Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ชูโครงการ “คนเมืองลุง เบาใจห่างไกลโรค NCDs” ชื่นชมเครือข่ายหน่วยบริการพื้นที่ “รพ.สต.บ้านทุ่งยาว” “รพ.สต.โคกชะงาย” “รพ.พัทลุง” และ อสม. ร่วมสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ผ่านงบ กปท. ผลลัพธ์ช่วยผู้ป่วย NCDs ในชุมชนปรับพฤติกรรมสำเร็จ ลดยา- หยุดยาได้ร่วมร้อยคน ลดค่ารักษากว่า 1 แสนบาทต่อปี เผยเป็นสัญญาณแนวโน้มที่ดีสู่การควบคุมโรคในพื้นที่ “สปสช.” ระบุเป็นแบบอย่างที่ดี ขยายสู่พื้นที่อื่นๆ ต่อไป



เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมคณะผู้บริหารจาก สปสช.เขต 12 สงขลา ลงพื้นที่ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อเยี่ยมชมโครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค “คนเมืองลุง เบาใจห่างไกลโรค NCDs” ซึ่งดำเนินการขับเคลื่อนโดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว (รพ.สต. บ้านทุ่งยาว) รพ.สต.โคกชะงาย พร้อมเครือข่ายโรงพยาบาลพัทลุง และกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กองทุน กปท.) ต.โคกชะงาย ที่ร่วมดำเนินการ

พญ.เสริมศรี ปฐมพาณิชรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลพัทลุง เปิดเผยว่า “โครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค คนเมืองลุง เบาใจห่างไกลโรค NCDs” เริ่มเมื่อปี 2565 เพื่อป้องกันและควบคุมโรค NCDs ของผู้ป่วย รวมถึงไม่ให้มีผู้ป่วยรายใหม่เข้าสู่ระบบรักษา โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะเมื่อป่วยแล้วก็ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการรักษา ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างมาก อย่างไรก็ตามผลจากโครงการ ปัจจุบันได้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ทำให้ผู้ป่วยโรค NCDs ควบคุมโรคดีขึ้นอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ จากข้อมูลเดือน ม.ค. – มี.ค. 2568 มีผู้ป่วยในชุมชน ต.โคกชะงาย ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถควบคุมน้ำหนักที่มีผลต่อสุขภาพได้ 16 คน ซึ่งมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่เหมาะสม อีกทั้งยังลดยาโรคเรื้อรังได้ 78 คน และหยุดยาได้ 22 คน ซึ่งเป็นการแนะนำการดูแลตัวเองแบบเชิงรุก สร้างความเข้าใจและแนะนำวิธีการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องให้กับผู้ป่วยจนดูแลตัวเองได้อย่างช่ำชอง จึงส่งผลให้พื้นที่ลดค่าใช้จ่ายการรักษาได้ถึง 1 แสนบาท
“ผู้ป่วยบางรายหยุดยาได้แล้ว และควบคุมน้ำหนักที่มีผลต่อสุขภาพได้ มีระดับความดันเลือดและระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการดูแลสุขภาพเชิงรุกในระดับพื้นที่” พญ.เสริมศรี กล่าว
พญ.เสริมศรี กล่าวต่อไปว่า ระบบการดูแลสุขภาพใที่พัทลุง ถูกออกแบบให้สอดรับกับนโยบายผ่านกลไก 3 หมอ ในพื้นที่ คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รพ.สต. และโรงพยาบาลชุมชน ครอบคลุมการคัดกรอง การตรวจสุขภาพ สร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค การรักษาต่อเนื่อง การติดตามอาการของผู้ป่วยในชุมชน ทำให้ได้ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีกับคนในชุมชน

ด้าน นพ.ณรากร พูลเกื้อ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพัทลุง กล่าวว่า การบริการสุขภาพเชิงรุกแบบเครือข่ายหน่วยบริการเพื่อดูแลโรค NCDs ถือว่าสำคัญอย่างมากต่อผู้ป่วยในชุมชน ยิ่งกับผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเรื้อรังอาจต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะหากปล่อยไว้ไม่ดูแล อาจทำให้ป่วยติดเตียงได้ ซึ่ง NCDs ป้องกันและแก้ไขได้ในระยะแรกของโรค

“NCDs ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรม พันธุกรรม หรืออายุที่มากขึ้น หากไม่ควบคุมไว้ตั้งแต่ต้น อาจลุกลามสู่โรคร้ายแรง เช่น หลอดเลือดสมองตีบ หัวใจขาดเลือด หรือไตวาย ซึ่งสุดท้ายทำให้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง การป้องกันโรคตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชนในระยะยาว” นพ.ณรากร กล่าวย้ำ

นพ.ณรากร กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลพัทลุงให้ความสำคัญกับการออกไปบริการดูแลสุขภาพประชาชนเชิงรุก โดยไม่รอให้ประชาชน หรือผู้ป่วยเดินมาหา ซึ่งต้องอาศัยระบบการทำงานที่เป็นเครือข่ายระหว่างแพทย์ พยาบาล บุคลากร รพ.สต. และ อสม. ช่วยดูแลสุขภาพคนในชุมชนแบบใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายต้องการให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในระยะยาว เพราะการเจ็บป่วยเรื้อรังไม่เพียงส่งผลต่อผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวที่ต้องเสียรายได้ เสียเวลาทำงานเพื่อมาดูแล

ขณะที่ ทพ.อรรถพร กล่าวว่า โครงการคนเมืองลุง เบาใจ ห่างไกล NCDs เป็นตัวอย่างการดำเนินงานตามนโยบายลดโรค NCDs ที่ประสบความสำเร็จ และมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำนโยบายระดับประเทศ อย่างการนับคาร์บ ซึ่งเป็นแนวคิดของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และเห็นผลจริง ผ่านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนในระดับครัวเรือนที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น และผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคของตัวเองได้อย่างดี

นอกจากนี้ จุดเด่นโครงการนี้ คือการบูรณาการการทำงานแบบข้ามหน่วยงาน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง อาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบสาธารณสุขร่วมกันเป็นเครือข่าย และช่วยให้ผู้ป่วยโรค NCDs ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยบางรายสามารถลดยา หยุดยาได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มาจากการดูแลอย่างเป็นระบบ และควรส่งต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ให้นำเอาไปดำเนินการเป็นแบบอย่างได้ ซึ่ง สปสช. จะนำบทเรียนจากทุกความสำเร็จรวมถึงโครงการนี้ มาพัฒนาและต่อยอดการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค NCDs ต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง