นายกรัฐมนตรีระบุ ความพร้อมในการรับมืออาวุธบริเวณชายแดนรัฐบาลและทางกองทัพได้เตรียมความพร้อมมานานแล้ว ถ้าเทียบกับปี 2554 ตอนนี้ไทยมีความพร้อมมากกว่าเดิม 2-3 เท่า เพียงแต่ทางกองทัพและรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดการใช้ความรุนแรงขึ้น และขอประณามกัมพูชาที่เปิดฉากยิงใส่พื้นที่ที่ประชาชนอาศัยอยู่จนทำให้เกิดการสูญเสียขึ้น ขณะที่ "ทักษิณ" โพสต์ข้อความระบุ ฮุนเซนได้บัญชาการการยิงเข้ามาในเขตไทยโดยเป็นฝ่ายยิงก่อน ละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และจริยธรรมของการอยู่ร่วมกันฉันท์เพื่อนบ้านที่ดี ไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้นเดินตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและการทำหน้าที่เพื่อนบ้านที่ดีครบถ้วนแล้ว ต่อไปนี้ทหารไทยสามารถตอบโต้ตามแผนยุทธการ และกระทรวงการต่างประเทศสามารถกำหนดมาตรการต่างๆ ได้ด้วยความชอบธรรม ส่วนกองทัพบกมีการออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชาและเปิดเผยตัวเลขประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บแะเสียงชีวิตจากการโจมตี
24 ก.ค. 2568 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า รัฐบาลและทางกองทัพได้ทำมาตลอดในการรักษาไว้ซึ่งความสงบสุข จนในที่สุดฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มในการยิงก่อน แต่ก็เหมือนเดิมเขาจะพูดว่าฝั่งเรายิงก่อน ซึ่งโลกสมัยนี้แล้วมีเครื่องมือมากมายที่จะทำให้เห็น ส่วนตัวนายกคิดว่าเครดิตในการที่ทั่วโลกจะเชื่อถือกัมพูชาคงลดน้อยลงไปเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยชัดเจนอยู่แล้วว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงมาก่อน
นายกยืนยัน ความพร้อมในการรับมืออาวุธบริเวณชายแดนรัฐบาลและทางกองทัพได้เตรียมความพร้อมมาตั้งนานแล้ว พร้อมมาตั้งแต่ยังไม่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายก ถ้าเทียบกับปี 2554 ตอนนี้ไทยมีความพร้อมมากกว่าเดิม 2-3 เท่า เพียงแต่ทางกองทัพและรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดการใช้ความรุนแรงขึ้น การที่จะผ่านเหตุการณ์นี้ไปไม่มีเครื่องมือไหนสำคัญเท่าความสามัคคีของคนในชาติ
นายกกล่าวว่า “สิ่งที่รัฐบาลและทางกองทัพพยายามมาอย่างที่สุดคือไม่อยากให้ประชาชนต้องเสียชีวิต ต้องบาดเจ็บ เป็นสิ่งที่ทำมาเสมอ เรารักคนไทยของเรา เรารักประเทศชาติของเรา เราไม่ต้องการให้มีใครก็ตามที่ได้รับผลกระทบและความเจ็บปวดจากตรงนี้”

นายกระบุด้วยว่า สถานการณ์ขณะนี้ทางการทูตไม่ใช่การเจรจาแล้ว เพราะที่ผ่านมากองทัพพยายามอย่างมาก แม้รัฐบาลและกองทัพจะโดนต่อว่าเรื่องการตอบโต้ว่าล่าช้า แต่เราเห็นเป้าหมายที่สำคัญว่าไม่อยากให้เสียเลือดเสียเนื้อ ซึ่งเราทนได้ แต่ชีวิตสำคัญที่สุด และวันนี้ พล.อ. ณัฐพล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่า ท่านเองก็อดทนมากเช่นกัน ขณะที่ผู้บัญชาการทหารบก รวมถึงเจ้าหน้าที่หน้างาน ก็อดทนต่อสิ่งยั่วยุ ทั้งที่เข้าไปเจรจาแล้ว แต่ไม่เป็นไปตามที่พูด เราก็ไม่เคยให้ข่าวที่ไปทำลายเขา
เมื่อถามว่ากัมพูชายิงยุทโธปกรณ์มาในพื้นที่ชาวบ้านจะบอกประชาคมโลกอย่างไรต่อการกระทำนี้ แพทองธารระบุว่า “เราต้องประณามสิ่งนี้ เราต้องประณามแน่นอน เพราะประชาชนที่ไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่ทหารด้วยกันที่มีอาวุธครบมือทั้งคู่ ยิงมาชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ ดิฉันไม่ต้องพูดอะไรมาก ทั่วโลกเมื่อได้ยินสิ่งนี้ก็พร้อมประณามเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันทั่วโลกอยู่แล้ว”
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดียถึงการกระทำของกัมพูชาระบุ
“วันนี้ฮุนเซนได้บัญชาการการยิงเข้ามาในเขตไทยแต่เช้า โดยเป็นฝ่ายยิงก่อน หลังจากที่วางกับดักระเบิดตามแนวชายแดน ซึ่งถือว่าได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และจริยธรรมของการอยู่ร่วมกันฉันท์เพื่อนบ้านที่ดี จนมีทหารไทยได้รับบาดเจ็บขาขาดถึง 2 คน รวมถึงประชาชนได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ไทยเราได้ใช้ความอดทน อดกลั้น เดินตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและการทำหน้าที่เพื่อนบ้านที่ดีครบถ้วนแล้ว ต่อไปนี้ทหารไทยสามารถตอบโต้ตามแผนยุทธการ และกระทรวงการต่างประเทศสามารถกำหนดมาตรการต่างๆได้ด้วยความชอบธรรม”

เวลาประมาณ 13.50 น. กองทัพบกออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชากรณีใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือนในเขตแดนไทย ล่าสุดพบประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการกระทำดังกล่าวแล้ว
กองทัพบกย้ำฝ่ายไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยและประชาชนจากการกระทำอันผิดหลักมนุษยธรรมดังกล่าว จากสถานการณ์การปะทะพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา อันสืบเนื่องมาจากฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงเข้าใส่ฐานทหารไทยที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ตั้งแต่เมื่อเช้าวันนี้ (24 ก.ค. 2568) ปัจจุบันกองทัพบกได้รับรายงานเบื้องต้นจากส่วนราชการในพื้นที่ว่า มีพื้นที่พลเรือนตกเป็นเป้าหมายของอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา จนทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย รวมถึงมีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนี้
1. พื้นที่บริเวณปั๊ม ปตท. บ้านผือ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บ 10 ราย
2. พื้นที่บ้านโจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย (1 รายเป็นเด็กชายอายุ 8 ปี) และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ส่งต่อ รพ.กาบเชิง
3. พื้นที่บ้านกุดเชียงมุน, บ้านจันลา, บ้านโพนทอง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย
4. พื้นที่บ้านขี้เหล็ก ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้บ้านเรือนและสัตว์เลี้ยงทางการเกษตรได้รับความเสียหาย
5. พื้นที่หมู่ 16 ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พบผู้บาดเจ็บ 1 ราย
6. พื้นที่บ้านหนองแรด ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย
7. พื้นที่บ้านนายบุญล่วม ทองวิเศษ หมู่ 9 ต.โดมประดิษฐ์ ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ กองทัพบกขอประณามการกระทำอันรุนแรงต่อเป้าหมายพลเรือนของฝ่ายกัมพูชา และพร้อมดำเนินการทางทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยและประชาชนจากการกระทำอันผิดหลักมนุษยธรรมดังกล่าวอย่างถึงที่สุด
