ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี นปช. ชุมนุมไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ออกไปเป็นวันที่ 7 ต.ค. นี้ เวลา 09.00 น. เนื่องจากมีจำเลยหลบหนีและจำเลยบางคนติดประชุมสภา
20 ส.ค. 2568 ศาลอาญารัชดาเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาคดี นปช. ชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์จากวันนี้เป็นวันที่ 7 ต.ค. นี้ เวลา 09.00 น. โดยให้เหตุผลว่ามีจำเลยหลบหนี และจำเลยบางคนติดประชุมสภา
คดีนี้อัยการฝ่ายคดีอาญาเป็นโจทก์ฟ้องแกนนำ นปช. รวม 10 คน ได้แก่ วีระกานต์ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, สิระ หรือสรวิชญ์ พิมพ์กลาง, ณรงศักดิ์ มณี, วิภูแถลง พัฒนภูมิไท, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์, พายัพ ปั้นเกตุ และพงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง ในข้อหาร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป สร้างความกระด้างกระเดื่องก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์เมื่อปี 2552 โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
มติชน วันนี้ (20 ส.ค. 2568) เมื่อช่วงเช้าแกนนำ นปช. อาทิ วีระกานต์, นพ.เหวง, จตุพร, ณัฐวุฒิ, พายัพ และณรงศักดิ์ ได้เดินทางไปศาลอาญาตามนัดฟังคำพิพากษาคดีชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยนพ.เหวง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอว่า ไม่มีความกังวลอะไรกับการพิพากษาของศาลในวันนี้ ส่วนคำพิพากษาจะเป็นโทษหรือเป็นคุณกับตนหรือไม่นั้น อยู่ที่ดุลพินิจของศาล ตนเคารพคำพิพากษาของศาลอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อในพยานหลักฐานว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด
จตุพรระบุเช่นกันว่า เคารพคำตัดสินของศาล ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เมื่อถูกถามว่า วันนี้ได้กลับมาเจอแนวร่วมเดิมที่เคยทำกิจกรรมการทางการเมืองร่วมกันมาก่อน แต่วันนี้ต้องอยู่คนละขั้วกันรู้สึกอย่างไรบ้าง จตุพรกล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วง 16 ปีที่ผ่านมาถือเป็นประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนอะไรไม่ได้ ส่วนแนวทางทางการเมืองที่เปลี่ยนไปของแกนนำแต่ละคนจะสามารถพูดคุยกันได้หรือไม่นั้น ในวันนี้ตนถือว่าทุกคนเป็นจำเลยร่วมกัน จะต้องนั่งร่วมในซีกของจำเลยอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรที่ต้องพูดกับแกนนำรายอื่นเป็นพิเศษ และยืนยันว่าไม่มีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเป็นการส่วนตัว
ขณะที่ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน
