Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เทศบาลวิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง เดินหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จ้าง Caregiver เผยผลลัพธ์ “คุ้มค่า ช่วยผู้ป่วย – ลดภาระครอบครัว” พร้อมผนึกโรงพยาบาล - รพ.สต.ในพื้นที่ จัดทำแผนกำกับดูแล จัดแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวลงพื้นที่ช่วยผู้ป่วยไม่ต้องเดินทาง ระบุ เล็งจัดหางบประมาณสานต่อหลังโครงการสิ้นสุด


ภาพจาก: สปสช.

18 กุมภาพันธ์ 2569 นายศุภโชค ติยานนท์ นายกเทศมนตรีตำบลวิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญ (ทต.วิเศษไชยชาญ) รับผิดชอบดูแลพื้นที่ขนาดประมาณ 2.5 ตารางกิโลเมตร หรือราว 1,500 ไร่ เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งใน 2 เขตตำบล คือ ต.ไผ่จำศีล และ ต.ศาลเจ้าโรงทอง มีประชากรตามทะเบียนบ้านประมาณ 5,700 คน ไม่นับรวมประชากรแฝง พื้นที่จึงมีลักษณะเป็นชุมชนที่หนาแน่น โดยคิดเป็นประชากรประมาณ 2,200-2,300 คนต่อตารางกิโลเมตร

ทั้งนี้ ปัจจุบันพื้นที่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรผู้สูงวัยมากกว่าร้อยละ 25 และมีผู้มีภาวะพึ่งพิงใน “โครงการดูแลระยะยาว (LTC)” ประมาณ 60–70 ราย แบ่งการดูแลในพื้นที่ ต.ศาลเจ้าโรงทอง โดยโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ และ ต.ไผ่จำศีล โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไผ่จำศีล (รพ.สต.ไผ่จำศีล) ทั้งนี้มี Care Manager (CM) ทำหน้าที่กำกับการดูแลของ Caregiver (CG) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ลงพื้นที่ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงอย่างต่อเนื่องในชุมชน

อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 เทศบาลได้รับงบประมาณจาก “โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำให้สามารถจ้าง CG เพิ่มอีก 3 คน เพื่อเสริมการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น จากเดิมที่ CG มีภาระดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก โดย CG ที่จ้างใหม่กำหนดดูแลไม่เกินคนละ 4 ราย ส่งผลให้เพิ่มชั่วโมงการดูแลและยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น

“โครงการจ้าง CG ช่วยสร้างอาชีพและกระจายรายได้ให้คนในท้องถิ่น ขณะเดียวกันผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สุขภาพกายฟื้นตัวเร็วขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้นจากการมีผู้ดูแลคอยพูดคุย ลดความเครียดและความกังวล รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ทำให้มีเวลาจัดการชีวิตและดูแลด้านอื่นได้มากขึ้น จึงนับเป็นโครงการที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง” นายกเทศมนตรีตำบลวิเศษไชยชาญ กล่าว

นายศุภโชค กล่าวว่า การดูแลผู้สูงวัยและผู้มีภาวะพึ่งพิงเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น โดยเทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญได้เสริมความเข้มแข็งรอบด้าน ทั้งการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ การใช้กลไกความร่วมมือ “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน) สนับสนุนการดูแลในชุมชน รวมถึงเตรียมนำเทคโนโลยีอย่างสมาร์ตวอตช์มาใช้เฝ้าระวังและป้องกันเหตุฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม โครงการจ้าง CG ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจมีระยะเวลา 1 ปี และจะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2569 หากไม่มีการสนับสนุนต่อ แต่จากการประเมินพบว่าเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างชัดเจน เทศบาลจึงพร้อมพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการดูแลต่อเนื่อง

น.ส.พลอยลดา เอี่ยมวราฤทธิ์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ ในฐานะ Care Manager (CM) กล่าวว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลมี CM 2 คน กำกับดูแล Caregiver (CG) รวม 16 คน โดยจัดสรรผู้ป่วยให้ CG ดูแลตามพื้นที่หมู่บ้านของตน เช่น หมู่ 1 มี 4 ราย ให้ CG ดูแล 4 ราย หรือหมู่ 6 มี 9 ราย ให้ CG ดูแล 9 ราย เพื่อให้การดูแลมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก CG ในพื้นที่จะมีความคุ้นเคยกับบริบทชุมชนมากกว่า โดยในจำนวน CG ทั้งหมด มี CG จากเทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 คน ดูแลผู้ป่วยคนละ 4 ราย ลงพื้นที่ดูแลเดือนละ 20 วัน เฉลี่ยวันละ 2 ชั่วโมง รวมเดือนละ 8 ชั่วโมงต่อราย ทำให้สามารถดูแลได้อย่างต่อเนื่องและเต็มที่ ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการนอนติดเตียง เช่น แผลกดทับ ข้อติด และการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการชะลอการทรุดลงของผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง

“CG มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เนื่องจากบุคลากรในโรงพยาบาลมีจำกัดและภาระงานสูง ไม่สามารถลงพื้นที่ได้ทุกเคส แต่ CG สามารถเข้าไปดูแลผู้ป่วยแทนได้อย่างใกล้ชิด หากผู้ป่วยมีความต้องการก็สามารถประสานส่งต่อ จัดเตรียมอุปกรณ์ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อให้การช่วยเหลือต่อเนื่องได้ สำหรับผู้ป่วยที่ยังอยู่ระหว่างรอเข้าโครงการ LTC โรงพยาบาลมีผ้าอ้อมและอุปกรณ์จำเป็นสนับสนุนให้ใช้ชั่วคราว อีกทั้งยังมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่สามารถลงพื้นที่ดูแลผู้ป่วยถึงบ้าน ช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางมาโรงพยาบาล” น.ส.พลอยลดา กล่าว

ขณะที่ นางนรินทร์ พิศโสระ CG เทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญ กล่าวว่า เดิมตนเกษียณออกมาดูแลบิดาที่ชราภาพและอยู่ลำพัง โดยไม่มีความรู้ด้านการดูแลผู้สูงอายุ เมื่อบิดาเสียชีวิตจึงรู้สึกเสียดายที่ดูแลได้ไม่ดีเท่าที่ควร ต่อมาเมื่อมีการเปิดอบรมในปี 2563 จึงสมัครเข้าร่วมเพื่อนำความรู้มาช่วยดูแลผู้สูงวัย และกลายเป็นอาสาสมัครบริบาลรุ่นแรกของ จ.อ่างทอง ทำงานอยู่ 1 ปี ก่อนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ CG อีกครั้งในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อเดือนตุลาคม 2568

ปัจจุบันรับผิดชอบดูแลผู้ป่วยวันละ 4 เคส เฉลี่ยเคสละประมาณ 2 ชั่วโมง โดยได้รับข้อมูลพื้นฐานจากโรงพยาบาลล่วงหน้า เช่น อายุ โรคประจำตัว และความต้องการดูแลเฉพาะราย จากนั้นประเมินหน้างานเพื่อวางแผนดูแลให้เหมาะสม หากผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ เช่น ที่นอนลม หรือผ้าอ้อม ก็จะประสานกับ Care Manager ของโรงพยาบาลเพื่อจัดหาและสนับสนุนต่อไป

“การมี CG จำเป็นมาก เพราะผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงมักรู้สึกเครียดหรือหดหู่เหมือนเป็นภาระของครอบครัว การมีคนเข้าไปดูแลและพูดคุยทำให้เขารู้สึกมีคุณค่าและมีคนใส่ใจ ขณะเดียวกันญาติผู้ดูแลก็มักมีความเครียด เราจึงช่วยพูดคุยให้เขาได้ระบายและผ่อนคลาย ส่งผลให้สภาพจิตใจดีขึ้น เราเองก็มีความสุขกับงานนี้ แม้ค่าตอบแทนอาจไม่สูง แต่คุณค่าทางใจที่ได้รับมีความหมายมาก หลายคนยังคงไปมาหาสู่กัน เกิดสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน” นางนรินทร์ กล่าว

ด้าน นางบุญสืบ อนุกูล ลูกสาวผู้ป่วยติดเตียง กล่าวว่า การมี CG เข้ามาดูแลช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้มาก เพราะตนไม่สามารถอยู่ดูแลมารดาได้ตลอด ต้องทำงานบ้านและออกไปทำธุระนอกบ้าน เมื่อมี CG เข้ามาช่วยดูแลอย่างสม่ำเสมอจึงรู้สึกอุ่นใจ และเห็นได้ชัดว่ามารดามีอาการดีขึ้น และมีกำลังใจมากขึ้นจากการมีคนคอยพูดคุยเป็นเพื่อน ทำให้บรรยากาศในบ้านผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด จึงขอขอบคุณโครงการ CG รวมถึงผู้ดูแล โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ และเทศบาลตำบลวิเศษชัยชาญ ที่เข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยและพยุงครอบครัวให้ก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง