รายงานพิเศษชุด 'สื่อท้องถิ่น' จะเอาตัวรอดยังไง? ในยุคคนเสพข่าวจากอินฟลูเอนเซอร์ ตอนที่ 4 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ว่าด้วย 'การสนับสนุน-ฟื้นฟู-ไอเดียใหม่ สื่อท้องถิ่น’ โดยสำรวจตัวอย่างนวตกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งประเทศพัฒนาแล้วหรือประเทศกำลังพัฒนา ที่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้สื่อท้องถิ่นไทย จากการศึกษาของ ‘The Glocal – ท้องถิ่นเคลื่อนโลก’ พบว่าหลายประเทศได้พัฒนากลไกสนับสนุนสื่อท้องถิ่นที่น่าสนใจ ตั้งแต่กฎหมายที่สร้างความเป็นธรรมระหว่างบริษัทเทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่กับบรรดาสื่อท้องถิ่น กองทุนสนับสนุนจากภาครัฐ ไปจนถึงโมเดลธุรกิจใหม่ๆ อย่างระบบสหกรณ์ การเปลี่ยนเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร และการระดมทุนแบบมีส่วนร่วมจากชุมชน บทเรียนเหล่านี้อาจเป็นแนวทางให้สื่อท้องถิ่นไทยปรับตัวเพื่อความยั่งยืนในยุคดิจิทัล
กลไกการสนับสนุนจากภาครัฐ
แม้แนวคิดการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสื่อยังเป็นประเด็นถกเถียงในหลายประเทศ แต่ประสบการณ์จากหลายพื้นที่ทั่วโลกกลับชี้ให้เห็นว่า การสนับสนุนสื่อท้องถิ่นจากภาครัฐที่ออกแบบมาอย่างรอบคอบสามารถเสริมสร้างวารสารศาสตร์ท้องถิ่นได้โดยไม่กระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อ หลายประเทศได้พัฒนากลไกทางกฎหมายและระบบเงินอุดหนุนที่ช่วยให้สื่อท้องถิ่นสามารถเติบโตและดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน ตั้งแต่กฎหมายที่สร้างความเป็นธรรมระหว่างสื่อกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไปจนถึงกองทุนสนับสนุนและระบบค่าธรรมเนียมครัวเรือนที่มีการออกแบบมาเพื่อกระจายเงินทุนไปยังสื่อท้องถิ่นอย่างทั่วถึง
ออสเตรเลีย: กฎหมายบังคับบริษัทแพลตฟอร์มใหญ่จ่ายค่าตอบแทน

ออสเตรเลียมีกฎหมายช่วยเหลือสื่อท้องถิ่นให้ได้รับความเป็นธรรมจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ให้จ่ายค่าตอบแทนให้สื่อเมื่อนำเนื้อหาข่าวไปใช้ | ที่มาภาพ: Wikipedia
กฎหมาย News Media Bargaining Code (NMBC) ของออสเตรเลียถูกผลักดันขึ้นเพื่อให้สื่อท้องถิ่นได้รับผลประโยชน์ที่เป็นธรรมจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยบังคับให้บริษัทอย่าง Google และ Facebook จ่ายค่าตอบแทนให้สื่อเมื่อนำเนื้อหาข่าวไปใช้ แม้บางคนจะกังวลว่ากฎหมายนี้อาจเอื้อประโยชน์ให้กับสื่อใหญ่มากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายนี้ได้สนับสนุนสื่อขนาดเล็กด้วยการอนุญาตให้พวกเขารวมตัวกันเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ส่งผลให้มีข้อตกลงที่ครอบคลุมสื่อขนาดเล็กกว่า 80 แห่ง
Google และ Facebook มีวิธีการรับมือที่แตกต่างกัน Google ยอมทำข้อตกลงและสร้างบริการพิเศษที่ชื่อว่า "News Showcase" ซึ่งมุ่งเน้นช่วยเหลือสื่อท้องถิ่นโดยเฉพาะ ในขณะที่ Facebook เริ่มต้นด้วยการบริจาคช่วยเหลือ แต่ในที่สุดกลับตัดสินใจยกเลิกสัญญาทั้งหมดในปี 2024 ผลลัพธ์ของกฎหมายนี้โดยรวมถือว่าประสบความสำเร็จ โดยในปีแรกมีการทำข้อตกลงมากกว่า 30 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทำให้สื่อหลายแห่งสามารถนำเงินทุนไปขยายห้องข่าวและพัฒนาคุณภาพการรายงานข่าวได้
หลังจากที่ Facebook (Meta) ตัดสินใจยกเลิกสัญญา รัฐบาลออสเตรเลียไม่ยอมแพ้และได้ออกมาตรการใหม่ที่เรียกว่า "News Bargaining Incentive" ซึ่งบังคับให้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่มีรายได้เกิน 270 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต้องเลือกระหว่างจ่ายเงินให้กับรัฐบาลโดยตรง หรือทำข้อตกลงจ่ายเงินให้กับสื่อ มาตรการนี้ใช้บังคับกับทั้ง Facebook, Google และ TikTok โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจทางการเงินให้แพลตฟอร์มเจรจากับสื่อ เพื่อให้เงินทุนยังคงไหลเวียนสู่สื่อท้องถิ่นและสื่อขนาดเล็กต่อไปในระยะยาว
ฝรั่งเศส: กองทุนสนับสนุนสื่อข้อมูลข่าวสารท้องถิ่น
ฝรั่งเศสมีกองทุนสนับสนุนสื่อข้อมูลข่าวสารท้องถิ่น (Fonds de soutien aux médias d'information sociale de proximité - FSMISP) เป็นกองทุนจากกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศสที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาปี 2016 เพื่อสนับสนุนสื่อท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของสื่อที่ให้ข้อมูลข่าวสารในท้องถิ่น สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้อยู่อาศัย เสริมสร้างการถกเถียงประชาธิปไตยท้องถิ่น และส่งเสริมภาพลักษณ์ของพื้นที่ กองทุนนี้มอบเงินอุดหนุนระหว่าง 5,000-20,000 ยูโรให้กับสมาคม บริษัทเอกชน หรือโครงสร้างที่มีวัตถุประสงค์หลักในการเผยแพร่สื่อข้อมูลข่าวสารเพื่อสังคมในท้องถิ่น
สื่อที่มีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนต้องเป็นสื่อที่มีการเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นประโยชน์สาธารณะและมีการอัปเดตสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์ บริการข่าวออนไลน์ หรือบริการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ โดยมีข้อจำกัดว่าต้องไม่เป็นสื่อที่เป็นเครื่องมือส่งเสริมกิจกรรมเชิงพาณิชย์หรือมุ่งเป้าหมายเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
นอร์เวย์: กฎหมายว่าด้วยการสนับสนุนทางการเงินสำหรับสื่อ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการสนับสนุนทางการเงินสำหรับสื่อ (The Media Support Act) ของนอร์เวย์มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความหลากหลายของสื่อที่มีบรรณาธิการควบคุมทั่วประเทศนอร์เวย์ โดยมีส่วนช่วยในการสร้างกรอบทางการเงินที่สามารถคาดการณ์ได้สำหรับกิจกรรมสื่อและเพิ่มความเป็นอิสระในการบริหารการสนับสนุนสื่อ กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2021 และครอบคลุมถึงสวาลบาร์ดด้วย การสนับสนุนสื่อท้องถิ่นถือเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความหลากหลายของภูมิทัศน์สื่อในนอร์เวย์
การสนับสนุนสื่อท้องถิ่นในนอร์เวย์มีโครงการสำคัญคือ "เงินอุดหนุนสำหรับสื่อเสียงและภาพท้องถิ่น" ตามมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความหลากหลายของสื่อและเสรีภาพในการพูด และเสริมสร้างบทบาทประชาธิปไตยของสื่อท้องถิ่นในสังคม โดยสนับสนุนให้มีเนื้อหาที่หลากหลายและมีคุณภาพสูง การเปลี่ยนเป็นดิจิทัล นวัตกรรม การพัฒนาความสามารถ ความร่วมมือระหว่างสื่อท้องถิ่นต่างๆ และพื้นฐานการดำเนินงานที่มีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจสำหรับสื่อเสียงและภาพท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ "เงินอุดหนุนการจัดจำหน่ายสำหรับหนังสือพิมพ์ในฟินน์มาร์ค" ตามมาตรา 9 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างความหลากหลายของหนังสือพิมพ์โดยลดต้นทุนการจัดจำหน่ายสำหรับสื่อข่าวและสถานการณ์ปัจจุบันที่ใช้กระดาษในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะถูกยกเลิกในวันที่ 1 ม.ค. 2025 ตามพระราชบัญญัติลงวันที่ 14 พ.ค. 2024
การบริหารจัดการการสนับสนุนสื่อท้องถิ่นในนอร์เวย์อยู่ภายใต้ Norwegian Media Authority ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่มีหน้าที่ในการประมวลผลคำขอ ตัดสินใจจัดสรรเงินอุดหนุน เบิกจ่ายเงินอุดหนุน และตรวจสอบการใช้เงินที่ได้รับอุดหนุน โดยเป็นไปตามหลักการที่ว่าการสนับสนุนของรัฐสำหรับสื่อควรจะสามารถคาดการณ์ได้ ไม่มีระบบราชการมากเกินไป และได้รับการจัดสรรโดยหน่วยงานรัฐบาลอิสระที่ห่างไกลจากผลประโยชน์ทางการเมือง
เยอรมนี: ระบบการสนับสนุนสื่อสาธารณะ
เยอรมนีมีระบบสื่อสาธารณะที่สะท้อนโครงสร้างสหพันธรัฐของประเทศ ประกอบด้วย ARD (สมาคมองค์กรสื่อสาธารณะระดับภูมิภาค 9 แห่ง), ZDF (สถานีโทรทัศน์ระดับชาติ) และ Deutschlandradio (สถานีวิทยุระดับชาติ) ซึ่งร่วมกันให้บริการช่องโทรทัศน์ประมาณ 20 ช่องและสถานีวิทยุกว่า 80 สถานี
สื่อสาธารณะในเยอรมนีได้รับการสนับสนุนหลักจาก "ค่าธรรมเนียมครัวเรือน" (household levy) ซึ่งเก็บจากทุกครัวเรือนในอัตรา 18.36 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 720 บาท) โดยไม่คำนึงว่าครัวเรือนนั้นจะมีอุปกรณ์รับสัญญาณวิทยุหรือโทรทัศน์หรือไม่ ระบบนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2013 แทนที่ระบบเดิมที่เก็บตามจำนวนและประเภทของอุปกรณ์รับสัญญาณ ในปี 2022 มีรายได้รวมประมาณ 8.57 พันล้านยูโร จากบัญชีผู้จ่ายประมาณ 46 ล้านบัญชี
การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเป็นกระบวนการหลายขั้นตอน เริ่มจากองค์กรสื่อสาธารณะประเมินความต้องการทางการเงินและแจ้งต่อคณะกรรมการกำหนดความต้องการทางการเงิน (KEF) จากนั้น KEF จะออกรายงานประเมินว่าความต้องการนั้นมีเหตุผลหรือไม่ และควรเพิ่มหรือลดค่าธรรมเนียมหรือไม่ ต่อมาผู้ว่าการรัฐทั้ง 16 รัฐจะตัดสินใจเรื่องค่าธรรมเนียมสำหรับ 4 ปีข้างหน้า โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาทุกรัฐ
ในเยอรมนีมีการถกเถียงเกี่ยวกับการสนับสนุนสื่อสาธารณะในหลายประเด็น เช่น ข้อกังวลว่าสื่อสาธารณะอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสื่อเอกชน การคัดค้านจากพรรคการเมืองฝ่ายขวาและเสรีนิยมที่ต้องการลดขนาดสื่อสาธารณะ และความท้าทายในกระบวนการตัดสินใจร่วมกันระหว่างรัฐต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีรัฐ Saxony-Anhalt ไม่ยอมผ่านมติเพิ่มค่าธรรมเนียมในปี 2020 ทำให้ต้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอปฏิรูปจากสภาเพื่ออนาคตการพัฒนาสื่อสาธารณะ (Future Council) ที่เสนอให้เปลี่ยนกระบวนการพิจารณางบประมาณจากการประเมินก่อน (ex-ante) มาเป็นการประเมินหลัง (ex-post) โดยพิจารณาจากการปฏิบัติตามพันธกิจ
แคนาดา: โครงการสนับสนุนนักข่าวท้องถิ่น

แคนาดาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ภาครัฐมีโครงการสนับสนุนสื่อท้องถิ่น ภายใต้โครงการ LJI | ที่มาภาพ: Indiegraf
แคนาดาได้พัฒนาโครงการ Local Journalism Initiative (LJI) ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินเริ่มต้นจากรัฐบาลมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์แคนาดา โครงการนี้มุ่งเน้นสนับสนุนการทำข่าวท้องถิ่นในพื้นที่ที่ขาดแคลนข้อมูลข่าวสาร (underserved communities) โดยการให้ทุนสนับสนุนตำแหน่งผู้สื่อข่าวในสื่อท้องถิ่น ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือการสนับสนุนตำแหน่งผู้สื่อข่าวใหม่ในกว่า 140 สำนักข่าวท้องถิ่น โดยเกณฑ์การรับเงินทุนเน้นที่สื่อในพื้นที่ที่เป็น "news deserts" หรือพื้นที่ที่ขาดแคลนข่าวสารท้องถิ่น
ปัจจุบันรัฐบาลแคนาดาได้ประกาศขยายโครงการ Local Journalism Initiative ต่ออีก 3 ปี (2024-2027) ด้วยงบประมาณเพิ่มเติม 58.8 ล้านดอลลาร์แคนาดา โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการผลิตข่าวท้องถิ่นที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของชุมชนที่ยังไม่ได้รับการบริการด้านข่าวสารอย่างเพียงพอทั่วประเทศ แหล่งข่าวระบุว่าการสนับสนุนนี้ได้ช่วยให้สื่อสามารถจ้างหรือรักษาตำแหน่งนักข่าวไว้ได้กว่า 400 ตำแหน่งในช่วงปี 2023–2024 ครอบคลุมชุมชนกว่า 1,500 แห่ง รวมถึงชุมชนชาวพื้นเมือง ชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย กลุ่มภาษาทางเลือก และชุมชน LGBTQ+
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมรดกของแคนาดา เน้นย้ำถึงความสำคัญของสื่ออิสระในการเชื่อมโยงและให้ข้อมูลแก่พลเมือง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าทำงานร่วมกับองค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อบริหารจัดการเงินทุนให้โปร่งใสและปกป้องเสรีภาพสื่อ ทั้งนี้ โครงการจะจัดสรรงบประมาณรายปีให้กับตำแหน่งนักข่าวทั่วประเทศ และเนื้อหาข่าวที่ผลิตขึ้นจะสามารถนำไปใช้ต่อได้ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ได้รับการวิจารณ์ว่าให้ความสำคัญกับสื่อเก่าที่มีอยู่แล้วมากกว่าสตาร์ทอัพดิจิทัล และมีข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรเงินให้กับเครือสื่อใหญ่
แอฟริกาใต้: ให้ทุนชุมชนทำสื่อของตนเอง
MDDA (Media Development and Diversity Agency) เป็นหน่วยงานสำคัญที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในวงการสื่อของแอฟริกาใต้ หน่วยงานนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและบริษัทสื่อเอกชน โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างโอกาสให้ชุมชนที่ด้อยโอกาสได้มีสื่อเป็นของตนเอง MDDA ทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าเสียงของคนทุกกลุ่มในสังคมจะได้รับการรับฟัง โดยเฉพาะกลุ่มที่พูดภาษาพื้นเมืองและมีวัฒนธรรมที่เคยถูกลดทอนความสำคัญในอดีต
ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี MDDA ได้สนับสนุนสื่อท้องถิ่นผ่านการให้ทุนอย่างมหาศาล โดยได้สนับสนุนโครงการสื่อชุมชนไปแล้วกว่า 586 โครงการ ครอบคลุมทั้งวิทยุชุมชน โทรทัศน์ชุมชน และสื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่น ตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่น เช่น การเปิดสตูดิโอดิจิทัลทันสมัยให้กับสถานีวิทยุ Vukani Community Radio ในปี 2023 นอกจากการให้เงินทุนแล้ว MDDA ยังจัดฝึกอบรมทักษะต่างๆ ให้กับบุคลากรสื่อท้องถิ่น ทั้งด้านเทคนิคการกระจายเสียง และการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นไปตามกฎระเบียบ
สื่อท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจาก MDDA มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม พวกเขาทำหน้าที่เป็น "เสียงให้ผู้ไร้เสียง" โดยนำเสนอเนื้อหาในภาษาพื้นเมืองของแอฟริกาใต้ ทำให้ชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ MDDA ยังมีบทบาทในการผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อความยั่งยืนของสื่อชุมชน เช่น การปกป้องคลื่นความถี่วิทยุของชุมชน และสร้างเส้นทางให้สื่อชุมชนสามารถพัฒนาตัวเองไปสู่การเป็นสื่อเชิงพาณิชย์ขนาดเล็กที่ยั่งยืนได้
กลไกสนับสนุนที่ไม่ใช่ภาครัฐ
ในขณะที่การสนับสนุนจากภาครัฐเป็นหนึ่งเสาหลักสำคัญ แต่ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนก็มีบทบาทไม่น้อยในการหนุนเสริมสื่อท้องถิ่น การเกิดขึ้นของมูลนิธิ กองทุนชุมชน และแนวร่วมระหว่างองค์กรสื่อต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาวิกฤตสื่อท้องถิ่นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตัวอย่างที่น่าสนใจคือการรวมตัวของแหล่งทุนและองค์กรสื่อในสหรัฐอเมริกาที่พยายามหาทางออกผ่านระบบภาษีและการระดมทุน หรือการสร้างกองทุนถาวรในระดับชุมชนที่ช่วยให้สื่อท้องถิ่นสามารถวางแผนระยะยาวได้ รวมไปถึงการจัดตั้งกองทุนเอกชนในบราซิลที่มุ่งแก้ปัญหาพื้นที่ขาดแคลนสื่อท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ
สหรัฐอเมริกา: โครงการฟื้นฟูสื่อท้องถิ่น
สื่อข่าวท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกากำลังประสบวิกฤตหนัก จำนวนนักข่าวลดลงอย่างมาก และหลายชุมชนไม่มีสื่อท้องถิ่นเป็นของตัวเองแล้ว ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ทำให้ประชาชนแบ่งฝ่ายมากขึ้น มีส่วนร่วมทางการเมืองน้อยลง และการทุจริตในระบบราชการมีโอกาสเพิ่มขึ้น เมื่อไม่มีนักข่าวท้องถิ่นคอยติดตามตรวจสอบ
แผนนี้เสนอให้ภาครัฐเข้ามามีบทบาทสนับสนุนสื่อท้องถิ่นโดยไม่แทรกแซงเนื้อหา เป้าหมายคือการรักษาความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการ (Editorial Independence) และเพิ่มจำนวนนักข่าวท้องถิ่น แผนนี้จะนำเงินราว 3-5 พันล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบสื่อท้องถิ่น ซึ่งหากใช้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเพิ่มจำนวนนักข่าวท้องถิ่นได้ถึงสองเท่า
มาตรการสำคัญที่เสนอ ได้แก่ การให้คืนภาษี 250 ดอลลาร์แก่ประชาชนที่สมัครสมาชิกหรือบริจาคให้สื่อท้องถิ่น การลดหย่อนภาษี 2,500-5,000 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ลงโฆษณากับสื่อท้องถิ่น การช่วยให้สื่อไม่แสวงหากำไร (Nonprofit Media) พัฒนาโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน และการสนับสนุนสื่อวิทยุและโทรทัศน์สาธารณะ (Public Radio and Television)
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการส่งเสริมการเป็นเจ้าของสื่อโดยคนท้องถิ่น (Local Ownership) การจัดทำข่าวที่ครอบคลุมชุมชนชายขอบ (Marginalized Communities) และการสนับสนุนนักข่าวท้องถิ่นผ่านโครงการบริการสาธารณะ (National Service Programs) เช่น การยกเว้นหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา (Loan Forgiveness) สำหรับนักข่าวที่ทำงานในพื้นที่ห่างไกล สิ่งสำคัญคือทุกมาตรการต้องรักษาความเป็นอิสระของสื่อและไม่ให้รัฐบาลสามารถแทรกแซงเนื้อหาได้
โครงการฟื้นฟูสื่อท้องถิ่นนี้เป็นข้อเสนอจากกลุ่มพันธมิตรที่ประกอบด้วยองค์กรสื่อทั้งเชิงพาณิชย์และไม่แสวงหากำไร โดยเสนอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตสื่อท้องถิ่นผ่านมาตรการสนับสนุนต่างๆ โดยเฉพาะระบบภาษี เนื่องจากปัญหานี้มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ภาคเอกชนหรือการกุศลจะแก้ไขได้เพียงลำพัง ข้อเสนอมุ่งให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนโดยที่ยังคงรักษาความเป็นอิสระของสื่อ ไม่แทรกแซงเนื้อหา และไม่ฝักใฝ่พรรคการเมือง กลุ่มพันธมิตรนี้มี Steven Waldman ประธาน Report for America เป็นผู้ประสานงาน และได้รับการสนับสนุนจากองค์กรหลายแห่ง ได้แก่ National Newspaper Association, Institute for Nonprofit News, National Newspaper Publishers Association, Local Independent Online News, National Association of Hispanic Publishers, National Federation of Community Broadcasters, American Journalism Project, Lenfest Institute for Journalism, Report for America/The GroundTruth Project, Solutions Journalism Network, Local Media Consortium, Public Knowledge, PEN/America และ Chalkbeat
สหรัฐอเมริกา: กองทุนข่าวชุมชน
กองทุนข่าวชุมชน (Community News Funds) คือความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชุมชนกับผู้นำสื่อท้องถิ่นในการสร้างกองทุนถาวรจากผู้บริจาคหลายฝ่าย เพื่อสนับสนุนสื่อท้องถิ่นให้ยั่งยืน องค์กร Report for America ได้ร่วมงานกับ 20 กองทุนทั่วประเทศ โดย 7 ชุมชนสามารถระดมทุนได้ 15 ล้านดอลลาร์ในเวลา 3 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโมเดลนี้มีศักยภาพจริง
กองทุนที่ประสบความสำเร็จต้องมีผู้สนับสนุนหลากหลาย เน้นการบริจาคระยะยาว และสนับสนุนกองบรรณาธิการข่าวหลายแห่งเมื่อเป็นไปได้ มีคณะกรรมการจากผู้นำชุมชนดูแล และต้องให้ชุมชนได้รับประโยชน์จากข่าวที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่กองบรรณาธิการข่าวเท่านั้น งานวิจัยพบว่าหนังสือพิมพ์เป็นสถาบันสำคัญสำหรับชุมชนที่เข้มแข็ง เช่นเดียวกับศิลปะและวัฒนธรรม
แม้แนวคิดนี้จะมีความท้าทาย เช่น มูลนิธิหลายแห่งมีกฎให้ทุนเฉพาะองค์กรไม่แสวงหากำไร แต่ต้องปรับตัวให้ยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อสนับสนุนองค์กรข่าวที่แสวงหากำไรในบางพื้นที่ด้วย Report for America เชื่อว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับชุมชนที่กำลังสูญเสียสื่อท้องถิ่น
บราซิล: กองทุนสนับสนุนสื่อท้องถิ่น
บราซิลเป็นอีกหึ่งประเทศที่ขาดแคลนสื่อท้องถิ่น จึงได้มีการจัดตั้งกองทุน FAJ ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนสื่อท้องถิ่น | ที่มาภาพ: catarinas.info
กองทุนสนับสนุนวารสารศาสตร์ (Fundo de Apoio ao Jornalismo - FAJ) เป็นกองทุนภาคเอกชนที่จัดตั้งโดยสมาคมสื่อดิจิทัล Associação de Jornalismo Digital (Ajor) ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาลบราซิล กองทุนนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน มี.ค. 2025 มีเป้าหมายแก้ปัญหาการขาดแคลนสื่อท้องถิ่นในบราซิล โดยเฉพาะพื้นที่นอกเมืองใหญ่ ข้อมูลจากการสำรวจปี 2023 พบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของเทศบาลในบราซิล (ประชากรราว 26 ล้านคน) ไม่มีสื่อท้องถิ่นเลย และอีก 30% ของประชากรทั้งประเทศอาศัยในพื้นที่ที่มีสื่อท้องถิ่นเพียง 1-2 แห่งเท่านั้น
กองทุน FAJ จะให้การสนับสนุนสื่อท้องถิ่นด้วยเงินทุนและคำปรึกษา โดยในรอบแรกจะคัดเลือก 15 องค์กรสื่อเพื่อรับเงินสนับสนุนระหว่าง 75,000-150,000 เรียลบราซิล (ประมาณ 13,000-26,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี เงินทุนนี้สามารถนำไปใช้พัฒนาโครงสร้างการดำเนินงาน ฝึกอบรมบุคลากร หรือซื้ออุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน กองทุนมุ่งเน้นสนับสนุนสื่อในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนสื่อ ไม่ใช่สื่อใหญ่ในเมืองหลักอย่างรีโอเดจาเนโร เซาเปาลู และบราซิเลีย
FAJ ตั้งเป้าจะเปลี่ยนแปลงความไม่สมดุลในการกระจายเงินทุนในวงการสื่อบราซิล ที่ผ่านมาพบว่าจากเงินทุนกว่า 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่มูลนิธิ 10 แห่งให้กับสื่อ 81 องค์กรในบราซิล มีเพียง 9 องค์กรที่ได้รับเงินถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งต้องแบ่งกันระหว่าง 72 องค์กร กองทุนนี้ได้รับเงินสนับสนุนเริ่มต้น 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากมูลนิธิระดับโลก 5 แห่ง ได้แก่ Ford Foundation, International Fund for Public Interest Media (IFPIM), Oak Foundation, Luminate และ Open Society Foundations
กองทุน FAJ เกิดจากการวางแผนล่วงหน้าก่อนถึง 2 ปี โดย Ajor ร่วมกับมูลนิธิระหว่างประเทศ นับเป็นความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาพื้นที่ไร้สื่อท้องถิ่นในบราซิล และสร้างระบบนิเวศสื่อที่ยั่งยืนในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจำกัด กองทุนนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนสื่อท้องถิ่นและการกระจายอำนาจการรายงานข่าวในบราซิล
โมเดลใหม่ๆ สำหรับสื่อท้องถิ่น
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจและรูปแบบการระดมทุนกลายเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนของสื่อท้องถิ่นในยุคดิจิทัล หลายองค์กรสื่อทั่วโลกได้ทดลองโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะของตน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างความเป็นเจ้าของให้ชุมชนมีส่วนร่วมมากขึ้น การเปลี่ยนจากองค์กรแสวงกำไรเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร หรือการพัฒนาระบบสมาชิกที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ ซึ่งแต่ละโมเดลต่างสะท้อนแนวคิดพื้นฐานเดียวกัน คือการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันระหว่างสื่อกับชุมชน และการหารายได้จากหลายช่องทางเพื่อลดการพึ่งพาแหล่งรายได้ใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป
รูปแบบสหกรณ์

The Bristol Cable สื่อออนไลน์ที่ดำเนินการในรูปแบบสหกรณ์ในอังกฤษ
The Bristol Cable (สหราชอาณาจักร) - The Bristol Cable เป็นสหกรณ์สื่อท้องถิ่นในสหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ในเมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ มีแนวทางการระดมทุนที่น่าสนใจและยั่งยืนผ่านระบบสมาชิกแบบมวลชน พวกเขาเปิดรับสมาชิกในเดือน ต.ค. 2014 ในปีแรกมีสมาชิกมากกว่า 400 คน โดยแต่ละคนจ่ายเฉลี่ยเดือนละ 3 ปอนด์ The Bristol Cable ตั้งเป้าที่จะมีสมาชิกสหกรณ์ให้ได้ 1,000 คน ภายใน 2 ปี
สมาชิกสหกรณ์ แตกต่างจากสมาชิกบอกรับสื่อโดยทั่วไป คือไม่เพียงแต่สนับสนุนด้านการเงิน แต่ยังได้เป็นเจ้าของร่วมในสหกรณ์สื่อ ได้รับสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียงประชาธิปไตย เข้าร่วมเวิร์คช็อปและกิจกรรมต่างๆ ฟรี รวมถึงได้รับส่วนลดจากธุรกิจท้องถิ่น
โมเดลนี้แตกต่างจากสื่อท้องถิ่นทั่วไปที่พึ่งพารายได้จากโฆษณาและการลงทุนจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ การดำเนินธุรกิจสื่อท้องถิ่นแบบเดิมมักเป็นเพียงการบริหารสินทรัพย์และการลดต้นทุน
Bristol Cable จึงถือว่านำเสนอทางเลือกที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยส่งเสริมให้ชุมชนเป็นเจ้าของสื่อร่วมกัน ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ ตรวจสอบได้ และตอบสนองความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องพึ่งพาแหล่งทุนที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจและการเมือง
Defector (สหรัฐอเมริกา) - เป็นเว็บไซต์ด้านกีฬาและวัฒนธรรมที่ใช้รูปแบบสหกรณ์ของพนักงาน เกิดขึ้นจากการที่ทีมบรรณาธิการเดิมของ Deadspin ลาออกพร้อมกันในปี 2019 เมื่อบริษัททุนเอกชนที่เข้ามาเป็นเจ้าของใหม่พยายามควบคุมเนื้อหา โดยกลุ่มอดีตพนักงาน 18 คนได้รวมตัวกันจัดตั้ง Defector ในรูปแบบสหกรณ์แรงงาน เพื่อปกป้องตนเองและพนักงานในอนาคตจากการแทรกแซงของทุนเอกชน เริ่มเผยแพร่เนื้อหาในเดือนกันยายน 2020 และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
Defector เน้นการสร้างธุรกิจบนฐานของการสมัครสมาชิก โดยมีเป้าหมายในการสร้างสื่อที่มีเสถียรภาพทางการเงินและเป็นอิสระ ไม่ได้มุ่งเน้นการทำกำไรสูงสุดให้กับนักลงทุนในห้องประชุม หรือปรับแต่งตัวเองเพื่อการถูกซื้อกิจการ แต่มุ่งสร้างผลงานที่มีคุณภาพเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความภักดี โดยนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายตามความสนใจและความหลงใหลที่แท้จริงของทีมงาน
นอกจากนี้ Defector ยึดมั่นในหลักการความโปร่งใสทั้งในการทำงานภายในองค์กรและกับผู้สมัครสมาชิก มีการเผยแพร่รายงานประจำปีของบริษัทอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง แสดงให้เห็นถึงการสร้างโมเดลธุรกิจสื่อที่ยั่งยืนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสื่อปัจจุบัน และเป็นตัวอย่างของการจัดการองค์กรในรูปแบบสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จในวงการสื่อ
Coop's TV (ทวีปอเมริกา) - เป็นโครงการที่ดำเนินการโดย Cooperatives of the Americas ซึ่งเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและแบ่งปันแนวทางปฏิบัติของสหกรณ์ในทวีปอเมริกา Coop's TV จึงถือเป็นโครงการที่มีความเชื่อมโยงกับหลายประเทศในทวีปอเมริกา โดยเฉพาะประเทศที่มีสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกขององค์กรนี้ เช่น สหรัฐอเมริกา, บราซิล, แคนาดา, และอาร์เจนตินา สำหรับสื่อที่ Coop's TV ผลิตได้แก่ สารคดีและรายการข่าวที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสหกรณ์และการพัฒนาชุมชน เช่น รายการที่พูดถึงบทบาทของสหกรณ์ในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
โครงการนี้ทำงานภายใต้แนวคิดของสหกรณ์ หมายความว่าองค์กรนี้เป็นของสมาชิกทุกคนที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและบริหารจัดการ สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงและร่วมกำหนดทิศทางของโครงการ นอกจากนี้ สหกรณ์ยังมุ่งเน้นการให้บริการแก่สมาชิกและชุมชน โดยนำผลกำไรไปพัฒนาบริการและสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น การจัดกิจกรรมการศึกษาและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสหกรณ์

Equal Times เว็บไซต์ข่าวระดับโลกที่ระบุว่านำระบบสหกรณ์มาใช้
Equal Times (ระดับนานาชาติ) - เป็นเว็บไซต์ข่าวระดับโลกที่นำระบบสหกรณ์มาใช้ นำเสนอเนื้อหาใน 3 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน โดยมุ่งเน้นประเด็นด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน วัฒนธรรม การพัฒนา สิ่งแวดล้อม การเมือง และเศรษฐกิจจากมุมมองความยุติธรรมทางสังคม ตั้งแต่ปี 2012 Equal Times ได้ขยายเสียงและประสบการณ์ที่มักถูกละเลยหรือไม่ปรากฏในสื่อกระแสหลัก โดยยึดมั่นในการนำเสนอวารสารศาสตร์ที่มีการวิจัยอย่างดีและมีเนื้อหาต้นฉบับ ในขณะที่หลายสื่อมักให้ความสำคัญกับความรวดเร็วมากกว่าความถูกต้อง เว็บไซต์นี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาพันธ์สหภาพแรงงานระหว่างประเทศ (ITUC) ซึ่งมีสมาชิก 200 ล้านคน รวมถึงได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สหภาพยุโรป และองค์กรผู้บริจาคอื่นๆ
การดำเนินงานของ Equal Times มีรากฐานอยู่ในขบวนการเคลื่อนไหวระดับโลกเพื่อปกป้องสิทธิแรงงาน ต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปกป้องสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและเท่าเทียม รวมถึงการเฉลิมฉลองความหลากหลายของวัฒนธรรมโลก Equal Times ใช้ระบบการบริหารแบบสหกรณ์ที่เน้นความร่วมมือและการมีส่วนร่วม โดยสมาชิกมีบทบาทสำคัญในการเสนอความคิดเห็นและแนวทางในการพัฒนาเนื้อหา การบริหารในรูปแบบนี้ช่วยสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งในกลุ่มผู้ผลิตเนื้อหา และทำให้สามารถนำเสนอมุมมองที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลและความคิดเห็นที่ปรากฏบน Equal Times เป็นผลงานจากเครือข่ายนักข่าวอิสระทั่วโลกและทีมนักแปลที่ทุ่มเท นอกจากนี้ ส่วนของความคิดเห็นและบล็อกยังมีผู้เขียนจากทั่วโลก ตั้งแต่ผู้นำด้านสิทธิแรงงานและผู้นำภาคประชาสังคมที่มีชื่อเสียง ไปจนถึงนักเคลื่อนไหวในชุมชนและนักคิดที่มีความคิดสร้างสรรค์ Equal Times มีระบบสมาชิกที่เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมได้ โดยสมาชิกจะได้รับข่าวสารผ่านจดหมายข่าวรายสัปดาห์ และสามารถมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับเนื้อหาบนเว็บไซต์
The Devil Strip (สหรัฐอเมริกา) - The Devil Strip เป็นนิตยสารศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นของเมืองอัครอน รัฐโอไฮโอ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 2014 เริ่มต้นเป็นนิตยสารรายเดือนแนวทางเลือกที่เน้นด้านศิลปะและวัฒนธรรม ชื่อนิตยสาร "devil strip" มาจากคำเรียกท้องถิ่นของชาวอัครอนที่ใช้เรียกแนวหญ้าระหว่างทางเท้ากับถนน
ในปี ค.ศ. 2019 นิตยสารปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นสหกรณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย (multi-stakeholder cooperative) เนื่องจากเผชิญกับแรงกดดันด้านรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่า "ไม่สามารถเติบโตได้หากอาศัยเพียงโฆษณาอย่างเดียว"
สมาชิกชุมชนสามารถซื้อหุ้นได้ในราคาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 1 ดอลลาร์ ระดับสมาชิกที่สูงขึ้นมาพร้อมสิทธิพิเศษ เช่น ส่วนลดร้านอาหาร ร้านค้า สถานที่ทางวัฒนธรรมในอัครอน และการเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะสมาชิก นอกจากนี้ สมาชิกยังมีอำนาจตัดสินใจ ทั้งการเลือกคณะกรรมการบริหารและมีส่วนร่วมในเนื้อหาหรือทิศทางของนิตยสาร
The Devil Strip ได้รับทุนสนับสนุนจาก John S. และ James L. Knight Foundation จำนวน 200,000 ดอลลาร์เป็นเวลาสองปี อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็น JSK Fellow ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในปี ค.ศ. 2019 และเป็นสิ่งพิมพ์สหรัฐฯ แห่งแรกที่ได้รับเลือกสำหรับ Membership in News Fund ผ่านโครงการ Membership Puzzle Project ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก
อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2021 พนักงาน The Devil Strip ประกาศอย่างกะทันหันว่าเว็บไซต์ปิดตัวลงและพวกเขาทุกคนถูกปลดออกโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ ผู้ก่อตั้งได้ถูกขอให้ลางาน คณะกรรมการบริหารระบุในภายหลังว่าเว็บไซต์หมดเงินและต้องการระดมทุน 75,000 ดอลลาร์เพื่อจ้างพนักงานกลับ แต่ไม่ได้อธิบายถึงสาเหตุของปัญหา ที่น่าตกใจคือเจ้าของร่วมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ผู้บริจาคอย่างน้อย 330 ดอลลาร์) ซึ่งควรมีสิทธิ์ "ลงคะแนนในประเด็นสำคัญ" ตามหลักการ "หนึ่งคน หนึ่งหุ้น หนึ่งเสียง" กลับไม่ได้รับแจ้งว่านิตยสารกำลังประสบปัญหาทางการเงิน สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการบริหารจัดการและความโปร่งใสในโมเดลสหกรณ์
Banyan Project (ต้นแบบสำหรับสื่อสหกรณ์ในสหรัฐอเมริกา) - Banyan Project ไม่ใช่สื่อสหกรณ์โดยตรง แต่เป็นองค์กรที่พัฒนาโมเดลธุรกิจสำหรับสหกรณ์ข่าวชุมชนออนไลน์ ก่อตั้งโดยบรรณาธิการผู้มีประสบการณ์ที่มีความหลงใหลในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวารสารศาสตร์ ประชาธิปไตย และความยุติธรรม แนวคิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นที่ศูนย์ Berkman Klein Center for Internet & Society ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยมีพันธกิจสร้างและสนับสนุนสหกรณ์วารสารศาสตร์เว็บในชุมชนที่ขาดการบริการข่าวสาร
โมเดลพื้นฐานต้องการพนักงานประจำเพียง 2 คน คือผู้อำนวยการบริหารและบรรณาธิการ รวมถึงงบประมาณสำหรับนักเขียนอิสระ รายได้หลักมาจากค่าธรรมเนียมสมาชิกประจำปี
รูปแบบความเป็นเจ้าของ ใช้หลักการสหกรณ์ผู้บริโภค (consumer cooperative) คล้ายกับสหกรณ์อาหารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยผู้อ่านจำนวนมากเป็นเจ้าของแหล่งข่าวท้องถิ่นร่วมกัน เช่นเดียวกับที่ผู้ฝากเงินเป็นเจ้าของสหกรณ์ออมทรัพย์ องค์กรได้ร่วมมือกับผู้นำชุมชนเพื่อเปิดตัวสหกรณ์ข่าวนำร่องในเมือง Haverhill รัฐแมสซาชูเซตส์ และวางแผนขยายไปอีก 20 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาในเวลา 3 ปี หากได้รับเงินทุนเพียงพอ
ในด้านความท้าทาย การระดมทุนเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาโครงการ โดยผู้ก่อตั้งยอมรับว่า "ถ้าฉันทุ่มพลังงานให้กับการระดมทุนมากขึ้นและเรียนรู้บทเรียนบางส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้เร็วขึ้น เราคงจะก้าวหน้าไปไกลกว่านี้มาก"
การเปลี่ยนสถานะเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
Salt Lake Tribune (สหรัฐอเมริกา) - หนังสือพิมพ์ Salt Lake Tribune ในสหรัฐอเมริกา ได้เปลี่ยนสถานะจากธุรกิจแสวงหากำไรเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร (nonprofit) ประเภท 501(c)(3) public charity โดยเป็นหนังสือพิมพ์รายวันดั้งเดิมแห่งแรกในสหรัฐฯ ที่ทำการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่าโมเดลธุรกิจหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นแบบเดิมไม่สามารถซ่อมแซมหรืออยู่รอดได้อีกต่อไป
หนังสือพิมพ์ที่เคยได้รับรางวัล Pulitzer Prize แห่งนี้จะระดมทุนผ่านการบริจาคทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ควบคู่กับรายได้จากการโฆษณา การสมัครสมาชิก และกองทุน Utah Journalism Foundation ซึ่งจะสร้างเงินทุนถาวรเพื่อสนับสนุนวงการสื่อในรัฐยูทาห์ รูปแบบนี้ถูกจับตามองจากวงการข่าวว่าอาจเป็นทางเลือกสำหรับสื่อที่กำลังประสบปัญหา แม้จะมีหนังสือพิมพ์อื่นๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรไม่แสวงผลกำไรหรือมูลนิธิอยู่แล้ว แต่ Salt Lake Tribune เป็นหนังสือพิมพ์ดั้งเดิม (legacy newspaper) รายแรกที่เปลี่ยนสถานะเป็น nonprofit อย่างเต็มรูปแบบ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้เกิดการโอนความเป็นเจ้าของไปยังคณะกรรมการสาธารณะ โดยมีการสัญญาว่าจะมี "กำแพง" ที่เข้มงวดระหว่างคณะกรรมการและกองบรรณาธิการเพื่อปกป้องความเป็นอิสระทางวารสารศาสตร์ ทั้งนี้เนื้อหาการรายงานข่าวจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ยกเว้นการยุติการสนับสนุนผู้สมัครทางการเมืองตามที่กฎหมายกำหนด แต่ยังคงสามารถแสดงความเห็นต่อประเด็นสำคัญได้ต่อไป และการบริจาคเงินสดทั้งหมดจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
Embarcadero Media (สหรัฐอเมริกา) - ในเดือน พ.ย. 2023 Embarcadero Media ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงสถานะเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร โดยเดิมบริษัทก่อตั้งในปี 1979 ในชื่อ The Embarcadero Publishing Company และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Embarcadero Media ในปี 2009 ก่อนจะเปลี่ยนสถานะเป็น Embarcadero Media Foundation ในเวลาต่อมา บริษัทมีสื่อท้องถิ่นในเครือหลายแห่ง (Palo Alto Weekly, Palo Alto Online, The Almanac, Mountain View Voice, The Six Fifty, Pleasanton Weekly, Livermore Vine, RWC Pulse, Peninsula Foodest)
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากบริษัทเผชิญความท้าทายสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลดลงของรายได้จากการโฆษณา ซึ่งมีสาเหตุจากการที่ธุรกิจท้องถิ่นปิดตัวลงในช่วงการระบาดใหญ่และรูปแบบการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนไปจากร้านค้าท้องถิ่น รายได้จากโฆษณาสิ่งพิมพ์ลดลงมากกว่า 42% นับตั้งแต่สิ้นปี 2019 และรายได้ทั้งหมด รวมทั้งจากสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ข่าว 7 แห่ง และจดหมายข่าว 3 ฉบับ ลดลง 32%
การเปลี่ยนเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรจึงเป็นกลยุทธ์ในการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ Embarcadero Media กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ทั่วประเทศที่องค์กรข่าวกำลังล้มเหลวหรืออยู่ในขอบของความล้มเหลว สาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างต่อเนื่องของรายได้จากการโฆษณาซึ่งเป็นผลมาจากการใช้สื่อดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อท้องถิ่นโดยรวม
MaineToday Media (สหรัฐอเมริกา) - MaineToday Media ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่าง Portland Press Herald ถูกขายให้กับ National Trust for Local News (องค์กรไม่แสวงหากำไร) ในปี 2023 และได้ถูกควบรวมกับ Alliance Media Group และ Sun Media Group เพื่อก่อตั้งเป็น Maine Trust for Local News
การซื้อขายนี้ทำให้ Maine Trust for Local News ได้ครอบครองหนังสือพิมพ์รายวัน 5 ฉบับจาก 6 ฉบับในรัฐเมน (ยกเว้น Bangor Daily News) และหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์อีก 17 ฉบับ สมาคมผู้สื่อข่าว News Guild of Maine แสดงความยินดีกับการขายให้องค์กรไม่แสวงหากำไร แม้จะมีเสียงวิจารณ์เรื่องความโน้มเอียงทางการเมืองเนื่องจากการสนับสนุนของพรรคเดโมแครต
Maine Journalism Foundation ที่เคยพยายามซื้อกิจการนี้ก็ได้ยุบองค์กรหลังจากการขายเสร็จสิ้น โดยระบุว่าพวกเขาพอใจกับผลลัพธ์ เพราะเป้าหมายคือการแปลงกิจการให้เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรอยู่แล้ว และได้โอนเงินที่เหลือ 171,000 ดอลลาร์ไปยัง Maine Trust for Local News
การระดมทุนในรูปแบบใหม่ๆ
นอกจากการปรับโครงสร้างองค์กรแล้ว นวัตกรรมด้านการระดมทุนก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สื่อท้องถิ่นสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน หลายองค์กรสื่อได้พัฒนาวิธีการระดมทุนแบบใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่การเปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นเจ้าของสื่อผ่านการซื้อหุ้นโดยตรง การใช้ระบบสมาชิกที่ยืดหยุ่นตามกำลังทรัพย์ของผู้สนับสนุน ไปจนถึงการสร้างชุมชนสมาชิกที่มีส่วนร่วมในการขยายฐานผู้อ่าน วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ แต่ยังสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมและผูกพันระหว่างสื่อกับชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืนในระยะยาว

Berkeleyside เป็นสื่อออนไลน์ท้องถิ่นในเบิร์กลีย์ แคลิฟอร์เนียที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุน 1 ล้านดอลลาร์ นับเป็นเว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นแห่งแรกในสหรัฐฯ ที่ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นโดยตรงต่อประชาชน (DPO)
Berkeleyside (สหรัฐอเมริกา) การระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นโดยตรง (Direct Public Offering) - Berkeleyside เป็นสื่อออนไลน์ท้องถิ่นในเบิร์กลีย์ แคลิฟอร์เนียที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุน 1 ล้านดอลลาร์ผ่านการเสนอขายหุ้นโดยตรงต่อประชาชน (Direct Public Offering หรือ DPO) โดยมีผู้ลงทุนราว 355 คน จากแฟนผู้อ่าน นับเป็นเว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นแห่งแรกในสหรัฐฯ ที่ประสบความสำเร็จในการทำ DPO
เงินทุนที่ได้รับช่วยให้ Berkeleyside ซึ่งก่อตั้งในปี 2009 โดยนักข่าวมืออาชีพสามคน สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้รองรับอุปกรณ์มือถือ จ้างนักข่าวเพิ่ม และเสริมความแข็งแกร่งให้กับโปรแกรมสมาชิกและกิจกรรมต่างๆ ได้ ความสำเร็จของ DPO แสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นขนาดเล็กสามารถระดมทุนที่จำเป็นเพื่อความสำเร็จจากชุมชนของพวกเขาเองได้
DPO เป็นวิธีที่ชุมชนสามารถลงทุนในธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตผักดอง เบเกอรี่ ทีมฟุตบอล หรือในกรณีนี้คือองค์กรข่าว และช่วยให้ธุรกิจนั้นระดมทุนได้ ต่างจากการระดมทุนแบบ Kickstarter หรือ Indiegogo ตรงที่ผู้ที่ส่งเงินไม่ได้รับของขวัญหรือส่วนลดตามที่สัญญาไว้ แต่เป็นเจ้าของส่วนแบ่งในธุรกิจจริงๆ
Berkeleyside มีรายได้หลักจาก 3 แหล่ง คือ โฆษณา สมาชิก และกิจกรรม โดยเฉพาะเทศกาล ประมาณ 60% ของรายได้มาจากโฆษณา ส่วนที่เหลือแบ่งระหว่างรายได้จากผู้อ่านและเทศกาล เว็บไซต์มีผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นรายเดือนประมาณ 220,000 คน
Daily Maverick (แอฟริกาใต้) รูปแบบสมาชิกแบบจ่ายตามกำลัง (pay-what-you-can) - Daily Maverick สร้างโปรแกรมสมาชิก Maverick Insider ในปี 2018 โดยใช้แนวคิด "จ่ายเท่าที่คุณสามารถจ่ายได้" แทนการแบ่งระดับสมาชิก เพื่อให้การเข้าถึงเนื้อหาครอบคลุมกว้างขวางที่สุด ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีกำลังสามารถสนับสนุนด้านการเงินได้อย่างสะดวก โมเดลนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบสร้างรายได้จากผู้อ่านที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดสำหรับสำนักข่าวทั่วโลก ปัจจุบันมีสมาชิกที่ใช้งานอยู่ 30,000 คน
รายได้จากสมาชิกถือเป็น 40% ของรายได้ทั้งหมดของ Daily Maverick และในช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา จำนวนสมาชิกเติบโตขึ้นถึง 75% ซึ่งน่าสนใจเพราะการเติบโตนี้เกิดขึ้นหลายปีหลังจากเริ่มโครงการ ในช่วงเวลาที่ความรู้ทางธุรกิจทั่วไปคาดการณ์ว่าการเติบโตควรจะชะลอตัวลงแล้ว แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น
Daily Maverick เลือกใช้โมเดลนี้เพราะตระหนักว่าการใช้ระบบกำแพงการจ่ายเงินแบบเข้มงวดจะทำให้ผู้อ่านไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน รายได้จากสมาชิกก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนงานวารสารศาสตร์ของพวกเขา สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ระบบจะเปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกจำนวนเงินที่ต้องการจ่ายได้เอง แต่ส่วนใหญ่กลับไม่ได้เลือกจ่ายเพียงจำนวนเงินขั้นต่ำสุด
Zetland (เดนมาร์ก) โมเดลสมาชิกที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน - Zetland เป็นบริษัทสื่อของเดนมาร์กที่ก่อตั้งในปี 2012 โดยมีสำนักงานใหญ่ในโคเปนเฮเกน พวกเขาตีพิมพ์บทความข่าวประมาณ 3-4 ชิ้นต่อวัน โดยเน้นที่บทความแบบลองฟอร์มและเนื้อหาเชิงลึก Zetland เป็นองค์กรที่มีสมาชิกเป็นฐาน และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติสำหรับงานวารสารศาสตร์เสียง ประสบการณ์ผู้ใช้ วารสารศาสตร์สด และการบุกเบิกโมเดลธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิก
ปัจจุบัน Zetland มีสมาชิกที่จ่ายเงินมากกว่า 42,000 คน คิดเป็น 1% ของประชากรผู้ใหญ่ในเดนมาร์ก โดยค่าสมาชิกอยู่ที่ 139 โครนเดนมาร์กต่อเดือน (ประมาณ 18.60 ยูโร) บริษัทมีพนักงานรวมนักข่าวประมาณ 100 คน กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของพวกเขาคือการเติบโตผ่านโปรแกรม "ambassador" ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการหาสมาชิกใหม่ โดยให้ URL เฉพาะตัวและตัวเลือกของไปรษณียบัตรหรือโปสเตอร์สำหรับการประชาสัมพันธ์แบบออฟไลน์ แทนที่จะใช้การตลาดแบบดั้งเดิม
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Zetland เติบโตคือการใช้ "เสียง" เป็นกลยุทธ์หลัก โดยพบว่าบทความถึง 80% ของพวกเขาถูกบริโภคในรูปแบบเรื่องราวเสียงที่เล่าโดยผู้สื่อข่าวมากกว่าเนื้อหาที่เป็นตัวอักษร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของโปรแกรมสมาชิก โมเดลการระดมทุนเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางสร้างสรรค์ที่สื่อท้องถิ่นใช้เพื่อความยั่งยืนทางการเงิน โดยอาศัยความสัมพันธ์กับชุมชนและความยืดหยุ่นในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน
ก้าวต่อไปของสื่อท้องถิ่น
ภูมิทัศน์สื่อในยุคดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สื่อท้องถิ่นไทยและทั่วโลกต่างเผชิญความท้าทายที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็มีแนวทางการเอาตัวรอดที่หลากหลาย จากตัวอย่างต่างประเทศ เราเห็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร การใช้ระบบสหกรณ์ที่ให้ชุมชนเป็นเจ้าของร่วม หรือการพัฒนาระบบสมาชิกแบบยืดหยุ่น รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐที่ไม่แทรกแซงเนื้อหา กุญแจสำคัญคือการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันระหว่างสื่อกับชุมชน และการหารายได้จากหลายช่องทางเพื่อลดการพึ่งพาแหล่งรายได้เดียว
สำหรับประเทศไทย การเติบโตของอินฟลูเอนเซอร์ด้านข่าวสารสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้สื่อท้องถิ่น แม้จะช่วยขยายช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แต่ก็ก่อให้เกิดคำถามเรื่องมาตรฐานวิชาชีพและความน่าเชื่อถือ สื่อท้องถิ่นจึงต้องปรับตัวด้วยการพัฒนาเนื้อหาให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและเจาะลึกประเด็นท้องถิ่นมากขึ้น พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเข้าถึงผู้อ่าน โดยไม่ละทิ้งหลักจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สื่อท้องถิ่นเผชิญยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการขาดเงินทุน การพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียว และความเปราะบางของแรงงานสื่อที่ส่วนใหญ่เป็นฟรีแลนซ์ จากการสำรวจพบว่าสื่อท้องถิ่นต้องการการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ การพัฒนาโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสื่อท้องถิ่นด้วยกันเอง ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้คนในท้องถิ่นรู้สึกรักและเป็นเจ้าของสื่อในพื้นที่ผ่านการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม
ในท้ายที่สุด อนาคตของสื่อท้องถิ่นขึ้นอยู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภาครัฐควรพิจารณากลไกสนับสนุนที่เหมาะสมกับบริบทไทย โดยเรียนรู้จากตัวอย่างต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นเองต้องพัฒนาคุณภาพเนื้อหา ปรับตัวกับเทคโนโลยี และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับชุมชน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ สื่อท้องถิ่นที่จะอยู่รอดคือสื่อที่สามารถพิสูจน์คุณค่าของตนเองต่อชุมชน และสร้างความยั่งยืนทั้งในมิติของเนื้อหาและธุรกิจไปพร้อมกัน.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- สื่อท้องถิ่นจะเอาตัวรอดยังไง (1) สถานการณ์สื่อทั่วโลก-สื่อไทย ใครจะอยู่ใครจะไป
- สื่อท้องถิ่นจะเอาตัวรอดยังไง (2) อิทธิพล ‘อินฟลูเอนเซอร์ด้านข่าว’ อนาคตอันน่าระทึก
- สื่อท้องถิ่นจะเอาตัวรอดยังไง (3) อุปสรรค ‘สื่อท้องถิ่น’ ไทย ในการเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัล
- สื่อท้องถิ่นในต่างประเทศ (4) โมเดล ‘สนับสนุน-ฟื้นฟู-ไอเดียใหม่’
ที่มาข้อมูล
Co-operatives: redefining local journalism? (Alon Aviram, openDemocracy, 21 July 2015)
How a News Outlet Raised $600K with a DPO (Nancy Watzman, Global Investigative Journalism Network, 28 November 2017)
First in the nation: Berkeleyside raises $1M from readers in direct public offering (Berkeleyside Staff, Berkeleyside, 12 April 2018)
How local news site Berkeleyside raised $1 million through a direct public offering (The Lenfest Institute for Journalism, 19 April 2018)
Akron Devil Strip Becomes First US News Co-op (Brennan Manna & Diamond, 3 November 2019)
In historic shift, The Salt Lake Tribune gets IRS approval to become a nonprofit (Matt Canham, The Salt Lake Tribune, 4 November 2019)
In Canada, a government program to support local news tries to determine who’s most deserving (Sarah Scire , Nieman Lab, 5 May 2020)
How Daily Maverick designed a pay-what-you-can model (Ariel Zirulnick, The Membership Guide, 16 September 2020)
Lov om økonomisk støtte til mediene (mediestøtteloven) [Act on Economic Support for the Media] (Lovdata, 18 December 2020)
Lauded “local news co-op” shuts down without warning, leaving its co-owners in the dark (Laura Hazard Owen, Nieman Lab, 19 October 2021)
Media policy (Government of Norway, 21 June 2022)
Equal Times (Project Oasis Europe, March 2024)
Support for independent local journalism: Because you deserve to know (Government of Canada, 6 March 2024)
New fund launches with US$2 million to support public interest journalism in Brazil (LatAm Journalism Review, 22 March 2024)
Funding of Public Service Media in Germany (Annika Sehl, Political Quarterly, 28 March 2024)
Celebrating 20 years contributing to media transformation (SAnews, 30 March 2024)
Denmark’s Zetland targets 40 percent growth in 2025 as it expands into Finland (Emmy Abdul Alim, WAN-IFRA, 16 January 2025)
Brazil finally gets a fund for local journalism (Núcleo Jornalismo, 28 March 2025)
News Media Bargaining Code (Wikipedia, เข้าถึงเมื่อ 2 May 2025)
Fonds de soutien aux médias d'information sociale de proximité (Ministère de la Culture, เข้าถึงเมื่อ 2 May 2025)
The Media Development and Diversity Agency (MDDA) (www.mdda.org.za, เข้าถึงเมื่อ 2 May 2025)
Rebuilding Local News (www.rebuildlocalnews.org, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
Coop's TV (aciamericas.coop, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
Defector (defector.com, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
Equal Times (www.equaltimes.org, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
Community News Funds (Report for America, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
Embarcadero Media (Wikipedia, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
MaineToday Media (Wikipedia, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
Banyan Project (banyanproject.coop, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
Daily Maverick (Wikipedia, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
Zetland Media (zetland.media, เข้าถึงเมื่อ 6 May 2025)
