หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออกร่างข้อเสนอสันติภาพยูเครน 28 ข้อ ก็ได้สร้างข้อถกเถียงอย่างมากในหมู่พันธมิตรยุโรป ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าแผน 28 ข้อนี้มีลักษณะเข้าทางรัสเซีย เช่น ให้ยูเครนยอมรับว่าพื้นที่ยึดครองบางส่วนเป็นของรัสเซีย เช่น แคว้นไครเมียที่รัสเซียเคยรุกรานมาก่อน และในบางพื้นที่ก็ให้ยึดตามเรื่องที่ว่ามีกองกำลังของฝ่ายไหนตรึงกำลังอยู่ อีกทั้งยังมีการบีบให้นาโตไม่รับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก
30 พฤศจิกายน 2568 ทางการสหรัฐฯ ได้เปิดเผยร่างข้อเสนอสันติภาพยูเครน 28 ข้อ เพื่อให้มีการยุติการทำสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน แผนการดังกล่าวนี้ถูกผู้สังเกตการณ์จำนวนมากวิเคราะห์ว่ามีความเข้าข้างรัสเซีย โดยที่ทั้งเหล่าประเทศพันธมิตรในยุโรป และส.ส.สหรัฐฯ บางส่วนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ร่างข้อเสนอสันติภาพนี้ อย่างไรก็ตามประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เคยพูดไว้ว่าร่างดังกล่าวนี้ "ยังไม่ใช่ข้อเสนอสุดท้าย" แต่ก็บอกว่า "ไม่ว่าอย่างไร พวกเราก็จะต้องทำให้สงครามนี้จบให้ได้"
แต่ข้อเสนอของสหรัฐฯ ก็ได้สร้างข้อถกเถียงในหมู่ประเทศพันธมิตรไปแล้ว ถึงแม้ว่าในตอนที่รัฐบาลทรัมป์กล่าวถึงข้อเสนอนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในช่วงกลางเดือน พฤศจิกายน ทางการยูเครนแสดงท่าทีว่าอยากจะทำให้เกิดสันติภาพโดยเร้ว แต่ในเวลาต่อมาทั้งยุโรป, ยูเครน และสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ก็ตีกลับข้อเสนอสันติภาพ 28 ข้อ โดยบอกว่ามันเป็นมิตรกับรัสเซียมากเกินไป ส่วนยุโรปก็เคยวิจารณ์เอาไว้ตั้งแต่แรกว่า "สันติภาพไม่ควรจะกลายเป็นการยอมจำนน"
ข้อเสนอสันติภาพ 28 ข้อจากรัฐบาลทรัมป์ มีอะไรบ้าง
ข้อเสนอสันติภาพยูเครนจากรัฐบาลทรัมป์มีดังต่อไปนี้
1.) จะต้องมีการยืนยันในอธิปไตยของยูเครน
2.) จะมีการทำข้อตกลงให้เสร็จสิ้นอย่างละเอียดในเรื่องการไม่ใช้กำลังโจมตีกันระหว่างรัสเซีย ยูเครน และยุโรป โดยที่ความกำกวมใดๆ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาจะถือว่าได้ข้อยุติ
3.) รัสเซียควรจะไม่รุกรานประเทศใกล้เคียง และนาโตจะต้องไม่ขยายตัวไปมากกว่านี้
4.) จะมีการเจรจาระหว่างรัสเซียกับนาโต โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงทุกด้าน และสร้างเงื่อนไขให้มีการลดระดับความขัดแย้ง เพื่อความมั่นคงของโลกและเพิ่มโอกาสในการสร้างความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต
5.) ยูเครนจะต้องได้รับการยืนยันเรื่องความมั่นคงที่มีไว้ใจได้
6.) ขนาดของกองทัพยูเครนจะต้องจำกัดอยู่ที่ 600,000 นาย
7.) ยูเครนจะต้องระบุในรัฐธรรมนูญของตัวเองว่าจะไม่เข้าร่วมนาโต และนาโตจะต้องระบุเพิ่มเติมในบทบัญญัติของตัวเองว่า จะไม่มีการรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิกในอนาคต
8.) นาโตจะต้องยอมรับข้อตกลงว่า พวกเขาจะไม่ตั้งกองทัพในยูเครน
9.) จะต้องไม่มีการวางกำลังเครื่องบินเจ็ทของยุโรปในยูเครน
10.) มีการรับประกันความมั่นคงโดยสหรัฐฯ โดยจะมีข้อย้ำเตือนดังนี้
ประการแรก คือ สหรัฐฯ จะได้รับค่าชดเชยจากการรับประกันในเรื่องนี้
ประการที่สอง คือ ถ้าหากยูเครนรุกรานรัสเซียจะสูญเสียการรับประกันความมั่นคง
ประการที่สาม คือ ถ้าหากรัสเซียรุกรานยูเครน ก็จะส่งผลให้ มีการโต้ตอบทางการทหารแบบที่มีการประสานงานร่วมกันอย่างเด็ดขาดต่อรัสเซีย นอกจากนี้แล้วก็จะมีการกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ และมีการระงับการยอมรับพื้นที่เขตแดนใหม่ว่าเป็นของรัสเซียรวมถึงระงับผลประโยชน์อื่นๆ ที่รัสเซียจะได้รับจากข้อตกลงนี้
ประการที่สี่ คือ ถ้าหากยูเครนยิงขีปนาวุธใส่กรุงมอสโก หรือ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยไม่มีเหตุอันควรแล้ว การรับประกันด้านความมั่นคงก็จะถือเป็นโมฆะ
11.) ยูเครนมีสิทธิที่จะได้รับสถานะความเป็นสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป หรือ อียู และจะได้รับสิทธิพิเศษในระยะสั้นในการเข้าถึงตลาดของอียูได้ในช่วงที่กำลังมีการพิจารณาในประเด็นนี้
12.) จะจัดให้มีชุดงบประมาณนานาชาติจำนวนมหาศาลเพื่อเป็นเงินทุนให้กับการบูรณะฟื้นฟูยูเครนในด้านต่างๆ อาทิเช่น
- การตั้งกองทัพพัฒนายูเครนเพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็ว เช่น เทคโนโลยี, ศูนย์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์
- สหรัฐฯ จะร่วมมือกับสูเครนในการร่วมกันบูรณะ, พัฒนา, ทำให้ทันสมัย และปฏิบัติงานร่วมกันในด้านโครงสร้างพลังงานก๊าซของยูเครน เช่น ท่อก๊าซและแหล่งเก็บกัก
- มีความพยายามร่วมกันในการฟื้นฟูพื้นที่ๆ ได้รับผลกระทบจากสงคราม เพื่อให้เกิดการฟื้นตัว การสร้างใหม่ และการทำให้ทันสมัย ในพื้นที่เมืองและพื้นที่อยู่อาศัย
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
- การขุดเจาะแร่และทรัพยากรธรรมชาติ
- ธนาคารโลกจะจัดให้มีชุดเงินทุนพิเศษในการเร่งการพัฒนาเหล่านี้
13.) รัสเซียจะต้องได้รับการบูรณาการให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก โดยการ
- จะมีการหารือและตกลงกันเรื่องการยกเลิกการคว่ำบาตรรัสเซียแบบเป็นขั้นตอน และจะมีการพิจารณาเป็นแบบรายกรณีไป
- สหรัฐฯ จะเข้าร่วมข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาวเพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันในด้านพลังงาน, ทรัพยากรธรรมชาติ, โครงสร้างพื้นฐาน, ปัญญาประดิษฐ์, ศูนย์ข้อมูล, โครงการการจุดเจาะแร่แรร์เอิร์ธในแถบอาร์คติก และโอกาสการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันของบรรษัทในด้านอื่นๆ
- รัสเซียจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกลุ่มประเทศ G8
14.) งบประมาณที่ถูกอายัดจะนำมาใช้ดังต่อไปนี้
- งบประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มาจากการอายัดสินทรัพย์ของรัสเซียจะถูกนำไปลงทุนในความพยายามบูรณะฟื้นฟูและลงทุนกับยูเครน
- สหรัฐฯ จะได้รับผลกำไรร้อยละ 50 จากการลงทุนนี้ ยุโรปต้องสมทบเงินเพิ่มเติม 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเพิ่มเงินลงทุนสำหรับการบูรณะฟื้นฟูยูเครน เงินทุนของยุโรปที่ถูกอายัดจะได้รับการยกเลิกการอายัด เงินที่เหลือจากการอายัดรัสเซียจะถูกนำไปลงทุนในด้านยานยนต์ระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซีย ซึ่งจะนำไปปรับใช้กับโครงการที่ทำร่วมกันในบางภาคส่วน เงินทุนก้อนนี้มีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์และเพิ่มผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อเป็นแรงจูงใจที่หนักแน่นในการที่จะไม่กลับไปสู่ความขัดแย้ง
15.) จะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างชาวอเมริกัน-รัสเซีย ในประเด็นเรื่องความมั่นคง เพื่อส่งเสริมและทำให้แน่ใจว่าจะมีการปฏิบัติการข้อกำหนดทุกประการของข้อตกลงนี้
16.) รัสเซียจะต้องระบุในกฎหมายของตัวเองว่าพวกเชาต้องมีนโยบายไม่รุกรากยุโรปและยูเครน
17.) สหรัฐฯ และรัสเซียจะตกลงกันในเรื่องที่จะขยายความสมเหตุสมผลของสนธิสัญญาเรื่องการควบคุมและไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงสนธิสัญญา START I ด้วย
18.) ยูเครนจะต้องยอมตกลงว่าจะเป็นรัฐที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งเป็นไปตามสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ หรือ NPT
19.) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย จะเปิดปฏิบัติการภายใต้การควบคุมดูแลของ ทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA และ การผลิตไฟฟ้าจะมีการแจกจ่ายให้กับรัสเซียกับยูเครนเท่ากันแบบ 50:50
20.) ทั้งสองประเทศ (ยูเครน กับ รัสเซีย) จะต้องจัดให้มีโครงการการศึกษาในโรงเรียนและกับสังคม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและความอดกลั้นต่อความต่างทางวัฒนธรรมและขจัดการเหยียดเชื้อชาติสีผิวและอคติทางเชื้อชาติสีผิว
- ยูเครนจะต้องรับกฎเกณฑ์ของอียูเรื่องความอดกลั้นทางศาสนาและนำหลักการการคุ้มครองชนกลุ่มน้อยทางภาษามาใช้
- ทั้งสองประเทศ (ยูเครน กับ รัสเซีย) จะต้องขจัดมาตรการกีดกันเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ และจะต้องการันตีสิทธิด้านสื่อและการศึกษาให้กับชาวยูเครนและรัสเซีย
- ต้องมีการปฏิเสธ และ สั่งห้ามอุดมการณ์แบบนาซีทุกรูปแบบ
21.) ว่าด้วยเขตแดน
- ไครเมีย, ลูฮักสก์ และโดเนตสก์ จะต้องถูกรับรองให้เป็นของรัสเซียในทางพฤตินัย รวมถึงสหรัฐฯ ต้องยอมรับในเรื่องนี้ด้วย
- สำหรับ เคอร์ซอน และ ซาปอริซเซีย จะให้มีการยุติการขยายเขตพื้นที่ ซึ่งหมายความว่าจะมีการกำหนดเขตแดนตามพื้นที่ๆ ตรึงกำลังอยู๋ (โดยกองทัพยูเครน หรือรัสเซีย)
- รัสเซียจะต้องสละพื้นที่อื่นๆ ที่พวกเขายึดครองนอกเหนือจาก 5 พื้นที่ดังกล่าวนี้ ตามข้อตกลงที่ตกลงกันไว้
- กองกำลังของยูเครน จะถอนทัพออกจากส่วนหนึ่งของเขตปกครองโดเนตสก์ ซึ่งพวกเขาควบคุมอยู่ และพื้นที่ๆ ยูเครนถอนทัพออกไปจะนับเป็นพื้นที่กันชนที่ปลอดอาวุธ นานาชาติจะต้องยอมรับว่าพื้นที่นี้มีสาธารณรัฐรัสเซียเป็นเจ้าของ กองกำลังของรัสเซียจะไม่เข้าไปในพื้นที่ปลอดอาวุธนี้
22.) หลังจากที่มีการตกลงเกี่ยวกับการจัดวางพื้นที่เขตแดนในอนาคตแล้ว ทั้งสาธารณรัฐรัสเซียและยูเครนจะต้องไม่กระทำการเปลี่ยนแปลงการจัดวางเขตแดนที่ว่านี้โดยการใช้กำลัง ถ้าหากมีการฝ่าฝืนพันธะผูกมัดนี้ก็จะไม่มีการรับประกันเรื่องความมั่นคงใดๆ อีกต่อไป
23.) รัสเซียจะต้องไม่สกัดกั้นยูเครนจากการใช้แม่น้ำดนิโปรในกิจกรรมทางการค้า และจะมีการบรรลุข้อตกลงในเรื่องการขนส่งสินค้าจำพวกเมล็ดธัญพืชผ่านทะเลดำอย่างเสรี
24.) จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการด้านมนุษยธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาที่ใหญ่หลวงเหล่านี้ :
- นักโทษหรือเชลยที่เหลืออยู่ทุกคนและศพนักโทษหรือเชลยทั้งหมดจะต้องได้รับการแลกเปลี่ยนตามหลักการ "all for all"
- ผู้ต้องขังพลเรือนและตัวประกันทั้งหมดจะได้รับการส่งตัวกลับ รวมถึงที่เป็นเด็กด้วย
- มีการจัดทำโครงการคืนสู่ครอบครัว
- จะมีการใช้มาตรการเพื่อบรรเทาทุกข์ของเหยื่อจากสงคราม
25.) ยูเครนจะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 100 วัน
26.) ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งจะได้รับการนิรโทษกรรมโดยทั้งหมดจากการกระทำของพวกเขาในช่วงสงคราม และจะต้องไม่มีการกล่าวหาหรือกระทำการฟ้องร้องใดๆ ในอนาคต
27.) ข้อตกลงนี้จะต้องมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย การบังคับใช้ข้อตกลงจะได้รับการสอดส่องและการันตีโดยสภาสันติภาพ ที่มี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธาน ถ้าหากมีการล่วงละเมิดข้อตกลงก็จะมีการคว่ำบาตร
28.) หลังจากที่ทุกฝ่ายตกลงกันได้กับบันทึกความจำนี้แล้ว ก็ทำให้การหยุดยิงมีผลโดยทันที หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ล่าถอยไปจนถึงจุดที่ตกลงกันไว้ เพื่อที่จะเริ่มต้นปฏิบัติตามข้อตกลง
"สันติภาพไม่ควรจะกลายเป็นการยอมจำนน"
ถึงแม้ว่าในช่วงแรกที่มีการเปิดเผยข้อเสนอ 28 ข้อดังกล่าวนี้ ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี จะแสดงท่าทีในเชิงยอมรับและพิจารณาข้อเสนอจากสหรัฐฯ โดยบอกว่าเพราะยูเครนต้องการสันติภาพมาตั้งแต่แรกและนับเป็นจุดยืนหลักของยูเครนโดยไม่ต้องการให้มีการรุกรานเป็นครั้งที่สาม
แต่ในขณะเดียวกันก็พูดในทำนองว่าสันติภาพที่ได้มาจะต้องเป็น "สันติภาพที่มีศักดิ์ศรี" เป็นสันติภาพที่ "เคารพในเอกราชของพวกเรา อธิปไตยของพวกเรา และศักดิ์ศรีของประชาชนชาวยูเครน" นอกจากนี้ยังพูดถึง ข้อตกลงจากรัฐบาลทรัมป์ในทำนองว่า พวกเขาจะทำการพิจารณาข้อเสนอต่างๆ "เพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นความสัตย์จริงทั้งหมด"
นักวิเคราะห์จากองค์กรคลังสมอง แชทแทมเฮาส์ เคียร์ ไจล์ส วิเคราะห์ปฏิกิริยาของเซเลนสกีว่า มีปฏิกิริยาที่ระมัดระวังไม่ออกตัวมาก ไจล์สมองว่าถ้าหากยูเครนยอมรับข้อตกลงฉบับร่างในแบบที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะส่งผลเลวร้ายต่อยูเครนได้เพราะมีการเรียกร้องให้ยูเครนต้องยอมตามรัสเซียอย่างหนัก
นอกจากนี้เหล่าผู้นำยุโรปหลายคนก็มีท่าทีไม่ยอมรับร่างข้อตกลงนี้ เช่น รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ พูดในทำนองว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้เคารพในอธิปไตยของยูเครน แล้วก็ไม่มีหลักประกันมากพอในการป้องกันการรุกรานในอนาคต
"สันติภาพไม่ควรจะกลายเป็นการยอมจำนน" บาร์โรต์กล่าว
รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี โจฮันน์ วาเดอฟุล กล่าวว่า "การเจรจาหารือเรื่องการหยุดยิง ในแง่ของพัฒนาการสันติภาพสำหรับยูเครนนั้น ควรจะมีการหารือและเจรจากันแบบที่ยูเครนได้เข้าร่วมด้วยเท่านั้น และยุโรปก็ควรจะได้รับการมีส่วนร่วมด้วย"
คาจา คัลลัส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า "แผนการใดก็ตาม ถ้ามันจะใช้งานได้จริง มันต้องมีชาวยูเครนและชาวยุโรปเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย"
หรือสหรัฐฯ จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงนี้?
นักวิจัยด้านการป้องกันประเทศจากมหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ มารีนา ไมรอน มองว่า "ผู้ชนะจริงๆ ของข้อตกลงนี้คือสหรัฐฯ" ที่วางตัวเป็นตัวกลางของความขัดแย้ง ในขณะที่รัสเซียนั้น "ได้สิ่งที่ต้องการไปร้อยละ 70" ส่วนยูเครนนั้นได้รับอะไรแย่กว่าทุกฝ่ายแต่เพื่อพิจารณาดูแล้วก็อาจจะไม่แย่เท่าการสูญเสียจากการรบไปมากกว่านี้ แล้วทรัมป์ก็ดูเหมือนจะตั้งท่าว่าถ้ายูเครนปฏิเสธ เขาก็จะถอยออกมาแล้วปล่อยให้รบกันต่อไปจนทำให้ยูเครนเสี่ยงจะสูญเสียไปมากกว่านี้
ไมรอน บอกอีกว่า ถ้าสหรัฐฯ ไม่พอใจยูเครน พวกเขาก็มีเครื่องมือคัดง้างต่อรองมากกว่านี้คือการขู่ว่าจะหยุดแชร์ข้อมูลการสื่อสารผ่านดาวเทียมกับยูเครน
สาเหตุที่ไมรอนพูดถึงสหรัฐฯ ว่าอาจจะได้ประโยชน์มากที่สุดเพราะมีอยู่บางข้อในข้อตกลงที่ระบุให้สหรัฐฯ ได้ประโยชน์แบบตรงไปตรงมา เช่น ข้อ 10 ที่บอกว่า "สหรัฐฯ จะได้รับค่าชดเชยจากการรับประกัน" ด้านความมั่นคง และข้อที่ 14 ก็ระบุถึงการอายัดสินทรัพย์รัสเซีย 100,000 ล้านดอลลาร์ และการขอเงินสมทบจากยุโรปในจำนวนเดียวกัน แต่สหรัฐฯ จะได้รับการตอบแทนร้อยละ 50 จากการฟื้นฟูยูเครน โดยที่ไม่ได้เจาะจงว่าจะมีการทำกำไรจากทางไหน
ไจลส์วิเคราะห์ว่าเรื่องข้อตกลงที่มีการให้ใช้สินทรัพย์รัสเซียที่ถูกอายัดในต่างประเทศได้นั้น น่าจะถูกเพิ่มเข้าไปโดยนักเจรจาจากรัสเซียเพราะว่า "รัสเซียได้ทำการจำหน่ายสินทรัพย์ในต่างประเทศไปแล้ว และในตอนนี้มันก็กลายเป็นสิ่งชักจูงสหรัฐฯ" อย่างไรก็ตาม มีความน่าสงสัยว่าแผนการฟื้นฟูยูเครนนั้นจะกลายเป็นการสร้าง "ยูเครนที่เป็นอิสระ" หรือกลายเป็น "ความพยายามของรัสเซียในการที่จะสร้างความเป็นรัสเซียในพื้นที่ยูเครนที่พวกเขายึดครองกันแน่"
อีกเรื่องที่สร้างความกังวลคือ ข้อที่ 26 ของข้อตกลงที่ระบุว่าจะให้ "การนิรโทษกรรมโดยทั้งหมดจากการกระทำของพวกเขาในช่วงสงคราม" ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2566 ศาลอาญาระหว่างประเทศ ICC ได้ออกหมายจับ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียในเรื่องที่บังคับส่งตัวเด็กออกนอกประเทศจากยูเครนไปยังรัสเซีย
ไจลส์บอกว่า การที่ข้อตกลงนี้ทำเหมือนสงครามไม่เคยเกิดขึ้น แล้วก็ยกเลิกการคว่ำบาตร ในขณะที่ละเลยอาชญากรรมสงคราม ก็อาจจะทำให้ประเทศจำนวนมากในโลกที่เชื่อในหลักการของกฎหมายนานาชาติทำการคัดค้าน
ในแง่ของพื้นที่เขตแดนนั้น มันจะทำให้ยูเครนสูญเสียภูมิภาคดอนบาส คือ พื้นที่ โดเนตสก์ และ ลูฮันสก์ ที่มีเหตุวุ่นวายจากกองกำลังของรัสเซียเข้าไปพยายามยึดครองมาตั้งแต่ปี 2557 ต่อมาคือพื้นที่ไครเมียที่เคยถูกรัสเซียใช้กำลังเข้าผนวกรวมก็จะถูกระบุให้เป็นของรัสเซียตามข้อตกลงนี้เช่นกัน นอกจากนี้มันจะกลายเป็นการขีดเส้นแบ่งพื้นที่ ซาปอริชเซียกับเคอร์ซอน โดยที่รัสเซียได้ครอบครองพื้นที่ถึงร้อยละ 75 ในทางตอนใต้ที่อยู่ติดกับทะเลดำ
ทั้งนี้ยังมีการวิเคราะห์ว่า ที่สหรัฐฯ พยายามนำรัสเซียเข้าหาระบบเศรษฐกิจโลกมากขึ้น อาจจะเป็นแผนการในเชิงยุทธศาสตร์ด้วย ไมรอน บอกว่าที่สหรัฐฯ ระบุในเชิงอยากร่วมโครงการทางเศรษฐกิจกับรัสเซียในข้อตกลงนั้นเป็นเพราะรัสเซียมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ ในด้านแร่ที่มีความสำคัญ อีกทั้งรัสเซียยังมีอิทธิพลในเชิงภูมิศาสตร์การเมืองจากการที่มีความสัมพันธ์กับประเทศอย่างจีน, เวเนซุเอลา, อิหร่าน, คิวบา ซึ่งเป็นอิทธิพลในแบบที่ยูเครนไม่มี
อย่างไรก็ตาม ต่อให้มีการนำข้อตกลงนี้มาใช้ นักวิเคราะห์ก็มองว่ามันก็ยังจะไม่สามารถสร้างสันติภาพได้จริง ไจลส์มองว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้พัฒนาไปมากกว่าข้อตกลงชุดก่อนหน้านี้ และจะถูกโต้กลับจากจากยูเครนและยุโรป
ไม่ใช่เพียงแต่ยุโรปหรือยูเครนเท่านั้น แม้แต่ ส.ว. จากพรรครีพับลิกันที่เป็นคณะกรรมการเหล่าทัพของวุฒิสภาสหรัฐฯ ก็ได้วิจารณ์ข้อตกลงนี้ไว้ว่าเป้นข้อตกลงที่ "มีปัญหาอย่างแท้จริง" และ "สงสัยอย่างมากว่ามันจะนำมาซึ่งสันติภาพได้จริงไหม"
ฝ่ายรัสเซียแสดงออกว่าพวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆ กับข้อตกลงในครั้งนี้ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ดิมิทรี เปสคอฟ กล่าวว่า ยังไม่เห็นมีแผนการหารือใดๆ กับรัสเซียในเรื่องข้อตกลงนี้ แล้วก็พูดเสริมว่า แผนสันติภาพใดๆ ก็ตามต้องทำในสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นการแก้ไข "รากเหง้าของปัญหาความขัดแย้ง"
สนามรบและสนามการทูต ข้อตกลงที่กดดันยูเครนอย่างหนัก
ในช่วงหลังจากการเสนอข้อตกลงนี้ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ช่วงที่การสู้รบกับรัสเซียก็ยังคงดำเนินต่อไป ผู้คนในยูเครนยังต้องเตรียมตัวกับฤดูหนาวที่ย่างกรายเข้ามาในช่วงสงครามที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของเมืองพวกเขาถูกทำลาย ทำให้ยูเครนเหมือนกับต้องรับศึกสองด้าน ทั้งในสนามรบและในสนามการทูต เพราะข้อเสนอสันติภาพจากสหรัฐฯ มีลักษณะกดดันยูเครนอย่างมาก ทั้งในเรื่องการที่ต้องปลดทหารตัวเองเพื่อลดระดับกองทัพให้เหลือแค่ 1 ใน 3 ถูกกีดกันจากการเข้าร่วมพันธมิตรนาโต และถูกบังคับให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ใน 100 วัน
เซเลนสกีบอกว่า "ในตอนนี้มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเรา"
"ว่าพวกเราจะสูญเสียศักดิ์ศรีของตัวเองไป หรือเสี่ยงที่จะสูญเสียพันธมิตรที่สำคัญไป" เซเลนสกีกล่าว
เรียบเรียงจาก
Trump’s 28-point Ukraine plan in full: What it means, could it work?, Aljazeera, 24-11-2025
In Geneva and Pokrovsk, Ukraine fights Trump peace plan and Putin’s troops, Aljazeera, 28-11-2025
The US has a fresh plan to end Russia's war in Ukraine. Here's what we know, ABC News, 20-11-2025
Trump says Ukraine peace plan isn't his 'final offer', NBC News, 23-11-2025
