ผู้นำรัสเซียปฏิเสธสัญญาทำข้อตกลงหยุดยิงสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นเวลา 30 วันที่สหรัฐฯ และยูเครนร่างขึ้นมาให้ และเสนอให้ปลด 'เซเลนสกี' ออกจากตำแหน่ง ปธน.ยูเครน โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพ การเปลี่ยนท่าทีนี้ทำให้ ‘ทรัมป์’ โมโหอย่างมาก และสิ่งที่เกิดขึ้นชวนให้วิเคราะห์ต่อว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์รัฐบาลสหรัฐฯ-รัสเซียอย่างไร และปูตินกำลังวางแผนอะไร
ช่วงที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยว่าเขา "โมโห ไม่พอใจอย่างมาก" หลังวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย เปลี่ยนท่าทีแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงสงครามยูเครน 30 วัน ทั้งที่สหรัฐฯ และยูเครน ต่างผลักดันร่างข้อตกลงออกมาแล้ว และทางปูติน ได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มต้องให้ โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดียูเครนอีกด้วย
เรื่องนี้ทำให้ทรัมป์ ไม่พอใจโดยกล่าวว่า "ถ้าหากรัสเซียและผมไม่สามารถทำข้อตกลงที่จะยับยั้งการนองเลือดในยูเครนลงได้ และถ้าหากผมคิดว่ามันเป็นความผิดของรัสเซียแล้วล่ะก็... ผมก็จะต้องใช้มาตรการภาษีรองกับน้ำมันทั้งหมดที่มาจากรัสเซีย"
สำหรับทรัมป์ เขาต้องการยุติสงครามยูเครนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังจากที่สงครามกินเวลายาวนานมามากกว่า 3 ปี แต่ปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถทำให้เกิดความคืบหน้าในเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีการเจรจากับทั้ง 2 ฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ-ยูเครนแล้วก็ตาม
ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่ออีกว่า ปูติน รู้ดีว่าเขาโกรธมาก แต่ก็บอกว่าตัวเองมี "ความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา (ปูติน) และบอกอีกว่า "ความโกรธจะหายไปอย่างรวดเร็ว... ถ้าหากเขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง"
ในเรื่องมาตรการภาษีรองที่ว่านี้ ทรัมป์ อธิบายว่า "ถ้าหากคุณซื้อน้ำมันจากรัสเซีย คุณก็จะไม่สามารถทำธุรกิจกับสหรัฐฯ ได้" นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า "จะมีการตั้งภาษีศุลกากรร้อยละ 25 กับน้ำมันทั้งหมด หรือร้อยละ 25-50 กับน้ำมันทั้งหมด" โดยที่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
รัสเซียยังคงโจมตียูเครนต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ หลังทรัมป์ เข้ามารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ รัฐบาลวอชิงตันแสดงท่าทีเป็นมิตรมากขึ้นกับรัสเซีย รวมถึงแสดงท่าทีหมางเมินต่อยูเครน และบอกว่าจะไม่สนับสนุนยูเครนในการสู้รบต่อต้านการรุกคืบของรัสเซีย ในขณะที่รัสเซีย ก็ยังคงรุกรานยูเครน อยู่อย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะอยู่ในช่วงเจรจาสันติภาพ
ยูเครน กล่าวหาว่า รัสเซียพยายามถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ ในการเจรจาสันติภาพโดยไม่ได้คิดจะหยุดรุกรานยูเครน และล่าสุดในวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็มีกรณีการโจมตีรอบล่าสุดที่เมืองคาร์คีฟ เมืองชายแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีการโจมตีถูกเป้าหมาย 6 ครั้งในช่วงคืนระหว่างวันที่ 29-30 มี.ค.ที่ผ่านมา และการโจมตีส่วนหนึ่งก็โดนโรงพยาบาลด้วย ทำให้ทางการยูเครนกล่าวหาว่ารัสเซียก่อ "อาชญากรรมสงคราม"
โดรนของรัสเซีย โจมตีใส่โรงพยาบาลทหารในคาร์คีฟ ซึ่งเป็นเมื่องที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของยูเครน เป็นเหตุให้มีคนที่กำลังรับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ โดรนรัสเซียยังโจมตีโดนศูนย์การค้า อพาร์ตเมนต์ และเป้าหมายอื่นๆ เป็นเหตุให้มีผู้อาศัยเสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย
นอกจากนี้ กองทัพรัสเซีย ยังได้ยึดหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปเพียง 7 กม. จากชายแดนของภูมิภาคดนิโปรเปตรอฟสค์ ในช่วงที่มีการรุกคืบครั้งล่าสุดด้วย
นับตั้งแต่ที่รัสเซีย เริ่มการรุกรานยูเครน ในปี 2565 เป็นต้นมา พวกเขาก็ไม่เคยข้ามผ่านเขตแดนของภูมิภาคนี้เลย แต่รัสเซีย ก็ได้พยายามใช้กำลังรุกคืบเข้าเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว โดยหวังว่าจะสามารถรุกคืบเข้าไปในภูมิภาคดังกล่าวได้
'รัสเซีย' อ้าง 'เซเลนสกี' หมดวาระแล้ว ควรออกจากตำแหน่ง
วลาดิเมียร์ ปูติน เป็นผู้นำรัสเซียที่อยู่ในอำนาจมา 25 ปี แล้ว ผ่านการเลือกตั้งแบบที่คู่แข่งถูกปราบปรามอย่างหนักจนทำให้เขาลอยลำ ปูตินมักจะตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าการที่ โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดียูเครนอยู่นั้น "มีความชอบธรรม" หรือไม่
ถึงแม้ว่าวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดียูเครนจะอยู่ที่ 5 ปี ซึ่งจะทำให้เซเลนสดีหมดวาระไปแล้วในเดือน พ.ค. 2567 แต่ในกฎหมายยูเครนก็ระบุว่า ในช่วงที่มีความขัดแย้งทางการทหารใหญ่ๆ จะมีการระงับการเลือกตั้งออกไปก่อน อีกทั้ง ฝ่ายค้านของยูเครน ก็เห็นด้วยกับเซเลนสกี ว่าควรจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อนจนกว่าสงครามยูเครน จะจบลง
ทรัมป์ ก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักกับเซเลนสกี โดยที่ทรัมป์ เคยต่อว่า กล่าวหาว่าเซเลนสกีเป็น "เผด็จการ" และปะทะคารมกับเขาออกอากาศในช่วงที่มีการเจรจาที่ทำเนียบขาวเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
ฝ่ายเซเลนสกี ปราศรัยต่อพันธมิตรของยูเครนเรียกร้องให้มีการร่วมกันต่อต้านปูติน โดยบอกว่า สหรัฐฯ ได้เสนอข้อตกลงหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขออกมาเป็นเวลานานแล้ว แต่รัสเซียก็ไม่ได้ตอมกลับในเรื่องนี้อย่างเหมาะสมเสียที เซเลนสกีมองว่าควรจะต้องมีการกดดันต่อรัสเซียอ่างจริงจัง และเขาก็ขอบคุณประเทศใดก็ตามที่ "เข้าใจในเรื่องนี้" และมีการยกระดับการคว่ำบาตรต่อรัสเซียมากขึ้น
ทางรัสเซีย และยูเครน ต่างก็เห็นด้วยเชิงหลักการเกี่ยวกับข้อตกลงทะเลดำหลังจากที่หารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ แต่รัสเซียก็บอกว่าจะไม่ยอมให้เกิดข้อตกลงนี้จนกว่าพันธมิตรของยูเครนจะยกเลิกคว่ำบาตรต่อประเทศของพวกเขา
'ปูติน' วางแผนอะไร
มีการตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่กองทัพรัสเซียเริ่มอ่อนแรงลง รัสเซียก็เริ่มหันมาพยายามเรียกร้องให้ผู้นำยูเครน คนปัจจุบันลาออกแทน แต่การทำเช่นนี้ก็เสี่ยงที่จะทำให้พวกเขาสูญเสียโอกาสที่จะทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ในแบบที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมากขึ้นในช่วงที่ทรัมป์ยังอยู่ในตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ และอาจทำให้สหรัฐฯ เป็นมิตรกับรัสเซียน้อยลง
ผู้เชี่ยวชาญอิสระและแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับเรื่องนี้ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่ารัสเซียจะเข้าร่วมหารือเรื่องสันติภาพกับสหรัฐฯ แต่ก็ยังคงมุ่งบรรลุเป้าหมายแบบสุดโต่งอยู่ดี รวมถึงเรียกร้องสิ่งที่พวกเขาอยากได้จากสงคราม ซึ่งมีความเป็นไปได้ 2 อย่างที่รัสเซีย ตั้งเอาไว้เป็นเป้าหมายของตัวเอง
1. การที่ยูเครนยอมจำนนจนนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและการปรับโครงสร้างของประเทศยูเครนภายใต้อิทธิพลของรัสเซีย ซึ่งจะทำให้ยูเครนกลายเป็นประเทศบริวารรัสเซียคล้ายกับเบลารุส
2. ความเป็นไปได้ที่ทะเยอทะยานน้อยลง คือการที่รัสเซียจะสามารถควบคุมพื้นที่ของยูเครนได้ 4 ภูมิภาคที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย ในขณะเดียวกัน ก็จำกัดอิสรภาพทางการเมืองและทางการทหารของยูเครนไปด้วย
แหล่งข่าวมองว่า แม้แต่แผนการที่ทะเยอทะยานน้อยเช่นนี้ก็เป็นไปได้ยาก เพราะกองทัพรัสเซียยังคงไม่สามารถควบคุมพื้นที่ๆ พวกเขายึดครองได้อย่างเต็มที่ และเซเลนสกี ก็ไม่น่าจะยอมให้พื้นที่เขตแดนของยูเครน แก่รัสเซีย เว้นแต่ถูกบีบบังคับให้ต้องทำ แต่สิ่งที่เซเลนสกี น่าจะทำมากกว่าคือการหันไปหาการสนับสนุนทางการทหารและการเมืองจากประเทศพันธมิตรอย่างกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป อังกฤษ และฝรั่งเศส
เจ้าหน้าที่ทูตรัสเซียรายหนึ่งบอกว่า ปูติน มีความไม่ชอบเซเลนสกี เป็นการส่วนตัว เพราะเซเลนสกี กล้าที่จะท้าทายปูตินออกหน้าสื่อ
เรื่องนี้ทำให้รัสเซียกำลังพิจารณาทางเลือกที่ 3 นั่นคือการดิสเครดิตทำลายชื่อเสียงของเซเลนสกี ในสายตาของทรัมป์ เพื่อกดดันให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นการเขี่ยเซเลนสกี ให้พ้นทางเพราะรัสเซียรู้ดีว่าเซเลนสกีจะไม่ยอมให้ยูเครนสูญเสียการควบคุมอาณาเขตของประเทศตัวเองให้รัสเซีย นั่นทำให้รัสเซียพยายามอย่างมากในการที่จะสร้างวาทกรรมว่าเซเลนสกี "ไร้ความชอบธรรม"
เซเลนสกี เคยบอกว่า เขาจะยอมลงจากตำแหน่งก็ต่อเมื่อยูเครนได้รับการรับรองเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
ขณะเดียวกัน รัสเซียก็พยายามสร้างภาพอ้างว่ายูเครนละเมิดสัญญาหยุดยิง 30 วัน แต่ในความเป็นจริงแล้วสัญญาหยุดยิงยังไม่ได้เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ
อีกวิธีหนึ่งที่รัสเซีย ใช้คือการพยายามหาการสนับสนุนจากสหรัฐฯ จีน และอินเดีย เป็นการกดดันอียูในอีกทางหนึ่ง เพราะถ้าหากอียูโต้แย้ง ก็จะทำให้อียูเกิดความบาดหมางกับสหรัฐฯ
จอร์จี บอฟต์ นักวิเคราะห์ทางการเมือง มองว่า การที่ปูตินพยายามเสนอให้มีการปกครองยูเครนจากภายนอกนั้นเป็นการส่งสัญญาณว่า ทางการรัสเซียพยายามสร้างภาพให้ยูเครนกลายเป็นรัฐล้มเหลว แต่ทว่ามันก็ทำให้เกิดความไร้เหตุผลขึ้น เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่เคยมีกการใช้มาตรการ "บริหารจากภายนอก" ของสหประชาชาติกับรัฐล้มเหลวใดๆ เลย และถ้าหากยูเครนเป็นรัฐล้มเหลวจริง มันก็ไม่สมเหตุสมผลที่จะลงนามในข้อตกลงหยุดยิงด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม ทีมนโยบายการต่างประเทศของรัสเซีย มองด้วยว่า การที่ปูตินพยายามถ่วงเวลาการหยุดยิงออกไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ตัวเองต้องการก็อาจจะกลายเป็นการเสียโอกาสได้ ทรัมป์อาจจะเลิกสนใจข้อตกลงแล้วก็โมโหมากจนทำให้ "ไบเดนดูเป็นซานตาคลอสใจดีไปเลย"
เรียบเรียงจาก
Kremlin Doubles Down on Demand to Replace Zelensky, Risking Trump’s Ire, The Moscow Times, 30-03-2025
https://www.themoscowtimes.
Trump Says ‘Very Angry’ With Putin Over Ukraine, The Moscow Times, 30-03-2025
https://www.themoscowtimes.
Russia Launches Deadly Drone Attack On Kharkiv, RFERL, 30-03-2025
https://www.rferl.org/a/
