ตัวแทนอดีตคนงาน ‘ยานภัณฑ์’ นุ่งขาวห่มขาว อดอาหารประท้วงวันนี้วันแรก ที่อาคาร กพร.เก่า ตรงข้ามทำเนียบ จนกว่ารัฐบาลจะอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางจำนวน 466 ล้านเศษ มาช่วยคนงานที่ถูกลอยแพ 4 บริษัท
12 มี.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (12 มี.ค.) ที่อาคารสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เก่า ถนนพิษณุโลก ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล มาลี เตวิชา ประธานสหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์กรุ๊ป แต่งกายนุ่งขาวห่มขาว ประกาศอดอาหารประท้วงวันนี้วันแรก จนกว่ารัฐบาลจะยอมอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลาง เพื่อช่วยเหลือคนงานที่ถูกลอยแพ 4 บริษัท จำนวนเงิน 466 ล้านบาทเศษ
มาลี เตวิชา (ถ่ายโดย แมวซาโบ)
วานนี้ (11 มี.ค.) ที่ประชุมระหว่างคนงานยานภัณฑ์ บอดี้แฟชั่น และแอลฟ่าสปินนิ่ง กับสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร และสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกฯ ได้อัปเดทการยื่นเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อให้พิจารณาเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายกลาง (งบฯ กลาง) เพื่อนำมาช่วยเหลือคนงานจาก 4 บริษัทที่ไม่ได้รับเงินพึงมีพึงได้จาก พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ประกอบด้วย บอดี้แฟชั่น เอเอ็มซีสปินนิ่ง แอลฟ่าสปินนิ่ง และยานภัณฑ์ จำนวนเงินกว่า 466 ล้านบาทเศษ
นอกจากช่วยเหลืออดีตคนงานจาก 4 บริษัทแล้ว กระทรวงแรงงานได้ยื่นขอเบิกงบประมาณรายจ่ายกลางเพื่อช่วยเหลือลูกจ้างที่ถูกลอยแพ และไม่ได้รับเงินชดเชยเลิกจ้าง ตั้งแต่ปี 2562-2567 ทั้งหมด 43,690 คน เป็นเงิน 2,888 ล้านบาท
สมพาศ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการระทรวงแรงงาน เซ็นคำสั่งส่งเรื่องเข้า ครม.ตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. 2568 และมีการส่งเรื่องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการสอบถามความเห็นหน่วยงานต่างๆ ราว 9-10 หน่วยงาน เพื่อทำความเห็นเสนอที่ประชุม ครม.แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่ามีเพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น ที่ส่งความเห็นกลับมาคือ 'สภาพัฒน์' ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ ยังไม่ได้ทำความเห็นส่งกลับมาให้สำนักเลขาฯ ครม. ทำให้ตอนนี้เรื่องขออนุมัติงบฯ กลางของกระทรวงแรงงาน จึงไม่ได้เข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์นี้ และยังไม่ทราบว่าแต่ละหน่วยงานจะทำความเห็นส่งกลับมาเมื่อไร
“เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะว่าท่านสมคิด ออกหนังสือส่งถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เขาจะมาวันที่ 11 มีนาคม หากไม่มีความคืบหน้า กลุ่มคนงานจะทำกิจกรรมหน้าทำเนียบรัฐบาล จึงขอทราบขั้นตอนการของบประมาณของกระทรวงแรงงาน ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง ขณะนี้ดำเนินการถึงขั้นตอนใด คาดว่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เมื่อใด ขอได้โปรดพิจารณาแจ้งเรื่องให้ทราบให้เร็วที่สุด” สมพาศ กล่าว และระบุว่ายังไม่มีการตอบกลับจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
สมคิด ยืนยันว่า เขาไม่มีอะไรจะพูด เพราะว่าหมดปัญญา เขาพยายามตามเรื่องให้อย่างเต็มที่แล้ว
เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับแรงงานที่ถูกลอยแพอย่างมาก เนื่องจากข้อเสนอขอเบิกงบประมาณรายจ่ายกลางยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้เข้าที่ประชุม ครม.เมื่อไร เพราะว่าคราวที่แล้วที่มาชุมนุมหน้าทำเนียบฯ ภาครัฐบอกว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 7 วันเท่านั้น แต่นี่เลยกำหนดเวลามาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
นอกจากนี้ฝ่ายคนงานยังตั้งคำถามกับการเบิกจ่ายงบประมาณจ่ายกลางของรัฐบาล เพื่อไปจัดเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 153 ล้านบาทที่สนามหลวง ว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินเร่งด่วนตรงไหน เมื่อเทียบกับความเดือดร้อนของคนงานที่ถูกลอยแพที่เดือดร้อนมาหลายเดือน
แม้ว่าจะมีการพยายามทวงถามความคืบหน้าจากสำนักนายกฯ แต่ก็ไม่มีความชัดเจน ตัวแทนแรงงานจึงทยอยออกจากห้องประชุม และมาปักหลักชุมนุมที่หน้าอาคาร ก.พ.ร. (เก่า) และต่อมา ได้ประกาศอดอาหารเพื่อกดดันให้รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลือคนงานต่อไป โดยเริ่มวันแรกวันที่ 12 มี.ค.นี้
มาลี กล่าวว่า ที่พวกเธอเลือกใช้วิธีอดอาหาร เพราะที่ผ่านมาพยายามยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหามาหลายครั้งแล้ว แต่ล่าสุดก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องความคืบหน้า
ประธานสหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์กรุ๊ป กล่าวว่า การอดอาหารวันแรกจะมีแค่เธอคนเดียวก่อน โดยจะงดอาหารอย่างเดียว แต่ยังทานน้ำ จนกว่ารัฐบาลจะอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางมาช่วยคนงาน 4 บริษัท แต่ถ้ารัฐบาลยังไม่อนุมัติ จะมีคนงานคนอื่นๆ มาเข้าร่วมการอดอาหารประท้วงวันละ 1 คนไปเรื่อยๆ จนกว่ารัฐบาลจะยอมช่วยเหลือ
"อยากให้รัฐบาลเซ็นงบกลางเพื่อช่วยเหลือคนงานไปก่อน ซึ่งเราไม่ได้เอามาโดยไม่คืนรัฐบาล แต่ให้รัฐบาลไปยึดทรัพย์ของนายจ้าง เราไม่อยากเห็นแรงงานที่โดนเลิกจ้างแล้วต้องมานั่งประท้วงแบบนี้" มาลี กล่าว
สำหรับบริษัทยานภัณฑ์ ประกอบธุรกิจผลิตอะไหล่รถยนต์ เบรก ครัช เกียร์ และอื่นๆ ให้กับซัปพลายเออร์ยี่ห้อรถชื่อดังอย่าง อีซูซุ และโตโยต้า ได้ประกาศเลิกกิจการตั้งแต่ประมาณ พ.ย. 2567 ส่งผลให้แรงงานทั้งหมดตกงานเลยทันที และแม้ว่าจะผ่านมากว่า 3 เดือนแล้ว แต่แรงงานยังไม่ได้รับค่าชดเชยจากการเลิกจ้างจนถึงปัจจุบัน โดยมีแรงงานได้รับผลกระทบจำนวน 859 คน และนายจ้างค้างจ่ายคนงานประมาณ 250 ล้านบาท
ทั้งนี้ ระหว่างการชุมนุมหน้าตึก ก.พ.ร. เมื่อ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต เดินทางเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม และอ่านประกาศตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ห้ามชุมนุมในระยะรัศมีไม่เกิน 50 เมตรรอบทำเนียบรัฐบาล
ถ่ายโดย แมวซาโบ
