ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ 'เอกชัย-บุญเกื้อหนุน-สุรนาถ' และประชาชนอีก 2 คน ประกันตัวในคดีมาตรา 110 จากเหตุถูกกล่าวหาว่าเข้าขวางขบวนเสด็จของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พร้อมด้วยเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ระหว่างการชุมนุม #ม็อบ14ตุลา ปี 63 ศาลอ้างเกรงว่าจำเลยทั้ง 5 คนจะหลบหนีเนื่องจากมีโทษจำคุกสูง แม้ที่ผ่านไม่เคยมีประวัติหลบหนี ศาลชั้นต้นเคยยกฟ้อง
8 ก.ย.2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า วันนี้ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว เอกชัย หงส์กังวาน, “ฟรานซิส” บุญเกื้อหนุน เป้าทอง, “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ และประชาชนอีก 2 คน หลังจากทั้ง 5 คนยื่นขอประกันตัวหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาจำคุกพวกเขาเมื่อ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 จากเหตุที่พวกเขาถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พร้อมด้วยเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ระหว่างการชุมนุมเมื่อ 14 ต.ค.2563
ศาลฎีการะบุเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้ประกันว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับศาลอุทธรณ์ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ให้จำคุกและเพิ่มโทษ คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 21 ปี 4 เดือน และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีกำหนดคนละ 16 ปี หากปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งห้าอาจจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งห้าชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง”
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คดีของพวกเขาทั้ง 5 คน ศาลชั้นต้นเคยพิพากษายกฟ้องทุกข้อหาเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แต่ในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ออกมาเมื่อ 5 ก.ย.ให้พิพากษากลับให้ลงโทษจำคุกพวกเขาทั้งหมดคนละ 16 ปี และเฉพาะในส่วนของเอกชัยศาลให้เพิ่มโทษอีก 1 ใน 3 เนื่องจากกระทำความผิดหลังพ้นโทษจากคดีเก่าไม่เกิน 5ปี ทำให้เอกชัยมีโทษจำคุก 21 ปี 4 เดือน
ศูนย์ทนายความระบุว่า ที่ผ่านมาพวกเขาทั้ง 5 คน ไปตามนัดหมายคดีไม่เคยหลบหนี และเอกชัยและสุรนาถก็เคยถูกคุมขังมาก่อนแต่หลังได้รับการปล่อยตัวพวกเขาก็ยังมาตามนัด แต่ศาลฎีกาก็ไม่ได้ระบุในคำสั่งถึงความแตกต่างของคำพิพากษาระหว่างศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์มาประกอบในการพิจารณคำสั่งไม่ให้ประกันตามหลัการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
