Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

คนงานยานภัณฑ์ ยื่นหนังสือ กมธ.แรงงาน ช่วยติดตามเรื่องเบิกงบกลางช่วยคนงานถูกลอยแพ 4 บริษัท รวม 466 ล. ยังไม่เข้าที่ประชุม ครม. และขอให้ตรวจสอบการใช้ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ กับกลุ่มคนงานที่ออกมาชุมนุมเมื่อ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพหรือไม่

 

7 พ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ ( 7 พ.ค. 2568) ณ ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา กลุ่มคนงานยานภัณฑ์ นำโดย วิมล ห่วงไธสง เข้ายื่นหนังสือต่อกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.แรงงาน) เรื่องการติดตามเรื่องการถูกเลิกจ้างและไม่ได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และตรวจสอบการแจ้งดำเนินคดี พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ กับตัวแทนคนงานยานภัณฑ์ ว่าเข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพหรือไม่ โดย เซีย จำปาทอง รองประธาน กมธ.แรงงาน คนที่ 3 เป็นผู้รับมอบหนังสือ

ประเด็นปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทางบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ ได้ปิดกิจการกะทันหัน เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2567 ส่งผลให้คนงาน 859 คนตกงาน โดยไม่ได้รับค่าชดเชยประมาณ 250 ล้านบาท และแม้ว่าจะมีการประชุมร่วมกับนายจ้างเรื่องการจ่ายเงินชดเชยแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว 

ดังนั้น กลุ่มคนงานยานภัณฑ์จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ โดยการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางให้กับคนงาน และให้รัฐบาลไปติดตามเอาเงินคืนกับนายจ้าง

ข้อเสนอนี้ได้รับการตอบสนองโดย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ลงนามรับรองหนังสือด่วนที่สุด รง 0502/382 ตั้งแต่เมื่อ 11 ก.พ. 2568 เพื่อขอเบิกงบประมาณรายจ่ายกลาง จำนวนเงิน 466 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือคนงานที่ถูกลอยแพเกือบ 3,000 คน จาก 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท บอดี้ แฟชั่น จำกัด บริษัท แอลฟ่า สปินนิ่ง จำกัด เอเอ็มซี สปินนิ่ง จำกัด และบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา คนงานได้ยกระดับการชุมนุมปักหลักที่บริเวณอาคารกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้ ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางแต่ปัจจุบัน (7 พ.ค.) ปรากฏว่าเรื่องของบกลางก็ยังไม่ได้เข้าที่ประชุม ครม.

ดังนั้น คนงานยานภัณฑ์ จึงมีข้อเรียกร้องให้ทาง กมธ.การแรงงาน ช่วยติดตามหนังสือขอเบิกงบประมาณรายจ่ายกลาง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาให้พนักงานที่ถูกลอยแพ 4 บริษัท

ส่วนอีกข้อเรียกร้องคือ คนงานยานภัณฑ์มีการขอให้ตรวจสอบการใช้ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ กับคนงานยานภัณฑ์ จำนวน 4 ราย เนื่องจากกลุ่มคนงานที่ออกมาชุมนุมเมื่อ 1 เม.ย.ที่ผ่านมาได้รับหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมฝ่าฝืนคำสั่งการประกาศ 50 เมตร รอบทำเนียบฯ ซึ่งสร้างความกังวลต่อผู้มาชุมนุมติดตามและอาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

เซีย จำปาทอง รองประธานคนที่ 3 กรรมาธิการการแรงงาน และ สส.พรรคประชาชน กล่าวหลังรับหนังสือว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุมของคณะ กมธ. เพื่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและให้ข้อเท็จจริง จากนั้นคณะ กมธ.จะได้สรุปเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบเพี่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้แรงงานต่อไป เบื้องต้นทราบว่า เรื่องของผู้ใช้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างนั้นขณะนี้รอการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี  รวมทั้งขอเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เร่งดำเนินการบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

นอกจากคนงานยานภัณฑ์ที่มายื่นหนังสือแล้ว ได้มีคนงานจากบริษัท พรีเมี่ยม เอ็นเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (PEC) ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายถ่ายหิน และถ่านหินผงบดละเอียด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มายื่นหนังสือร้องเรียนกับทางประธาน กมธ.แรงงาน ให้ช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหา แรงงานประมาณ 52 คนไม่ได้รับค่าจ้างตามกำหนด

ภาพบรรยากาศการยื่นหนังสือของคนงาน PEC ต่อ กมธ.แรงงาน

เบื้องต้น บริษัทอ้างว่า เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตประสบเหตุเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย ทำให้ไม่สามารถทำการผลิตได้ และบริษัทประสบปัญหาไม่มีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ทำให้ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนมาเป็นระยะเวลานาน แม้ว่าจะยังไม่มีการผลิตสินค้า แต่บริษัทยังให้พนักงานมาทำงานประจำ โดยให้ทำความสะอาดโรงงาน และไม่จ่ายค่าจ้างให้พนักงานตามกำหนด เรื่องนี้ส่งผลให้คนงานได้รับความเดือดร้อน 

คนงานเคยไปร้องเรียนที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.อยุธยา และทางผู้ตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้พนักงานแล้ว แต่ทางนายจ้างยังจ่ายไม่ครบ และมีการผัดผ่อนโดยไม่มีระยะเวลาที่ชัดเจน ทำให้คนงานไม่มั่นใจว่าจะมีการจ่ายเงินจริง ประกอบกับ ตัวแทนคนงานตั้งข้อสังเกตด้วยว่า บริษัทมีเจตนาทำให้แรงงานประสบความเดือดร้อนจนต้องยอมลาออกโดยบริษัทไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และความเสียหายตามสิทธิแรงงานที่ควรได้รับ จึงมาร้องเรียน กมธ.การแรงงาน ให้ช่วยหาแนวทางแก้ไขตามที่รายงานข้างต้น

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง