Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน “RCSS/SSA” จัดงานรำลึก “วันลุกฟื้น” หรือวันกอบกู้รัฐฉานปีที่ 67 เพื่อรำลึกถึงการจับอาวุธต่อสู้ปลดปล่อยรัฐฉานของกองกำลัง “หนุ่มศึกหาญ” โดย “RCSS/SSA” ประกาศหยุดยิง 10 วันในช่วงรำลึกวันกอบกู้รัฐฉานปีที่ 67 หวังพบปะหารือกับพรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉาน “SSPP/SSA” โดยฝ่าย SSPP/SSA ประกาศหยุดยิงเช่นกัน ท่ามกลางสถานการณ์พลิกผันในรัฐฉานตอนเหนือที่ล่าสุดกองกำลังโกก้าง MNDAA ปะทะกับ SSPP/SSA หลายครั้ง

 

 

งานรำลึกครบรอบ “วันลุกฟื้น” หรือวันกอบกู้รัฐฉานปีที่ 67 ที่ดอยไตแลง โดยปีนี้ RCSS/SSA หรือ “กองทัพรัฐฉานใต้” และ SSPP/SSA “กองทัพรัฐฉานเหนือ” ถือโอกาสตกลงหยุดยิงในช่วงรำลึกวันกอบกู้รัฐฉาน ที่มา: Facebook/Tai Freedom

พ.อ.คำกอนจื้น ผบ.กองทัพภาคเชียงตุง กองทัพรัฐฉาน รำลึกวันลุกฟื้นกอบกู้รัฐฉาน จัดที่ฐานดอยก่อวัน รัฐฉานภาคตะวันออก ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เมื่อ 21 พ.ค. 2568 ที่มา: Facebook/Tai Freedom

กองพลน้อย 505 สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA จัดวันลุกฟื้นกอบกู้รัฐฉาน ที่บ้านหนอง อำเภอน้ำจ๋าง จังหวัดน้ำจ๋าง รัฐฉาน เมื่อ 21 พ.ค. 2568 ที่มา: Facebook/Tai Freedom

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Taifreedom รายงานว่าที่กองบัญชาการสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) หรือ “กองทัพรัฐฉานใต้” มีการจัดงานรำลึกเนื่องในวันลุกฟื้นหรือวันกอบกู้รัฐฉานปีที่ 67 และจัดพิธีวางพวงมาลารำลึกทหารที่เสียชีวิต ที่กองบัญชาการดอยไตแลง อำเภอเมืองปั่น จังหวัดลางเคอ บริเวณชายแดนรัฐฉานตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้กล้าหาญ ผู้ที่อุทิศชีวิตเลือดเนื้อในช่วงกอบกู้บ้านเมือง เพื่อให้ประชาชนไทใหญ่ไม่หลงลืมวันสำคัญที่ประชาชนในรัฐฉานจับอาวุธลุกฟื้นกอบกู้ต่อสู้เอาคืนบ้านเมืองดังกล่าว

โดยที่กองบัญชาการดอยไตแลง บก.สูงสุดของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน RCSS/SSA ตั้งแต่เช้าเวลา 8.00 น. พระสงฆ์ ผู้นำกลุ่มต่างๆ แขกผู้มีเกียรติ ทหาร พี่น้องประชาชน เข้ามาที่บริเวณลานพิธี ในเวลา 08.10 น. พลเอกเจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์รำลึกวันกอบกู้รัฐฉาน และมอบประกาศนียบัตรเพื่อยกย่องผู้กล้าหาญ ผู้เสียสละชีพ และร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ทหารที่เสียชีวิตในห้วงการสู้รบในห้วงปี 2567–2568 ที่ผ่านมา หลังจากนั้น ผู้นำกลุ่มต่างๆ เจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ พี่น้องประชาชนทั้งในรัฐฉานและต่างประเทศร่วมกันวางดอกไม้และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกัน

โดยคำแถลงของ พลเอกเจ้ายอดศึก ที่เผยแพร่ในเพจ Taifreedom กล่าวสุนทรพจน์ว่า การต่อสู้ตลอด 67 ปีที่ผ่านมามิได้ราบรื่นเสมอไป รัฐฉานต้องเผชิญปัญหาทั้งจากภายในและภายนอกก่อให้เกิดความแตกแยกความขัดแย้งทางแนวคิดและการแทรกแซงของกลุ่มผลประโยชน์ ขณะเดียวกันความรู้และการศึกษาที่จำกัดของประชาชนทำให้บางกลุ่มตกเป็นเครื่องมือของศัตรูโดยไม่รู้ตัวซึ่งนับเป็นบทเรียนสำคัญของการปฏิวัติ

“ด้วยเหตุนี้กระผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวรัฐฉานนำบทเรียนที่ผ่านมา มาปรับปรุงตนเองทั้งในด้านความคิดและการปฏิบัติงานเพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จแห่งการปฏิวัติกอบกู้รัฐฉานอย่างแท้จริงขอให้พวกเราทุกคนยืนหยัดด้วยจิตใจที่กล้าหาญ มุ่งมั่นเพื่อชาติ บ้านเมือง ภาษาศาสนาและแผ่นดินของเราดังคำสุภาษิตไทใหญ่ว่าแม้นกกระจอกมีแรงคาบหญ้าคาก็คาบหญ้าคา ช้างพลายดันท่อนซุงก็ดันท่อนซุง จงมีความรักความสามัคคี และการเกื้อกูลระหว่างประชาชนกับกองทัพ เปรียบเสมือน้ำกับปลา ขอเรียกร้องทุกท่านร่วมแรงร่วมใจทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้การปฏิวัติกอบกู้รัฐฉานบรรลุผลและปลดปล่อยตนเองจากการเป็นขี้ข้าของชาติพันธุ์อื่น” คำแถลงตอนหนึ่งระบุ

มีรายงานด้วยว่า ในปีนี้สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) ได้สร้างอนุสาวรีย์วีรชน ณ กองบัญชาการสูงสุด ดอยไตแลง เพื่อยกย่องเกียรติประวัติของผู้เสียสละชีวิตและเลือดเนื้อในห้วงเวลาของการปฏิวัติกอบกู้รัฐฉานอีกด้วย

 

กองทัพรัฐฉานเหนือ-ใต้หยุดยิงก่อนจัดรำลึกวันกอบกู้รัฐฉานปีที่ 67

ก่อนหน้านี้มีรายงานเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักข่าวฉาน (SHAN) ระบุว่า มีประกาศของกองบัญชาการทหารของ RCSS/SSA ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ถึงผู้นำและผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารต่างๆ ระบุให้กำลังพล “จะต้องยุติปฏิบัติการทั้งหมดและรักษาการหยุดยิง ตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 25 พ.ค. พฤษภาคม 2568 รวมเป็นระยะเวลา 10 วัน”

ในประกาศระบุว่า “1. เนื่องจากวันลุกฟื้นกอบกู้รัฐฉานของชาวไทใหญ่กำลังจะมาถึง และอีกเหตุผลคือจะมีการรับประทานอาหารและพบปะกับผู้นำจากพื้นที่ต่างๆ ดังนั้นในช่วง 10 วันนี้ กำลังพลจะต้องประจำอยู่ ณ ที่ตั้ง และห้ามเคลื่อนไหวหรือเปิดฉากโจมตี เว้นแต่เป็นการป้องกันตัว

2. หากสถานการณ์ที่เลวร้ายในรัฐฉานไม่ถูกหยิบยกมาพูดคุยและหารือกัน ประชาชนของเราก็จะต้องทนทุกข์ไปอีกนานในอนาคต ด้วยเหตุนี้เอง ในโอกาสวันกอบกู้รัฐฉานปีที่ 68 พลเอกเจ้ายอดศึก ประธาน RCSS มีแผนที่จะพบปะและหารือกับประชาชนและกลุ่มติดอาวุธทั้งสองกลุ่ม” โดยหนังสือฉบับดังกล่าวยังได้ส่งไปถึงพรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉาน SSPP/SSA ด้วย

ด้านพรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉาน SSPP/SSA ซึ่งมีที่ตั้ง บก.สูงสุดอยู่ที่บ้านไฮ อำเภอเกซี จังหวัดเมืองสู้ รัฐฉานตอนเหนือ ได้ตอบหนังสือของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน โดยประกาศเมื่อ 17 พฤษภาคม 68 ให้กำลังพลอยู่ในที่ตั้งและไม่ปฏิบัติการทางทหารเปิดฉากโจมตี RCSS/SSA เช่นกัน

มีรายงานด้วยว่า SSPP/SSA ได้จัดรำลึกวันลุกฟื้นกอบกู้รัฐฉานปีที่ 67 ที่ บก.บ้านไฮ เช่นกัน โดยมีภาพเผยแพร่ใน Facebook เพจ SSPP Info ของทางกลุ่ม

 

งานรำลึกวันกอบกู้รัฐฉานปีที่ 67 ที่ บก.บ้านไฮ ของกองกำลัง SSPP/SSA ที่มา: Facebook/SSPP Info

อนึ่งกองทัพรัฐฉานทั้งสองกองกำลังขัดแย้งกันมาตั้งแต่ปี 2558 หลังสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน RCSS/SSA ขยายปฏิบัติการทางทหารอย่างมีนัยสำคัญจากรัฐฉานภาคใต้ขึ้นมาที่รัฐฉานภาคเหนือ เพื่อควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 3 มัณฑะเลย์-ล่าเสี้ยว-หมู่เจ้ และส่งกำลังพลไปประจำการบริเวณเมืองสำคัญทางเหนือ อย่างเช่น น้ำตู้ สี่ป้อ และจ็อกเม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่เจ้-น้ำคำ ซึ่งเป็นชุมทางการค้าสำคัญของทางหลวงหมายเลข 3 ตรงข้ามชายแดนจีน-รัฐฉานที่ด่านรุ่ยลี่ มณฑลยูนนาน

ทำให้สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน RCSS/SSA เผชิญศึกหลายด้านในรัฐฉานภาคเหนือ โดยปะทะกับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง TNLA มาตั้งแต่ปี 2558 และตั้งแต่ปลายปี 2561 พรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกพันธมิตรฝ่ายเหนือ FPNCC เช่นเดียวกับกองทัพตะอาง TNLA ก็ร่วมมือกับกองทัพตะอาง TNLA เปิดศึกกับ RCSS/SSA จนถึงสิ้นปี 2564 RCSS/SSA ถอนทหารจากพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฉาน กลับไปอยู่ทางด้านใต้ของทางหลวงหมายเลข 3 สายมัณฑะเลย์-ล่าเสี้ยว-หมู่เจ้

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2566 ทั้ง SSPP/SSA และ RCSS/SSA ได้จัดการประชุมและบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ อันเป็นผลจากแรงกดดันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากพระสงฆ์ไทใหญ่และประชาชน แต่เวลาผ่านมาไม่ถึงปีก็เกิดการปะทะขึ้นอีกและดำเนินต่อเนื่องมาจนกระทั่งมีการประกาศหยุดยิง 10 วันในช่วงรำลึกวันกอบกู้รัฐฉานดังกล่าว

โดยในบทวิเคราะห์ของสำนักข่าวฉานโดย จายวันใส ตั้งข้อสังเกตว่า “ผู้นำ RCSS จะรื้อฟื้นบทสนทนาเรื่องความเป็นเอกภาพของชาวไทใหญ่” ขึ้นมาใหม่หรือไม่ แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าเป็นการริเริ่มร่วมกันระหว่างผู้นำ RCSS และ SSPP หรือเป็นการริเริ่มฝ่ายเดียวของ RCSS

ขณะเดียวกันมีข่าวฐานที่มั่นของ SSPP/SSA จำนวน 8 แห่งในรัฐฉานตอนเหนือ ถูกโจมตีโดยกองกำลังโกก้าง MNDAA ซึ่งไม่แน่ชัดว่าได้รับคำสั่งจากใครหรือมีแรงจูงใจจากเรื่องใด โดยกองกำลังโกก้างขยายพื้นที่ปกครองหลังปฏิบัติการ 1027 ไปอย่างกว้างขวางในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ รวมทั้งบริเวณชานเมืองล่าเสี้ยวด้วย ทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนกับที่ตั้งกำลังพลของ SSPP/SSA หลายจุด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

กำเนิด “หนุ่มศึกหาญ” ที่มาวันกอบกู้รัฐฉาน

สำหรับวันที่ 21 พ.ค. ของทุกปี กองกำลังในรัฐฉานอย่างสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA และพรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉาน SSPP/SSA ถือเอาวันนี้เป็นวันลุกฟื้น หรือวันรำลึกการต่อต้านทหารพม่า โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 เจ้าน้อยซอหยั่นต๊ะ ได้สถาปนากองกำลังต่อต้านรัฐบาลพม่าในนามกลุ่ม "หนุ่มศึกหาญ" ขึ้นที่เมืองหาง เขตอำเภอเมืองโต๋น ในรัฐฉานตอนใต้ ด้านตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน โดยเริ่มต้นมีกำลังพล 30 นาย โดยเริ่มทำการสู้รบอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า และเริ่มมีนักศึกษาในรัฐฉานมาสมทบหลังกองทัพพม่าเริ่มปราบปรามกลุ่มชาตินิยมรัฐฉานภายในมหาวิทยาลัย

ในปี 2502 โป่หม่อง นายตำรวจชาวว้าได้เข้าร่วมกับฝ่ายกบฏ โดยเปิดการโจมตีจนชนะกองทัพพม่าได้ที่เมืองต้างยาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐฉาน โดยการโจมตีที่เมืองต้างยาน มีกลุ่มนักศึกษาในรัฐฉานเข้าร่วมด้วย รวมทั้งเจ้าจ่อทุน หลานเจ้าฟ้าเมืองไย๋ (Mong Yai) ในขณะเดียวกันยังมีกลุ่มของจายหล้าอ่อง ได้นำกลุ่มนักศึกษาบุกยึดเมืองล่าเสี้ยว ขณะที่กลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มทั่วรัฐฉานพยายามโจมตีค่ายทหารพม่า หรือป้อมทหารที่อยู่ห่างไกลเพื่อยึดอาวุธ แต่เนื่องจากการต่อสู้เกิดขึ้นแบบเป็นไปเองและขาดการวางแผนประสานงาน ทำให้ต่อมากองทัพพม่าตั้งหลักและควบคุมสถานการณ์ได้ โดยสามารถยึดเมืองต้างยานคืนมาจากฝ่ายต่อต้านในรัฐฉาน และทำให้ฝ่ายต่อต้านกลุ่มของโป่หม่องมาสมทบกับกลุ่มหนุ่มศึกหาญ ที่ชายแดนไทย-พม่า อย่างไรก็ตามอีกไม่กี่ปีต่อมาฝ่ายต่อต้านในรัฐฉานจะแยกออกเป็นหลายกลุ่ม โดยแยกตัวตามพื้นที่เคลื่อนไหว ความนิยมในตัวผู้นำ รวมไปถึงอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน ฯลฯ

อนึ่งในปี พ.ศ. 2501 ดังกล่าว ถือเป็นปีครบกำหนดที่ชาวไทใหญ่ในรัฐฉานและชนกลุ่มน้อยในรัฐอื่นของพม่า สามารถใช้ “สิทธิแยกตัว” (Right of Secession) ตามรัฐธรรมนูญสหภาพพม่า ค.ศ. 1948 ที่ระบุว่าหลังจากพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษไปแล้ว 10 ปี หากรัฐของชนชาติต่างๆ ในสหภาพพม่าต้องการแยกตัวเป็นเอกราช โดยสามารถจัดการลงประชามติขึ้นในรัฐนั้น หากได้รับเสียง 2 ใน 3 จึงจะสามารถแยกตัวเป็นเอกราชได้ แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาลพม่าอีกที อย่างไรก็ตามไม่มีรัฐกลุ่มชาติพันธุ์ใดที่มีโอกาสใช้สิทธิดังกล่าว เมื่อกองทัพพม่าทำรัฐประหารแทรกแซงการเมืองและปัญหาสงครามกลางเมืองกับกลุ่มชาติพันธุ์

 

 

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก

SSPP VERSUS RCSS: Shan unity talk resurfaces again but will it work?, Sai Wansai, SHAN, 17 May 2025 https://english.shannews.org/archives/28069

Taifreedom, 21 May 2025

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง