รายงานพิเศษจาก Labor Notes ชี้ว่าการสร้างขบวนการแรงงานสหรัฐฯ ให้เข้มแข็งอีกครั้ง ต้องเริ่มที่สมาชิกสหภาพแรงงาน ประธานสหภาพแรงงานช่างฝีมือสหรัฐฯ (IUPAT) ระบุว่าขบวนการแรงงานชะล่าใจมานาน ทำให้สมาชิกสหภาพแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างร่วงจาก 38% เหลือ 11% สหภาพจึงเริ่มแคมเปญ Building Union Power ลงพื้นที่พบสมาชิก ให้ความรู้ทางการเมือง และสร้างอำนาจอิสระของคนทำงาน เพราะสมาชิกบอกว่าแทบไม่ได้ยินอะไรจากสหภาพเลย โดยเฉพาะหลังรัฐบาลทรัมป์ยกเลิกโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 20,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลกระทบหนักต่อคนทำงาน วิลเลียมส์เชื่อว่าแรงงานต้องมีนโยบายและการเคลื่อนไหวทางการเมืองของตัวเอง ไม่ใช่พึ่งพาพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งอีกต่อไป
สมาชิกสหภาพแรงงานช่างทาสี (Painters) เข้าร่วมเดินขบวนวันแรงงานในนิวยอร์ก แคมเปญ Building Union Power ของสหภาพแรงงานช่างทาสีมุ่งฟื้นฟูขบวนการแรงงานด้วยการดึงและกระตุ้นสมาชิกทั่วประเทศให้เข้ามามีส่วนร่วม | ภาพจาก: Jenny Brown/Labor Notes
ผู้เขียนเป็นช่างติดกระจกรุ่นที่ 4 ในตระกูล เติบโตมาในครอบครัวสหภาพแรงงาน ตอนเด็กๆ ยังจำได้ว่านั่งกินข้าวกับพ่อตอนที่สหภาพแรงงานประท้วง ขอบคุณพระเจ้าที่มีสหภาพแรงงานช่างฝีมือ IUPAT คอยช่วยเหลือแม้ในยามที่ยากลำบาก ประวัติการต่อสู้ของสหภาพแรงงานฝังอยู่ในกระแสเลือดของผู้เขียน ผู้เขียนจะไม่มีวันลืมการเสียสละของคนรุ่นก่อน
แต่สมาชิกสหภาพแรงงานในยุคนี้หลายคนรู้สึกห่างเหินจากองค์กร ... ซึ่งผู้เขียนเข้าใจว่าทำไม
ปัญหานี้ไม่ใช่เฉพาะสหภาพแรงงานช่างฝีมือ IUPAT เท่านั้น ตลอดชีวิตที่ผู้เขียนเติบโตมา ขบวนการแรงงานชะล่าใจ คิดว่าชีวิตที่ดีขึ้นที่เราได้มาจะอยู่ตลอดไป รับประกันไปเอง คิดว่าถ้าเราทำตัวเงียบๆ พวกนายทุนและนักการเมืองก็จะไม่มายุ่งกับเรา ในขณะที่เราจ้องดูจำนวนสมาชิกสหภาพแรงงานลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ปี 1973 สหภาพแรงงานในภาคการก่อสร้างมีสมาชิกถึง 38% ของคนทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งลดลงมาจาก 87% ในปี 1947 แล้ว แต่ปี 2024 เรามีสมาชิกเหลือแค่ 11% เท่านั้น
ดึงสมาชิกทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม
เมื่อเราเห็นสิทธิ จำนวนสมาชิก และอำนาจของเราถูกกัดเซาะไปในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เราพอจะเห็นชัดเจนว่าการทำแบบเดิมๆ ไม่ได้ผลแล้ว นั่นคือเหตุผลที่สหภาพของเราเริ่มแคมเปญ Building Union Power เพื่อดึงและกระตุ้นสมาชิก IUPAT ทุกคนให้เข้ามามีส่วนร่วม
ในฐานะประธาน IUPAT ผู้เขียนและคณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งของสหภาพแรงงานเดินทางไปยังท้องถิ่นต่างๆ ทั่วอเมริกาเหนือเพื่ออบรมตัวแทน เด็กฝึกงาน เจ้าหน้าที่ หัวหน้างาน และนักจัดตั้งสหภาพแรงงาน เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของขบวนการแรงงานและสหภาพแรงงานของเรา
เราคุยกันเรื่องความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ทั้งปัญหาภายในสหภาพแรงงานและปัญหาที่กระทบทั้งขบวนการแรงงาน และเราจะจัดการกับมันร่วมกันได้อย่างไร เราฝึกตอบคำถามยากๆ และพูดคุยเรื่องที่ไม่สบายใจ
เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานท้องถิ่นและสมาชิกนักจัดตั้งสหภาพแรงงานได้รับมอบหมายให้นำเครื่องมือเหล่านี้ไปใช้ในหน้างาน และในการประชุมเพื่ออบรมสมาชิกทั่วไป เราอยากให้สมาชิกทุกคนรู้สึกว่าสหภาพแรงงาน "เข้าถึง" พวกเขา ได้ยินเสียงจากเรา และรู้สองเรื่องคือ หนึ่ง เราอยู่เคียงข้างพวกเขา และ สอง เราต้องการให้พวกเขามาร่วมงาน เข้ามามีส่วนร่วม และขับเคลื่อนสหภาพแรงงานของเราไปข้างหน้า
ลงพื้นที่รัฐหลักก่อนเลือกตั้ง
ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้เขียนเดินทางไปตามรัฐสมรภูมิหลักกับคณะกรรมการบริหารของสหภาพแรงงาน ผู้เขียนโชคดีที่ได้คุยกับสมาชิกหลายร้อยคนเกี่ยวกับปัญหาใหญ่ที่เราเผชิญอยู่
แต่พอมาถึงฟิลาเดลเฟีย บ้านเกิดของผู้เขียน ผู้เขียนรู้เลยว่าทรัมป์จะชนะการเลือกตั้ง
ตัวเมืองเองเป็นฐานเสียงเดโมแครตที่มั่นคงไม่ต้องสงสัย แต่สมาชิกสหภาพแรงงานที่ผู้เขียนคุยด้วยแทบไม่มีใครตื่นเต้นที่จะไปเลือกคามาลา แฮร์ริส (Kamala Harris) ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลที่มันสมเหตุสมผลหรือเพราะข้ออ้างที่ไร้มูลความจริงอย่างการที่ทรัมป์อ้างว่าเขาเป็นฝ่ายคนทำงาน สมาชิกของเราก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นกับผู้สมัครของเรา
พวกเขาไม่เชื่อใจสหภาพแรงงานของเราพอที่จะลงคะแนนตามที่เราแนะนำ และพวกเขาไม่เข้าใจว่าการที่ทรัมป์ชนะจะส่งผลกระทบต่อชนชั้นแรงงานอย่างไร ผู้เขียนรู้เลยตอนนั้นว่าเราต้องเข้าถึงสมาชิกแรงงานให้มากกว่านี้
สมาชิกบอกว่าแทบไม่ได้ยินเสียงจากสหภาพแรงงาน
แม้ว่าเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานส่วนใหญ่เคยเป็นช่างมาก่อน แต่พอมาทำงานเต็มเวลาให้สหภาพแรงงาน พวกเขาก็มีภาระหนักมาก ต้องหางานให้สมาชิก ต้องเจรจากับนายจ้างที่ยังไม่มีสหภาพแรงงาน และต้องคอยดูแลแก้ไขปัญหาให้สมาชิกด้วย
มันง่ายที่จะเสียสมาธิและห่างเหินจากสมาชิกแต่ละคน ผู้เขียนไม่ตำหนิใครในเรื่องนี้ ตัวผู้เขียนเองก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน
นั่นคือเหตุผลที่แคมเปญ Building Union Power สำคัญมาก มันบังคับให้เราทุกคนออกไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสมาชิก ฟังจากพวกเขา เรียนรู้จากพวกเขา และเข้าใจว่าพวกเขากำลังเผชิญอะไรอยู่ทุกวัน
สิ่งที่ผู้เขียนได้ยินมากที่สุดจากสมาชิกที่ผู้เขียนเจอในการลงพื้นที่คือพวกเขาแทบไม่ได้ยินอะไรจากสหภาพแรงงานเลย จากมุมมองของเรา เราพยายามติดต่อสื่อสารกับพวกเขาตลอดเวลาในหลายรูปแบบ แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่ถึงพวกเขา เราเลยต้องลองวิธีการใหม่
ถือเป็นเรื่องดี ที่สมาชิกต้องการอะไรต่อมิอะไรจากเรามากกว่านี้ มันหมายความว่าพวกเขาอยากการติดต่อสื่อสาร ต้องการข้อมูล ต้องการความสัมพันธ์กับสหภาพแรงงานของพวกเขา ทุกวันนี้ข้อมูลบิดเบือนมีเต็มไปหมด มันเลยจำเป็นมากที่สมาชิกต้องได้ยินจากสหภาพแรงงานเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ
สหภาพแรงงานต้องกลับมาสู้อีกครั้ง
ผู้เขียนรู้ว่าเรามีเส้นทางที่ยากลำบากรออยู่ข้างหน้า ความเฉยเมยต่อสหภาพแรงงานจะไม่หายไปเพียงแค่แคมเปญเดียว แต่ผู้เขียนมีความรับผิดชอบต่อสมาชิก 140,000 คน ของสหภาพ IUPAT ผู้เขียนไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ไม่ทำอะไรในขณะที่สมาชิกของเราสูญเสียความเชื่อมโยงกับ IUPAT
ทุกคนเข้าร่วม IUPAT ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือเพื่อค่าแรงที่ยุติธรรม สวัสดิการดี เงินบำนาญ และความมั่นคง เชื่อว่าเมื่อมีบัตรสหภาพแรงงานแล้วสิ่งเหล่านี้จะได้รับการรับประกัน แต่ทุกอย่างที่เราได้มาคือผ่านการต่อสู้อย่างหนัก ถ้าเราไม่เริ่มสู้อีกครั้ง ขบวนการแรงงานก็จะเสื่อมถอยต่อไป และคนรวยก็จะรัดบ่วงสังคมให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อความอยู่รอดของสหภาพแรงงาน และเพื่อรักษางานก่อสร้างที่ดีและปลอดภัย เราต้องการให้สมาชิกทุกคนเข้าใจว่าเดิมพันคืออะไร และลงสนามต่อสู้
สร้างความเข้าใจทางการเมือง
ผู้เขียนได้ยินคนบ่นบ่อยๆ ว่าเราต้อง "เอาการเมืองออกจากสหภาพแรงงาน" และผู้เขียนเข้าใจความรู้สึกนั้น การพูดเรื่องการเมืองตลอดเวลามันน่าเบื่อ โดยเฉพาะเมื่อทั้ง 2 พรรคทำให้เราผิดหวังเรื่อยๆ และผู้เขียนเข้าใจจริงๆ ว่าสมาชิกหลายคนรู้สึกว่าพวกเขาได้ยินจากสหภาพแรงงานก็ต่อเมื่อใกล้เลือกตั้งเท่านั้น
แต่ตอนนี้น่าเสียดายที่เราเห็นชัดเจนว่าการเมืองมีความสำคัญแค่ไหนในขบวนการแรงงาน ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม การตัดสินใจของนักการเมืองส่งผลกระทบอย่างมากต่อสหภาพแรงงาน กระเป๋าเงิน และชุมชนของเรา
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ยกเลิกโครงการโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ในนิวยอร์ก และชิคาโก รัฐบาลอ้างว่าเป็นเพราะนโยบายยอมรับความแตกต่างหลากหลาย (DEI) ของพื้นที่เหล่านั้น แต่การโจมตีเหล่านี้ดูเหมือนเป็นการลงโทษศัตรูทางการเมืองและทำตามอำเภอใจของรัฐบาล โดยไม่สนใจว่าจะส่งผลเสียต่อสมาชิกสหภาพและชนชั้นคนทำงานทั้งหมด
เมื่อระบบการเมืองของเราแบ่งขั้วกันมากขึ้นเรื่อยๆ ความจริงก็คือมีสามาชิกพรรครีพับลิกันในระดับรัฐบาลกลางเพียงไม่กี่คนที่สนใจทำงานกับเรา ถึงแม้จะอ้างว่าพรรครีพับลิกันตอนนี้เป็นพรรคของคนทำงานแล้วก็ตาม และคนที่ยอมทำงานกับเรามักทำด้วยเจตนาที่ไม่จริงใจและคิดแต่ผลประโยชน์ตัวเอง
แม้ว่าทั้ง 2 พรรคจะพูดปอปั้นคนทำงานแต่จริงๆ แล้วรับใช้แต่พวกชนชั้นสูง พรรครีพับลิกันในยุคนี้แทบจะไม่แกล้งทำเป็นว่าสนับสนุนสหภาพแรงงานเลยด้วยซ้ำ และต่อต้านคนทำงานในเชิงอุดมการณ์มากจนเกือบจะหาจุดร่วมในเรื่องใดๆ ไม่ได้เลย ทุกครั้งที่พวกเขามีโอกาส พวกเขาก็ยกเลิกสัญญา หยุดงาน และพลิกชีวิตคนทำงาน
สร้างพลังการเมืองของตัวเอง
ถ้าอยากเอาชนะทรัมป์และนักการเมืองที่ต่อต้านคนทำงาน เราต้องรวมพลคนทำงานให้มากพอ เราไม่สามารถหลบหน้าหนีด้วยความกลัวแล้วหวังว่าทรัมป์จะใช้อำนาจแบบเผด็จการแล้วมันจะหายไปเอง เราต้องหาสมาชิกสหภาพแรงงานใหม่ สร้างพลังทางการเมืองของเราเองในชุมชน และบอกเพื่อนคนทำงานกับคนในชุมชนให้เข้าใจว่าเรากำลังเสี่ยงอะไรอยู่ เราต้องจับตานักการเมืองทุกคนที่ไม่เข้าข้างคนทำงาน ไม่ว่าจะมาจากพรรคไหน ไม่ว่าจะพูดอะไรมา
ผู้เขียนเชื่อว่าขบวนการแรงงานต้องมีชุดนโยบายของเราเอง และต้องมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบอิสระของเราเอง เพื่อให้ประเทศนี้ประสบความสำเร็จ เราไม่สามารถขี่หลังพรรคนี้พรรคนั้นต่อไปได้ หรือหวังว่ารอบหน้าจะถึงคราวเรา เราต้องการกองทัพของคนทำงานที่เข้าใจประวัติศาสตร์ของสหภาพแรงงานและขบวนการแรงงานของพวกเขา และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อขบวนการแรงงานใหม่ เหมือนที่บรรพบุรุษของเราเคยทำไว้เพื่อคนรุ่นหลัง
รายงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์พิเศษของ Labor Notes สื่อที่เป็นกระบอกเสียงให้กับขบวนการแรงงานในสหรัฐอเมริกา ต่อประเด็นที่ถามว่าสหภาพแรงงานจะป้องกันอำนาจของคนทำงานต่อต้านทรัมป์ 2.0 ได้อย่างไร? ผู้เขียนงานชิ้นนี้ 'จิมมี่ วิลเลียมส์ จูเนียร์' (Jimmy Williams Jr.) ประธานสหภาพแรงงาน International Union of Painters and Allied Trades (IUPAT) องค์กรแรงงานที่เป็นตัวแทนของช่างฝีมือกว่า 140,000 คน ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
