Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ปักหลักมากว่า 50 วัน แต่วาระพิจารณาขอเบิกงบประมาณรายจ่ายกลาง สำรองจ่ายค่าชดเชยให้แรงงานที่ถูกลอยแพ 4 บริษัท ประกอบด้วย ยานภัณฑ์, บอดี้แฟชั่น, เอเอ็มซี สปินนิ่ง, และแอลฟ่า สปินนิ่ง จำนวน 466 ล้านบาท ยังไม่ได้เข้าที่ประชุม ครม. ด้าน สน.ดุสิต แจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุม 2 คนงานยานภัณฑ์ จากการร่วมชุมนุมเมื่อ 1 เม.ย. 68

 

สืบเนื่องจากตั้งแต่ 11 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา คนงานจากบริษัทยานภัณฑ์ และเครือข่ายแรงงาน ได้มาปักหลักชุมนุมภายในบริเวณสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อเรียกร้องให้ที่ประชุม ครม. อนุมัติเบิกงบกลางมาสำรองจ่ายให้คนงานที่ถูกลอยแพทั้ง 4 บริษัท มาตั้งแต่ 11 มี.ค. 2568 จนถึงตอนนี้ รวมระยะเวลา 51 วันแล้ว 

30 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (30 เม.ย.) สัมภาษณ์ ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ที่ติดตามการช่วยเหลือของแรงงานถูกลอยแพ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า วานนี้ (29 เม.ย.) เรื่องขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลาง เพื่อสำรองจ่ายให้กับคนงาน 4 บริษัท ที่ถูกนายจ้างเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ประกอบด้วย บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอลฟ่า สปินนิ่ง จำกัด บริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอเอ็มซี สปินนิ่ง จำกัด โดยมีผู้เสียหายเกือบ 3,000 ราย มูลค่า 466 ล้านบาท ยังไม่เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และยังไม่ทราบว่าจะได้เข้าที่ประชุม ครม.เมื่อไร แต่ได้รับการแจ้งว่าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งเรื่องรอเข้าที่ประชุมแล้ว

ธนพร ระบุด้วยว่า ระหว่างรอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. ทางอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน จะนัดหารือกับแกนนำแรงงานยานภัณฑ์ เพื่อหาเงินจากส่วนอื่นๆ มาช่วยเหลือคนงาน แต่เบื้องต้น ยังไม่มีการนัดหารือ ทำให้ยังไม่ทราบว่าเงินที่จะมาช่วยคนงานนอกเหนือจากงบกลาง จะมาจากส่วนไหน

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งวันนี้ (30 เม.ย.) วิรุต นามณี แรงงานยานภัณฑ์ อายุ 46 ปี และพวก รวม 2 คน ถูก สน.ดุสิต แจ้งข้อหาละเมิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จากกรณีร่วมกันจัดชุมนุมฝ่าฝืนประกาศห้ามชุมนุมภายในระยะ 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2568 

สำหรับบริษัทยานภัณฑ์ มีโรงงานตั้งอยู่ที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น เบรก ครัช ฯลฯ ประกาศปิดกิจการเมื่อ 26 พ.ย. 2567 ทำให้คนงาน 859 คนตกงาน และยังไม่ได้เงินชดเชย ราว 250 ล้านบาท

ต่อมา เมื่อ 29 พ.ย. 2567 มีการประชุมระหว่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.สมุทรปราการ สหภาพแรงงาน คนยานภัณฑ์ และผู้บริหารบริษัทยานภัณฑ์ โดยมี สส.พรรคประชาชนสังเกตการณ์ ได้ตกลงกันว่านายจ้างจะแบ่งจ่ายค่าชดเชย 3 งวด

  • งวดที่ 1 วันที่ 27 ธ.ค. 2567 จำนวน 70% 
  • งวดที่ 2 วันที่ 20 ม.ค. 2568 จำนวน 20% 
  • งวดที่ 3 วันที่ 27 ม.ค. 2568 จำนวน 10% 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดเวลาที่ต้องจ่ายเงิน แรงงานกลับไม่ได้รับเงินชดเชยตามที่ได้ตกลงกันไว้ แรงงานยานภัณฑ์ จึงเริ่มปักหลักชุมนุมหน้าโรงงานเพื่อกดดันนายจ้าง และเดินทางมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือโดยการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางสำรองจ่ายไปก่อน โดยแลกกับทรัพย์สินของนายจ้างทั้ง 4 บริษัท

ข้อเรียกร้องของ 4 บริษัท ประกอบด้วย

  • ให้รัฐบาลอนุมัติรายจ่ายกลางสำรองจ่ายค่าชดเชยให้กับคนงาน 4 บริษัท จำนวน 466 ล้านบาท
  • แลกกับทรัพย์สินที่กรมบังคับคดีไปยึดมาจากนายจ้างทั้ง 4 บริษัท โดยรัฐบาลสามารถขายทรัพย์สินของนายจ้าง แล้วนำเงินส่วนนี้คืนเข้าคงคลังเหมือนเดิม

ล่าสุด เมื่อ 11 มี.ค. 2568 แรงงานยานภัณฑ์ได้ยกระดับการชุมนุม ปักหลักที่สำนักงานกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล หลังยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการช่วยเหลือจากรัฐบาล

ระหว่าง 12 มี.ค. จนถึง 8 เม.ย. 2568 ขณะที่มีการปักหลักประท้วง มีคนงานยานภัณฑ์ 6 คน อาสาอดอาหารประท้วง จนกว่า ครม.จะอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางให้กับคนงานทั้ง 4 กลุ่ม

ปัจจุบัน คนงานยานภัณฑ์จะปักหลักมานาน 51 วันแล้ว แต่เรื่องขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางยังไม่ได้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง