‘วิมล’ แรงงานยานภัณฑ์ ให้สัมภาษณ์สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง รับปากรีบส่งเรื่องเบิกงบกลางสำรองจ่ายช่วยคนงานที่ถูกลอยแพ 466 ล้าน เข้าที่ประชุม ครม. แต่ไม่ชัดเจนทันประชุมรอบหน้าหรือไม่
สืบเนื่องจากเมื่อ 11 มี.ค. 2568 คนงานยานภัณฑ์ที่ถูกเลิกจ้างลอยแพได้ยกระดับการชุมนุม และปักหลักที่ภายในสำนักงานกรรมการพัฒนาข้าราชการพลเรือน (ก.พ.ร.) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เพื่อเร่งรัดให้มีการส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเบิกงบประมาณรายจ่ายกลาง (งบกลาง) สำรองจ่ายให้กับคนงานที่ถูกลอยแพ 4 บริษัท ประกอบด้วย เอเอ็มซีสปินนิ่ง แอลฟ่าสปินนิ่ง บอดี้แฟชั่น และยานภัณฑ์ รวมจำนวนเงิน 466 ล้านบาท หลังยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้มากเท่าใดนัก
ต่อมา เมื่อ 12 มี.ค. 2568 มาลี เตวิชา ตัวแทนแรงงานยานภัณฑ์ และประธานสหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์กรุ๊ป ได้ประกาศอดอาหารประท้วง และจะมีคนงานเข้าร่วมการอดอาหารประท้วงไปเรื่อยๆ จนกว่าข้อเรียกร้องจะได้รับการตอบรับ
ล่าสุด เมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา สำหรับความคืบหน้าเรื่องการใช้งบกลาง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) กำลังส่งเรื่องให้ 8 หน่วยงานพิจารณาส่งความเห็นกลับมา เพื่อแนบส่งเข้าวาระการประชุม ครม. โดยตอนนี้มีเพียง 4 หน่วยงานที่ส่งความเห็นกลับมาแล้ว แต่เหลือ 4 กระทรวงที่ยังไม่ตอบกลับ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง สำนักงานประมาณ และกระทรวงอุตสาหกรรม
เมื่อเช้าวันนี้ (21 มี.ค.) คนงานยานภัณฑ์ได้ตัดสินใจเดินทางไปติดตามเรื่องที่กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ เพื่อเร่งรัดให้ทั้ง 2 หน่วยงานส่งความเห็นเรื่องการเสนอเบิกงบกลางกลับมาที่ สลค.
ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ วิมล ห่วงไธสง ตัวแทนแรงงานยานภัณฑ์ เล่าให้ฟังว่า จากการติดตาม ได้รับการตอบรับที่ดี โดยทั้ง 2 หน่วยงานรับปากจะรีบส่งเรื่องกลับไปให้ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
โดยที่สำนักงบประมาณ ตัวแทนจากสำนักงบประมาณก็ลงมารับหนังสือและรับปากว่าจะรีบเร่งดำเนินการส่งความเห็นถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ส่วนที่สำนักเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เขาก็รับปากว่าจะรีบดำเนินการรวบรวมข้อมูลส่งให้กระทรวงการคลัง เพื่อส่งเรื่องกลับไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้ทันเข้าที่ประชุม ครม.ครั้งหน้า
ตัวแทนคนงานบริษัทยานภัณฑ์ ระบุว่าสำหรับกระทรวงมหาดไทย กับกระทรวงอุตสาหกรรม ถ้ายังไม่มีความคืบหน้าในสัปดาห์หน้า หรือประสานติดต่อเรื่องส่งความเห็นกลับมาที่ สลค.ไม่ได้ อาจจะตัดสินใจเคลื่อนไหวไปที่กระทรวงทั้ง 2 กระทรวง
วิมล ระบุว่า ในการเจรจากับทั้ง 2 หน่วยงาน พวกเขาโอเคกับข้อเสนอเบิกงบกลางมาสำรองจ่าย โดยทางแรงงานนำเสนอไปว่าการของบกลาง รัฐไม่ได้ให้ฟรี แต่รัฐจะได้ทรัพย์สินของนายจ้างที่กรมบังคับคดีไปพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการขาย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อขายได้แล้ว รัฐก็เอาเงินกลับเข้ามาในคลัง
วิมล กล่าวต่อว่า สำหรับแรงงานรอไม่ไหว เพราะว่าหากต้องรอทรัพย์สินทั้งหมดขายทอดตลาด จะใช้เวลาที่ยาวนานมาก และแรงงานแต่ละคนเขามีภาระหนี้สิน ค่ารถ ค่าบ้านที่ต้องชำระทุกเดือน อีกปัญหาคือแรงงานเขาอายุมากเกินจะหางานใหม่ เพราะว่าอายุเฉลี่ยแต่ละคน 45 ปีขึ้นไป พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้มันก็ไม่รู้จะทำยังไง ดังนั้น ก็เลยขอว่าให้รัฐบาลเอางบกลางมาจ่ายก่อน ซึ่งไม่ได้เป็นการให้เปล่า เราอยากได้เงินก้อนสุดท้ายเพื่อไปตั้งต้นลงทุนเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประทังชีวิตต่อไปได้
"เราไม่ได้เรียกร้องเกินสิทธิที่เราพึงมีพึงได้ เราเรียกร้องที่ว่านายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายกำหนด" วิมล กล่าว
ส่วนจะทันส่งเรื่องเข้า ครม.ครั้งหน้าหรือไม่นั้น วิมล เผยว่ายังลุ้นอยู่ ซึ่งจากการคุยกับสำนักงบประมาณบอกว่าจะพยายามให้ทัน แต่ในส่วนของกระทรวงการคลัง บอกว่าจะรีบรวบรวมข้อมูลต่างๆ ส่งให้กระทรวงการคลัง ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะส่งมาหาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทันหรือไม่ทัน เขายังตอบไม่ได้ชัดเจน
ตัวแทนแรงงานยานภัณฑ์ ระบุว่า ทางหน่วยงานรัฐฝากถึงคนงานที่กำลังอดอาหารอยู่ด้วยว่าให้เลิกอดอาหารประท้วงเถอะ ทางหน่วยงานรัฐจะเร่งดำเนินการให้ทัน ครม.ประชุมคราวหน้า ซึ่งจะจัดในวันที่ 27 มี.ค.นี้
ท้ายที่สุด วิมล เสนอว่า เขาอยากให้มีกองทุนประกันความเสี่ยง ซึ่งเป็นกองทุนฯ ที่บังคับนายจ้างจ่ายเข้ามาในกองทุน ถ้ามีการเลิกจ้างคนงาน ก็ให้ใช้เงินในกองทุนนั้นจ่ายให้คนงานแทน แต่ถ้าไม่มีการเลิกจ้าง ก็ไม่เป็นไร
“เราพยายามให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายให้นายจ้างเอาเงินมาใส่กองทุนประกันความเสี่ยง รัฐบาลจะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยแก้ไขปัญหานี้ การที่แรงงานออกมาเรียกร้องตรงนี้ อย่ามองว่ามันเป็นปัญหา แต่เขานำปัญหามาให้แก้ เพราะคุณอาสามาแก้ไขปัญหา”
“ถ้ากฎหมายแก้ไข ผมเชื่อว่าแก้ไขได้ 100% ลูกหลานเราจะได้ไม่ต้องมานั่งประท้วงอย่างเรา” ตัวแทนแรงงานยานภัณฑ์ ทิ้งท้าย
ปัจจุบัน สถานการณ์การอดอาหารประท้วงตอนนี้มีผู้เข้าร่วม 6 คน และคนที่อดอาหารยาวนานที่สุดคือ มาลี เตวิชา อดอาหารมาแล้ว 10 วัน
