รายงานพิเศษชุด 'สื่อท้องถิ่น' จะเอาตัวรอดยังไง? ในยุคคนเสพข่าวจาก 'อินฟลูเอนเซอร์' ตอนที่ 1ว่าด้วยภาพรวมสถานการณ์สื่อโลกและประเทศไทย 2567-2568 จะพาผู้อ่านไปสำรวจภูมิทัศน์สื่อที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในระดับโลกและประเทศไทย ท่ามกลางการเติบโตของสื่อดิจิทัลและอินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังแย่งชิงพื้นที่จากสื่อดั้งเดิม สื่อท้องถิ่นกำลังเผชิญวิกฤตการเงินและต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอด ‘The Glocal – ท้องถิ่นเคลื่อนโลก’ ได้รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มสำคัญในปี 2567-2568 ที่จะกำหนดอนาคตของสื่อท้องถิ่นในยุคดิจิทัล
ภาพรวมสถานการณ์สื่อทั่วโลก (2024-2025)

ที่มาภาพ: Ehrecke/Pixabay
จากการรวบรวมข้อมูลระหว่างปี 2024-2025 พบว่า ภูมิทัศน์ของสื่อทั่วโลกยังคงเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จากสื่อดั้งเดิมไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงในวิธีการบริโภคสื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรูปแบบธุรกิจ ความท้าทาย และโอกาสต่างๆ ที่อุตสาหกรรมสื่อกำลังเผชิญอยู่ สื่อดั้งเดิมลดความสำคัญลงเรื่อยๆ สวนทางกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของสื่อออนไลน์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนอำนาจจากพื้นที่ดั้งเดิมไปสู่ดิจิทัล ซึ่งบังคับให้องค์กรสื่อต้องปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความอยู่รอดและการเติบโต
สื่อสิ่งพิมพ์
รายได้จากสิ่งพิมพ์ทั่วโลกลดลงต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรก คิดเป็นเพียง 45% ของรายได้ทั้งหมดของผู้จัดพิมพ์ในปี 2024 เทียบกับ 57.5% ในปี 2023 แม้รายได้จากสิ่งพิมพ์จะลดลง แต่ยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญในตลาดอย่างญี่ปุ่นและอินเดีย ผู้จัดพิมพ์จึงใช้แนวทางผสมผสาน ปรับสมดุลระหว่างสิ่งพิมพ์และดิจิทัล บางแห่งใช้สิ่งพิมพ์เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม พร้อมขยายฐานดิจิทัลผ่านระบบสมาชิก ความท้าทายยังมีมาก ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สื่อสิ่งพิมพ์เผชิญการลดลงของรายได้โฆษณาถึง 11% ในปี 2024 เนื่องจากผู้โฆษณาหันไปใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล อย่างไรก็ตาม สิ่งพิมพ์ยังคงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้ดี โดย 50% ของผู้สูงอายุยังคงอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์
ทีวี
ทีวีแบบดั้งเดิมยังคงเป็นสื่อหลักทั่วโลก แม้จะมีบริการสตรีมมิ่งและ Connected TV เติบโตขึ้น ความแตกต่างในประเทศต่างๆ เห็นชัดเจน เช่น โปแลนด์มีการรับชมสตรีมมิ่งเพียง 8% ของเวลารับชมทั้งหมด ขณะที่สหรัฐฯ มีถึง 40% ค่าใช้จ่ายโฆษณาทีวีแบบดั้งเดิมเพิ่มขึ้น 3% ในปี 2024 เนื่องจากรายการกีฬาและโฆษณาการเมือง อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายในทีวีแบบดั้งเดิมจะลดลง 13.3% ต่อปี เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้ชมที่หลากหลาย บริษัทสื่อแบบดั้งเดิมกำลังพัฒนาบริการสตรีมมิ่งของตนเองหรือสร้างพันธมิตรในปี 2024 เพื่อขยายฐานผู้ชมและรักษารายได้จากโฆษณา
วิทยุ
สถานีวิทยุ (ที่ยังคงเหลืออยู่) ยังคงมีความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิทยุท้องถิ่น ซึ่งยังคงมีความเกี่ยวข้องสูงสำหรับผู้โฆษณาทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายในวิทยุมีการลดลงเล็กน้อย (-1.5%) ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มเสียงดิจิทัล เช่น พอดแคสต์และบริการสตรีมมิ่งเพลง วิทยุยังคงปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงวิธีการบริโภคสื่อของผู้คน โดยยอมรับนวัตกรรมสมัยใหม่ เช่น การสตรีมมิ่งและพอดแคสต์
สื่อออนไลน์
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกเพิ่มเป็น 5.56 พันล้านคนต้นปี 2025 (67.9% ของประชากร) โดยเพิ่มขึ้น 136 ล้านคน (2.5%) จากปี 2024 ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าผู้ชมโทรทัศน์และเคเบิลทีวี โดยผู้ใหญ่ใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ย 6 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน และ 66% ของเนื้อหาทั้งหมดถูกบริโภคผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล
ในปี 2025 คาดว่าเวลาดูวิดีโอดิจิทัลจะเพิ่มเป็น 4 ชั่วโมงต่อวัน มากกว่าโทรทัศน์แบบดั้งเดิมกว่าหนึ่งชั่วโมง ปี 2024 การใช้จ่ายในวิดีโอดิจิทัลแซงหน้าวิดีโอแบบดั้งเดิมเป็นครั้งแรก โดยวิดีโอออนไลน์เติบโตสูงกว่า OTT จากแรงขับเคลื่อนของวิดีโอโซเชียล คาดว่าการโฆษณาวิดีโอดิจิทัลในสหรัฐฯ และอังกฤษจะเพิ่มเป็น 2 เท่าของโทรทัศน์แบบดั้งเดิมภายในปี 2025
พอดแคสต์กลายเป็นสื่อกระแสหลัก มีการประมาณการว่ารายได้โฆษณาจะเกิน 2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ให้ผลตอบแทนการลงทุนถึง 4.9 เท่า เครือข่ายสื่อแบบดั้งเดิมหันมาสร้างพอดแคสต์เพื่อแข่งขัน นำเสนอประสบการณ์แบบออนดีมานด์ที่สื่อแบบดั้งเดิมทำไม่ได้
ความท้าทายสำคัญในอุตสาหกรรมสื่อโลกในปี 2025
รายได้และผลกำไรที่ลดลงยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับองค์กรข่าว เนื่องจากรายได้ดิจิทัลเติบโตไม่ทันการลดลงของรายได้สิ่งพิมพ์ การแข่งขันที่สูงขึ้นระหว่างสำนักข่าวและบริการสตรีมมิ่งที่มีต้นทุนสูงขึ้นทำให้อัตรากำไรลดลง ส่งผลให้บริษัทสื่อต้องปรับลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
การแข่งขันจากผู้เล่นรายใหม่ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น และจดหมายข่าวส่วนบุคคล กำลังแย่งชิงผู้ชมและงบประมาณโฆษณาจากสื่อดั้งเดิม
การแย่งชิงความสนใจของผู้บริโภคเป็นอีกความท้าทาย เมื่อผู้ชมเกิดภาวะเหนื่อยหน่ายจากข้อมูลที่มากเกินไปและหลีกเลี่ยงข่าวสารที่สร้างความรู้สึกด้านลบ ทำให้ความสนใจในข่าวสารและการเมืองลดลงในหลายประเทศ
ปัญหาข้อมูลผิดพลาดและความน่าเชื่อถือยังคงท้าทายวงการสื่อ โดยบางภูมิภาคมีความน่าเชื่อถือของข่าวสารในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจากอิทธิพลทางการเมืองและธุรกิจ เทคโนโลยี AI และ deepfake ยิ่งทำให้ปัญหานี้ซับซ้อนขึ้น
ผลกระทบของ AI ต่อวารสารศาสตร์ก็น่ากังวล เนื่องจาก AI อาจลดการเข้าชมจากเครื่องมือค้นหา ก่อให้เกิดประเด็นจริยธรรมและกฎหมายในการสร้างเนื้อหา และอาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานนักข่าวมนุษย์
ภาพรวมสถานการณ์สื่อไทย (2567-2568)

แฟ้มภาพประชาไท
จากรายงาน "Thailand Media Landscape 2024-2025" โดย InfoQuest พบการเปลี่ยนแปลงสำคัญในวงการสื่อไทย ที่กำลังเข้าสู่ยุคของคอนเทนต์เฉพาะทาง (Niche) อินฟลูเอนเซอร์ สตรีมมิ่ง และโซเชียลมีเดีย ซึ่งกำลังแย่งชิงพื้นที่จากสื่อดั้งเดิมอย่างทีวีดิจิทัล
การเติบโตของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเป็นปรากฏการณ์สำคัญ ข้อมูลจากนีลเส็นระบุว่าสัดส่วนผู้ชมสตรีมมิ่งเพิ่มขึ้นจาก 36% ในเดือน ต.ค. 2566 เป็น 54% ในปี 2567 แซงหน้าทีวีที่ลดลงเหลือ 46% ทำให้เม็ดเงินโฆษณาทางทีวีลดลงต่อเนื่อง ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2567 โฆษณาทางทีวีมีมูลค่า 33,875 ล้านบาท (50.13% ของงบโฆษณาสื่อทั้งหมด) แต่หดตัวลง 2% ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งต่างประเทศอย่าง Paramount+ และ Warner Bros. Discovery (Max) ได้เข้ามาร่วมมือกับผู้ให้บริการในประเทศ สร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทย
โซเชียลมีเดียครองใจคนไทยอย่างเหนียวแน่น โดยมีผู้ใช้งาน 49.1 ล้านคน (68.3% ของประชากร) ใช้เวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 31 นาทีต่อวัน และใช้เฉลี่ย 6.7 แพลตฟอร์มต่อเดือน เฟซบุ๊กครองแชมป์ด้วยส่วนแบ่ง 33.4% รองลงมาคือติ๊กต๊อก 28.5% และไลน์ 14.4% โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ โดย 89% ของผู้บริโภคชาวไทยยอมรับว่าโซเชียลมีเดียมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะติ๊กต๊อก (75%) เฟซบุ๊ก (55%) และยูทูบ (51%) ไทยครองอันดับ 1 ของโลกด้านสัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ซื้อของออนไลน์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง (66.6%)
การเติบโตของธุรกิจอินฟลูเอนเซอร์เป็นอีกแนวโน้มสำคัญ Statista คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดโฆษณาผ่านอินฟลูเอนเซอร์จะสูงถึง 2,360 ล้านบาทในปี 2567 และอาจเติบโตเฉลี่ย 10.24% ต่อปี ไปแตะ 3,864 ล้านบาทในปี 2572 โดยเฉพาะอินฟลูเอนเซอร์เฉพาะทาง (Niche Influencer) ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ด้านข่าวสาร (News Influencers) ก็เป็นดาวรุ่ง เนื่องจากผู้ชมรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับตัวตนของผู้นำเสนอมากกว่าสังกัดสำนักข่าว
ติ๊กต๊อกก้าวขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำคัญของไทย ติ๊กต๊อกกลายเป็นแพลตฟอร์มอันดับ 3 ที่ผู้บริโภคสนใจเลือกซื้อสินค้ามากที่สุด แซงหน้าเฟซบุ๊กและไลน์ ข้อมูลจากติ๊กต๊อกประเทศไทยพบว่า 71% ของผู้ใช้รับชมคอนเทนต์และซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มทันที ติ๊กต๊อกคาดการณ์ว่ามูลค่าทางการตลาดในไทยจะแตะ 1.24 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2568
พอดคาสต์เป็นอีกสื่อที่กำลังเติบโต มีการผลิตรายการพอดคาสต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 81% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอุปกรณ์การผลิตที่มีราคาถูกลงทำให้การผลิตพอดคาสต์เข้าถึงได้ง่าย และมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่รูปแบบวิดีโอพอดคาสต์
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในวงการสื่อไทย มีการใช้ผู้ประกาศข่าว AI, ระบบ Text-to-Speech และการผนวก AI ในสื่อสาธารณะ นักข่าวไทยมีการยอมรับและปรับตัวกับ AI สูงถึง 95% และ 84% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า AI ส่งผลดีต่องานของตน แม้จะมีความท้าทายเรื่องข่าวปลอมและจริยธรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้น
สรุปแล้ว ปี 2568 จะเป็นปีแห่งโอกาสและความท้าทายสำหรับวงการสื่อไทย สื่อที่สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์เฉพาะทางและปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ จะมีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ ขณะที่สื่อดั้งเดิมอย่างทีวีต้องพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง
0 0 0
ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในวงการสื่อไทยปี 2568 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ "อินฟลูเอนเซอร์ด้านข่าวสาร" (News Influencers) ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าวงการสื่อสารมวลชนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก กลุ่มคนเหล่านี้ได้ผสมผสานวารสารศาสตร์แบบดั้งเดิมเข้ากับพลังของโซเชียลมีเดีย สร้างรูปแบบการนำเสนอข่าวสารที่เข้าถึงผู้ชมรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ชมที่ให้ความสำคัญกับตัวตนของผู้นำเสนอมากกว่าสังกัดสำนักข่าว
ในบริบทของประเทศไทย เราได้เห็นปรากฏการณ์ทับซ้อนที่น่าสนใจระหว่าง "อินฟลูเอนเซอร์ด้านข่าวสาร" กับ "อินฟลูเอนเซอร์ทางการเมือง" ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์สร้างอิทธิพลทางความคิดและการรับรู้ของสาธารณชนอย่างมีนัยสำคัญ ความเปลี่ยนแปลงนี้สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้วงการสื่อ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล จริยธรรมในการนำเสนอข่าว และการตรวจสอบข้อเท็จจริง
จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจว่า "อินฟลูเอนเซอร์ด้านข่าวสาร" คือใคร มีบทบาทอย่างไรในภูมิทัศน์สื่อปัจจุบัน และจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของวงการสื่อสารมวลชนและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างไรในระยะยาว ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะนำเสนอในตอนต่อไปของรายงานข่าวชุดนี้.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- สื่อท้องถิ่นจะเอาตัวรอดยังไง (1) สถานการณ์สื่อทั่วโลก-สื่อไทย ใครจะอยู่ใครจะไป
- สื่อท้องถิ่นจะเอาตัวรอดยังไง (2) อิทธิพล ‘อินฟลูเอนเซอร์ด้านข่าว’ อนาคตอันน่าระทึก
- สื่อท้องถิ่นจะเอาตัวรอดยังไง (3) อุปสรรค ‘สื่อท้องถิ่น’ ไทย ในการเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัล
- สื่อท้องถิ่นในต่างประเทศ (4) โมเดล ‘สนับสนุน-ฟื้นฟู-ไอเดียใหม่’
ที่มาข้อมูล
Journalism, media, and technology trends and predictions 2025 (Reuters Institute for the Study of Journalism, 9 January 2025)
Digital 2025: The essential guide to the global state of digital (We Are Social, 2 February 2025)
5 key insights from the World Press Trends Outlook 2024-2025 (Damian Radcliffe, IJNet, 20 February 2025)
Media Consumption Trends in 2025: How Technology is Shaping Viewer Behavior (Promwad, 25 March 2025)
2025 Digital Media Trends: Social platforms are becoming a dominant force in media and entertainment (Deloitte Insights, 25 March 2025)
ภาพรวมภูมิทัศน์สื่อไทยปี 2567 - 2568 (InfoQuest, 18/11/2567)
