Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อปลายเดือนกันยายน ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่ยุโรปหลายประเทศเริ่มระแวดระวังด้วยการปิดน่านฟ้าหรือปิดสนามบินชั่วคราว หลังจากที่พบว่ามีเครื่องบินไร้คนขับ UAVs หรือโดรนไม่ทราบฝ่าย รุกล้ำน่านฟ้าของพวกเขา ซึ่งในเวลาต่อมามีบางส่วนถูกระบุว่าเป็นของรัสเซีย ทำให้มีการวิเคราะห์ว่าเรื่องนี้เป็นการที่รัสเซียกำลังทดสอบขอบเขตนาโตอยู่หรือไม่?


ภาพจาก: DCS World 

เมื่อปลายเดือน กันยายน ที่ผ่านมา เดนมาร์ก จำเป็นต้องสั่งปิดสนามบินอัลบอร์กเป็นการชั่วคราวหลังจากมีพบโดรนไม่ทราบฝ่ายบินเหนือน่านฟ้าของประเทศพวกเขา ซึ่งโดรนเหล่านั้นบินอยู่ใกล้กับสนามบิน และในวันถัดมา พวกเชาก็พบโดรนอีกหลายลำบินเหนือน่านฟ้าของสนามบินแห่งอื่นๆ

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โปแลนด์ ก็ทำการปิดน่านฟ้าของตัวเองชั่วคราวในทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงวอร์ซอ โดยบอกว่าเป็นเพราะมี "ปฏิบัติการทางทหารในแบบที่ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน" ตอนที่รัสเซียได้โจมตีระลอกใหม่ใส่ยูเครน ความกังวลนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เคยมีเหตุโดรนไม่ทราบฝ่ายหลุดเข้ามาในน่านฟ้าของพวกเขา และต่อมาสืบพบว่าเป็นของรัสเซีย

ถึงแม้ว่าในกรณีของเดนมาร์กนั้นจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นโดรนหรือเครื่องบินไร้คนขับ UAVs จากที่ไหน แต่ก็มีการตรวจสอบระบุที่มาของโดรนที่บินผ่านน่านฟ้าโปแลนด์และโรมาเนียในช่วงต้นเดือน กันยายน แล้วว่าเป็นโดรนจากรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ประเทศเอสโตเนีย ประเทศยุโรปตะวันออกที่มีพรมแดนติดกับรัสเซียอ้างว่ามีเครื่องบินของรัสเซียเข้าสู่น่านฟ้าประเทศของพวกเขาด้วย

จึงมีข้อสังเกตว่า การที่พบโดรนไม่ทราบฝ่าย หรือโดรนที่ถูกระบุว่าเป็นของรัสเซีย บินอยู่ตามที่ต่างๆ ของยุโรปนั้น จะเป็นการที่รัสเซียจงใจทดสอบขอบเขตขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ "นาโต" อยู่หรือไม่

สื่ออัลจาซีราระบุว่า สิ่งที่แน่นอนคือเรื่องนี้ได้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค หลังจากที่ความพยายามใช้วิธีทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหาสงครามรัสเซียกับยูเครนได้หยุดชะงักลง ทำให้เกิดความกังวลว่าความขัดแย้งอาจจะขยายวงคืบคลานไปถึงทวีปยุโรป

ทางด้านนาโตได้ประกาศว่าจะทำการยกระดับปฏิบัติการภารกิจของพวกเขาในแถบทะเลบอลติกที่อยู่ทางยุโรปตะวันออกกับยุโรปเหนือ เพื่อเป็นการโต้ตอบการรุกล้ำน่านฟ้าที่เกิดขึ้นที่เดนมาร์ก และการพบเห็นโดรนที่นอร์เวย์ โดยได้มีการวางกำลังอากาศยานของประเทศโปแลนด์กับประเทศพันธมิตรนาโต

ในกรณีของโปแลนด์นั้นมีการใช้เครื่องบินสกัดกั้นเพื่อรักษาความมั่นคงทางน่านฟ้าของตัวเองหลังจากที่รัสเซียโจมตียูเครนระลอกใหม่ โดยบอกว่าเป็นการกระทำในเชิงป้องกันตัวเอง เพื่อเป็นการรักษาอธิปไตยน่านฟ้าและปกป้องพลเรือนตัวเอง

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โปแลนด์และนาโต สามารถสกัดกั้นโดรนของรัสเซียที่บินผ่านน่านฟ้าของโปแลนด์เอาไว้ได้ นับเป็นครั้งแรกที่โปแลนด์ปะทะทางการทหารกับรัสเซียโดยตรง หลังจากที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนตั้งแต่ปี 2565

อีกทั้งเมื่อวันที่ 28 กันยายน ยูเครนได้ประกาศเตือนภัยเรื่องการโจมตีทางอากาศทั่วประเทศหลังมีการโจมตีจากรัสเซีย

คำแถลงของนาโตและรัสเซีย

ในวันที่ 10 กันยายน เลขาธิการของนาโต มาร์ค รุตต์ แถลงเรื่องการรุกล้ำน่านฟ้าของโปแลนด์ว่า "หน่วยป้องกันทางอากาศของพวกเราถูกนำมาปฏิบัติการและสามารถรักษาเขตแดนของนาโตได้สำเร็จตามที่พวกเขาได้รับมอบหมาย"

รุตต์เปิดเผยว่า มีการใช้ระบบป้องกันและขีปนาวุธป้องกันจากชาติพันธมิตรนาโตหลายชาติเพื่อโต้ตอบกับโดรนที่รุกล้ำพื้นที่ เช่น เครื่องบิน F-35s ของเนเธอร์แลนด์, เครื่องบินเจ็ท AWACS ของอิตาลี, ระบบขีปนาวุธป้องกันแพทริออตของเยอรมนี รวมถึงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงอเนกประสงค์ MRTT-C ของนาโต

นอกจากนี้รุตต์ยังเปิดเผยว่าพวกเขาได้ประชุมหารือหลังจากที่โปแลนด์เรียกร้องให้มีการหารือกันระหว่างประเทศสมาชิกตามมาตราที่ 4 ของสนธิสัญญานาโต ว่าด้วยการอนุญาตให้ประเทศสมาชิกขอปรึกษาหารือกันแบบฉุกเฉินได้เมื่อประเทศพันธมิตรรู้สึกถูกคุกคามต่อความมั่นคงหรือบูรณภาพของเขตแดน โดยที่การใช้มาตรา 4 นี้ อาจจะเปิดทางไปสู่การใช้มาตรา 5 ของสนธิสัญญานาโต ซึ่งระบุว่า ถ้าหากเกิดการโจมตีต่อประเทศสมาชิกใดๆ ก็ตามถือเป็นการโจมตีพันธมิตรของนาโตทั้งหมด

รุตต์กล่าวว่า "พันธมิตรนาโตขอแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับโปแลนด์และขอประณามพฤติกรรมที่บุ่มบ่ามของรัสเซีย" อีกทั้งยังบอกอีกว่าการกระทำของรัสเซียนับเป็น "การล่วงล้ำ" ที่ "ไม่ใช่เหตุการณ์เกิดขึ้นโดดๆ เพียงครั้งเดียว"

แถลงการณ์นาโตระบุว่า "รัสเซียควรต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่กับการกระทำเหล่านี้ ซึ่งนับเป็นการยกระดับสถานการณ์ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดการคำนวณผิดพลาดและเสี่ยงที่จะทำอันตรายต่อชีวิต พวกเขาจะต้องหยุดทำเช่นนี้"

ทางด้านรัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย เซอร์กี ลาฟรอฟ เตือนนาโตและสหภาพยุโรปว่า ถ้าหากมี "การรุกล้ำใดๆ ก็ตาม" ต่อรัสเซียก็จะมีการ "โต้ตอบอย่างเด็ดขาด" นอกจากนี้ลาฟรอฟยังได้พูดในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ยืนยันว่ารัสเซียไม่ได้มีแผนการในการที่จะโจมตีชาติตะวันตก แต่ก็พร้อมที่จะมีปฏิบัติการถ้าหากถูกกระตุ้นเร้า

รัสเซียกำลังทดสอบชาติตะวันตกอยู่หรือไม่

อันดรี ซีบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครนกล่าวอ้างว่ารัสเซียจงใจกระทำการรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศอื่นๆ เขาบอกว่าปูตินกำลัง "ยกระดับสงคราม ขยายขอบเขตสงครามไปเรื่อยๆ" และกำลัง "ทดสอบชาติตะวันตก"

ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระบุว่า กองทัพรัสเซียรู้ว่าโดรนของพวกเขากำลังไปที่ไหน และอยู่ในอากาศได้นานเท่าไหร่ มีการวางแผนเส้นทางเอาไว้แล้ว เซเลนสกีมองว่า "มันคือการที่รัสเซียทำการขยายขอบเขตสงครามอย่างเห็นได้ชัด"

นอกจากนี้ชาติสมาชิกนาโต เช่น เยอรมนีก็มองว่าการรุกล้ำน่านฟ้าเป็นการกระทำอย่างจงใจเช่นกัน โดยที่ บอริส พิสเตอเรียส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเยอรมนีกล่าวว่า กรณีโดรนรุกล่ำน่านฟ้าที่เกิดขึ้นในหลายชาติของยุโรปช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนี้ ไม่น่าจะเป็นความผิดพลาดหรือการปรับทิศทางการบิน พิสเตอเรียสมองว่ารัสเซียคงไม่ใช้เส้นทางเหล่านี้ในการที่จะบินโดรนไปยังยูเครน

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญมองว่า การที่โดรนรุกล้ำพื้นที่น่านฟ้ายุโรปอาจจะไม่ได้มาจากความจงใจเสมอไป

มารินา ไมรอน นักวิจัยจากสถาบันคิงส์คอลเลจลอนดอน กล่าวว่า ไม่จำเป็นเสมอไปว่าโดรนเหล่านี้จะจงใจรุกล้ำน่านฟ้ายุโรป เพราะโดรนมีระบบแบบ "ออโตไพลอท" หรือ "ขับเคลื่อนอันโนมัติ" โดยกำหนดเป้าหมายปลายทางเอาไว้ ซึ่งบางทีสัญญาณจีพีเอสนำทางของมันก็อาจจะขาดหายจนไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ทำให้บางครั้งโดรนเหล่านี้ก็ตกจากฟ้า หรือบางครั้งก็บินไปที่อื่นจนกว่าเชื้อเพลิงจะหมด

ไมรอน เปิดเผยอีกว่าทั้งฝ่ายยูเครนและฝ่ายรัสเซียต่างก็ใช้วิธีการรบกวนสัญญาณจีพีเอสนำทางโดรนของอีกฝ่าย อีกทั้งรัสเซียมักจะใช้ "โดรนหลอกล่อ" ที่เรียกว่า โดรนเกอเบอรา เพื่อหลอกล่อระบบป้องกันทางอากาศของยูเครนให้ทำงานหนัก โดยที่โดรนประเภทนี้ถูกรบกวนสัญญาณได้ง่ายมาก และโดรนเกอเบอรานี้เองก็เป็นโดรนที่ถูกพบว่ารุกล้ำน่านฟ้าโปแลนด์


เรียบเรียงจาก
Poland briefly closes airspace as NATO increases presence in the Baltic Sea, Aljazeera, 28-09-2025
Is Russia testing NATO with aerial incursions in Europe?, Aljazeera, 25-09-2025
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง