/01/transgender-youth-lawsuit-block-00206867
