Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลังจากสภาฯ เวียดนามเพิ่งโหวตแก้ รธน.ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์เมื่อ พ.ค. 68 โดยผลของแก้ไขนี้จะเปิดทางให้มีการปฏิรูประบบบริหารราชการแบบยกเครื่อง รวมถึงการออกกฎหมายให้เอื้อต่อการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม เพื่อนำมาสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจเป็นประเทศรายได้สูง แก้ปัญหาคอร์รัปชัน แต่การปฏิรูปนี้ก็มีกระแสวิจารณ์ว่าเป็นแค่เกมเล่นพรรคเล่นพวกในกลุ่มชนชั้นนำกับกลุ่มธุรกิจหรือไม่

 

หลังจากในปี 2567 เวียดนามเพิ่งจะผ่านวิกฤตทางการเมืองที่ส่งผลสั่นคลอนอย่างใหญ่หลวงต่อกลุ่มชนชั้นนำของประเทศ มีคดีการปราบคอร์รัปชันของบุคคลในระดับสูงของรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2568 เริ่มมีการจับตามองว่าอาจจะเกิดการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ในเวียดนามแบบที่เรียกว่า "tinh gọn bộ máy" ซึ่งนำโดยเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ‘โต เลิม’ (To Lam)

โต เลิม (ที่มา: เว็บไซต์ข่าวรัฐบาลเวียดนาม)

เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ก็ได้ประกาศปฏิรูประบบยกเครื่องทั้งระบบราชการ และกฎหมายธุรกิจ โดยการออก "ข้อมติ 68" หรือ Resolution 68 ซึ่งเป็นการปฏิรูปที่ภาคธุรกิจเวียดนามชื่นชมว่าเป็นก้าวสำคัญก้าวใหญ่ในการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของภาคเอกชน ทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และมีการวางหลักนิติธรรมให้ชัดเจน

สิ่งที่เป็นการตอกย้ำหลักนิติธรรมที่ว่านี้คือการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย โดยเน้นให้ความสำคัญต่อการชดเชยทางการแพ่ง แทนการลงโทษในเชิงอาญา การสั่งห้ามการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลัง หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ ทั้งหมดนี้มีความสำคัญต่อหลักนิติธรรมที่จะเป็นเสาหลักค้ำจุนเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้

ทว่า ถึงแม้จะมีมุมมองแง่บวกจากภาคธุรกิจ แต่ก็มีคำถามว่าการปฏิรูปมติ 68 ที่ว่านี้ จะเป็นการปลดแอกอย่างแท้จริงสำหรับภาคเอกชนใช่หรือไม่ หรือเป็นเพียงแแค่การ "สับขาหลอก" เพื่อที่ในที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นการส่งเสริมคนรวย ผู้มีอำนาจ และผู้ที่มีสายสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้น

การปฏิรูปในครั้งนี้ยังเป็นการปฏิรูปแบบยกเครื่องทุกภาคส่วนของรัฐบาล แตกต่างไปจากสิ่งที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์เวียดนาม เคยทำมาในอดีตที่เป็นการปรับเปลี่ยนเป็นส่วนๆ ไป อีกทั้งยังเป็นการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วนในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยมีการอนุมัติแผนการและนำมาบังคับใช้ภายในช่วงเวลาเพียง 5 เดือน

ในระดับส่วนกลางนั้นเวียดนาม ได้ปรับโครงสร้างการบริหารประเทศ ให้มีอยู่ 15 กระทรวง, มีคณะกรรมการพรรค 4 ราย, คณะกรรมการสภาแห่งชาติ 5 ราย ในระดับท้องถิ่นนั้นมีการลดจำนวนข้าราชการ และมีการยุบรวมระดับขั้นของการปกครองส่วนท้องถิ่น หวังจะทำให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้นในการบริหาร

การปฏิรูปเช่นนี้มีแรงจูงใจเบื้องหลังคืออะไร เป็นเรื่องการปราบธุรกิจคอร์รัปชัน ส่งเสริมธุรกิจ หรือจริงๆ แล้วมีแรงจูงใจเบื้องหลังมากกว่านั้นในเรื่องที่จะเอื้อประโยชน์ต่อชนชั้นนำและกลุ่มที่มีเส้นสายกับชนชั้นนำเวียดนาม

ทำไมต้องปฏิรูปแบบยกเครื่อง

พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม กล่าวถึงเรื่องการปฏิรูปในเชิงวาทกรรมว่าเป็น "การปฏิวัติ" ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบอบการปกครองของเวียดนาม เพื่อที่จะสร้างความเป็นสมัยใหม่และความโปร่งใส โดยเป็นไปตามโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามที่อยากปรับโฉมเวียดนามให้เป็นสมัยใหม่ เพื่อยกระดับสถานะของประเทศในเวทีโลก โดยมีเป้าหมายพัฒนาเวียดนามให้เป็น "ประเทศอุตสาหกรรมสมัยใหม่" ให้ได้ภายในปี 2573 และทำให้เป็นประเทศรายได้สูงที่พัฒนาแล้วให้ได้ภายในปี 2588

พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามยุคปัจจุบันต้องการสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองผ่านความสามารถในการแสดงให้เห็นว่า พวกเขาสามารถคงการเติบโตทางเศรษฐกิจเอาไว้ได้ โดยเมื่อช่วงหลัง COVID-19 เวียดนามประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจในแง่ที่ว่ามีการเติบโตของจีดีพีอย่างคงที่ มีการลงทุนจากต่างชาติอย่างคึกคัก และการส่งออกที่กำลังบูม มีภาพลักษณ์ที่ดีที่ดึงดูดคู่ค้าจากชาติตะวันตก

แต่ก็มีเรื่องที่นักลงทุนต่างชาติมีความกังวลเกี่ยวกับเวียดนาม คือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในวงกว้าง ปัญหาระบบราชการที่ซับซ้อน รวมถึงกระบวนการของรัฐบาลที่เชื่องช้าและขาดความโปร่งใส กระแสการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันในช่วงที่ผ่านมาก็กระตุ้นให้เกิดความกังวลในเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม พยายามจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ และจัดสภาพแวดล้อมทางการเมืองให้เป็นมิตรกับนักลงทุน

การปฏิรูปนี้มีเป้าหมายให้เวียดนามไต่ระดับห่วงโซ่มูลค่าโลกได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เวียดนามหาผลประโยชน์ได้ในช่วงที่สหรัฐฯ กับจีนกำลังทำสงครามการค้ากันอยู่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในปี 2561 ตอนที่มีสงครามการค้าในยุคประธานาธิบดีทรัมป์ สมัยที่ 1 เวียดนามก็เคยโฆษณาตัวเองว่าเป็นแหล่งที่นักลงทุนจะโยกย้ายห่วงโซ่อุปทานจากจีนไปที่ประเทศของพวกเขาได้

อีกสาเหตุหนึ่งที่เลิม อ้างใช้เพื่อต้องการปฏิรูปแบบยกเครื่อง คือการจัดการปัญหาการคอร์รัปชั่นถึงในระดับรากฐาน เพราะการปราบปรามคอร์รัปชั่นแบบล้างผลาญในแบบที่เคยเป็นมานั้นได้ส่งผลกระทบต่อพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ทั้งด้านภาพลักษณ์และการสร้างความหวาดกลัวจากภายในพรรคเอง ทำให้เกิดการรั้งรอไม่กล้าตัดสินใจในทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อการบริหารราชการทำให้รัฐบาลชะงักงัน หนึ่งในการปฏิรูปจึงมุ่งแก้ปัญหานี้ด้วยการลดขั้นตอน "ตัวกลาง" ในส่วนราชการลง เพื่อเป็นการลดการคอร์รัปชันไปในตัวด้วย นอกจากนี้เวียดนามยังกำลังเล็งจะนำระบบ "E-governance" หรืออาศัยเทคโนโลยีไอทีเข้ามาช่วยในระบบการบริหารด้วย

การปฏิรูประดับโครงสร้างระบบการเมืองของเวียดนาม มีมาตรการอย่างไรบ้าง

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา สภาแห่งชาติเวียดนามได้โหวตลงมติอย่างท่วมท้น เพื่อสนับสนุนแผนการปฏิรูป ที่จะเป็นการลดจำนวนข้าราชการลง 80,000 ตำแหน่ง และลดจำนวนจังหวัดและเทศบาลนครลงจาก 63 แห่ง เหลือเพียง 34 แห่ง

ในจำนวนนี้จะมีเมืองและจังหวัดอยู่ 11 แห่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านเขตการปกครอง อาทิเช่น ฮานอย, เดียนเบียน, เซินลา เมือง และจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือจะมีการยุบรวมเกิดขึ้น โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ เวียดนามยังจะมีการยกเลิกการปกครองในระดับอำเภอ และมีการจัดระบบใหม่เกี่ยวกับการบริหารปกครองในระดับคอมมูน ซึ่งเทียบเท่ากับระดับตำบลของไทย อีกทั้งเวียดนาม ยังต้องการที่จะลดจำนวนคณะกรรมการบริหารพรรคกับสถาบันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์ลง รวมถึงลดจำนวนกระทรวงกับหน่วยงานบริหารระดับสูงของรัฐบาลจาก 30 หน่วย เหลือ 22 หน่วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญของเวียดนามด้วย

ในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้แทนในสภาของเวียดนามทั้ง 470 เสียง ก็ได้โหวตอย่างเป็นเอกฉันท์ อนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับเปลี่ยนในเรื่องระดับขั้นการปกครองส่วนท้องถิ่นได้

โต เลิม กล่าวอ้างว่า การปฏิรูปในครั้งนี้จะทำให้ประเทศที่มีการเมืองระบบพรรคเดียว มีความ "เพรียวลม, เป็นปึกแผ่น, เข้มแข็ง, มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมถึงสร้างผลลัพธ์ได้”

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปในครั้งนี้ ก็จะทำให้เกิดการปลดข้าราชการจำนวนมาก รวมถึงข้าราชการชั้นผู้น้อยรวม 130,000 ตำแหน่ง และมีการปลดคนทำงานพาร์ทไทม์ในระดับคอมมูนด้วยอีก 120,000 ราย

หรือจะเอื้อการเล่นพรรคเล่นพวก เพิ่มอำนาจให้ส่วนกลางและผู้นำพรรค?

การปฏิรูประบบราชการ ยังมีข้อวิจารณ์จากผู้สังเกตการณ์เวียดนามว่า การปฏิรูปในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มอำนาจให้รัฐบาลส่วนกลางของเวียดนาม โดยเฉพาะต่อกลุ่มจังหวัดพื้นที่สูงตอนกลางของประเทศ อย่าง จังหวัดดั๊กลัก, จังหวัดดั๊กนง, จังหวัดซาลาย, จังหวัดกอนตูม และจังหวัดเลิมด่ง ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ๆ ขัดขืนอำนาจจากส่วนกลางมาก่อน แต่หลังการปฏิรูปก็อาจจะทำให้ส่วนกลางมีอิทธิพลในพื้นที่นี้มากขึ้น กลายเป็นการเปิดทางให้โต เลิม ควบรวมอำนาจไว้ที่ตัวเองได้ก่อนหน้าการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามครั้งต่อไปช่วงต้นปี 2569

บิล เฮย์ตัน จากองค์กรคลังสมองด้านกิจการระหว่างประเทศแชทแฮมเฮาส์ กล่าวว่าการปรับลดจำนวนจังหวัดลงจะทำให้เกิดการลดจำนวนผู้แทนที่แต่ละท้องถิ่นจะส่งเข้าไปในสภาให้น้อยลงไปด้วย เป็นการเปิดทางให้เลิม สามารถกุมบังเหียนของผลลัพธ์ในสภาให้ไปในทางที่ตัวเองต้องการได้ง่ายขึ้น

มีการประเมินอีกว่า ลักษณะการปฏิรูปของเวียดนามนั้นเป็นการหยิบยืมวิธีการแบบที่จีนเคยใช้ จีนเคยใช้วิธีการอ้างเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเพิ่มอำนาจอิทธิพลให้ตัวเองในการเชื่อมสัมพันธ์กับบริษัทเอกชน เป็นการบีบให้เอกชนต้องเซ็นเซอร์ตัวเองเพื่อให้เป็นไปตามค่านิยมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

Leo Tran นักเขียนเรื่องกิจการระหว่างประเทศ การค้า และยุทธศาสตร์โลก ระบุว่า แผนปฏิรูป มติ 68 ของเวียดนามก็มีส่วนคล้ายกับจีนในแง่นี้ มีเป้าหมายสองทางคือเรื่องขจัดคอร์รัปชันและเรียกร้องให้บริษัทเอกชนส่งเสริมจรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสังคมในการประกอบธุรกิจของตัวเอง การทำเช่นนี้จะส่งผลให้ภาครัฐแสดงตัวเองเป็นทั้งคู่ค้าที่ส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจ และเป็นผู้บังคับกฎเกณฑ์ต่อภาคธุรกิจไปในเวลาเดียวกัน

เนื้อหาการปฏิรูปของเวียดนามอาจจะดูเป็นไปตามมาตรฐานนานาชาติและเรื่องหลักนิติธรรม รวมถึงอาจจะส่งผลให้เกิดการยกระดับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางให้แข่งขันได้มากขึ้น แต่ Tran ก็มองว่า สภาพของเวียดนามนั้นความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับภาคธุรกิจยังมีความยุ่งยากอยู่ สภาพแบบนี้จะยังเอื้อต่อกลุ่มชนชั้นนำ และเอื้อต่อการเล่นพรรคเล่นพวก

นอกจากนี้แล้ว Tran ยังมองว่า เรื่องการคุ้มครองทางกฎหมายที่ระบุไว้ในการปฏิรูปก็อาจจะเน้นนำมาใช้ปกป้องคุ้มครองภาครัฐและกลุ่มธุรกิจที่มีเส้นสายกับภาครัฐมากกว่าจะเป็นกลุ่มคนตัวเล็กๆ

 

เรียบเรียงจาก

Vietnam’s Bureaucratic ‘Revolution’: Rationales and Challenges, The Diplomat, 29-01-2025

https://thediplomat.com/2025/01/vietnams-bureaucratic-revolution-rationales-and-challenges/

Vietnam Approves Radical Consolidation of Provinces and Major Cities, The Diplomat, 13-06-2025

https://thediplomat.com/2025/06/vietnam-approves-radical-consolidation-of-provinces-and-major-cities/

Vietnam adopts constitutional changes to abolish district-level government, VN Express, 15-06-225

https://e.vnexpress.net/news/news/vietnam-adopts-constitutional-changes-to-abolish-district-level-government-4899386.html

Resolution 68: real reform or elite buffer in Vietnam?, Asia times, 07-05-2025

https://asiatimes.com/2025/05/resolution-68-real-reform-or-elite-buffer-in-vietnam/

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง