Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สปสช. ลงพื้นที่เมืองกาญจน์ รับฟังเสียงสะท้อน “ร้านยา-คลินิกเอกชน 30 บาทรักษาทุกที่” ดูแลสิทธิบัตรทอง หลังปรับระบบเพิ่มการสแกนใบหน้ายืนยันสิทธิ ความเห็นภาพรวมชี้ ระบบใหม่ไม่มีปัญหา แต่เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบ  และผู้สูงอายุ ต้องเพิ่มขั้นตอนใช้คิวอาร์โคด  “สปสช.”พร้อมรับข้อคิดเห็นไปปรับปรุงแก้ไขทันที

25 มกราคม 2569 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย นพ.พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 5 ราชบุรี ร่วมลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามการให้บริการของหน่วยบริการนวัตกรรม “30 บาทรักษาทุกที่” ณ ร้านยาและคลินิกเอกชน 2 แห่ง ได้แก่ ร้านยาท่าเรือฟาร์มาซี และคลินิกทันตกรรมเมืองกาญจน์ทันตคลินิก ภายหลังการปรับรูปแบบการยืนยันตัวตนผู้รับบริการ โดยเพิ่มการสแกนใบหน้าควบคู่กับการใช้บัตรประชาชน ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา

ภก.จารุวัตร เจนวุฒิพาณิชย์ เภสัชกรและผู้ประกอบการร้านยาท่าเรือฟาร์มาซี เปิดเผยว่า การให้บริการด้วยรูปแบบการยืนยันตัวตนใหม่ขณะนี้ พบว่ายังมีปัญหาทางเทคนิคอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นช่วงแรก แต่ก็สามารถแก้ไขได้ ซึ่งมองว่าเป็นวิธีที่สามารถช่วยป้องกันการสวมสิทธิได้จริง และเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้การบริหารจัดการงบประมาณโครงการ “30 บาทรักษาทุกที่” มีความคุ้มค่าสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ในระบบยังพบที่เป็นอุปสรรคบางประการ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี และผู้สูงอายุบางส่วนที่ไม่สามารถสแกนใบหน้าได้ จำเป็นต้องใช้การยืนยันสิทธิผ่านระบบคิวอาร์โคด รวมถึงอาจมีขั้นตอนเพิ่มเติมจากการจองคิวและลงทะเบียนผ่านสมาร์ตโฟน ซึ่งทางร้านยาได้ให้คำแนะนำแก่ผู้รับบริการอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องจำนวนการเข้ารับบริการในภาพรวมของประเทศ โดยปกติร้านยาที่เป็นหน่วยบริการนวัตกรรมสามารถให้บริการผู้มีสิทธิบัตรทองได้เฉลี่ยวันละ 20–40 คน แต่เมื่อมีการจัดสรรสิทธิในการเข้ารับและมีผู้มารับบริการจำนวนมาก ทำให้เกิดข้อจำกัด โดยบางวันสามารถให้บริการได้เพียง 10 คนเท่านั้น และต้องแนะนำประชาชนไปรับบริการที่หน่วยบริการประจำสิทธิแทน ซึ่งอาจเพิ่มความแออัดในโรงพยาบาล ดังนอยากให้ สปสช. พิจารณาปรับจำนวนโควตาให้เหมาะสมต่อไป

ทพ.ณัฐพนธ์ กีรติปัญญศักดิ์ ทันตแพทย์และผู้ประกอบการคลินิกเมืองกาญจน์ทันตคลินิก กล่าวว่า ภายหลังให้บริการสิทธิบัตรทองในโครงการ “30 บาทรักษาทุกที่” ภายใต้ระบบใหม่ ยังไม่พบปัญหาในการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า แต่ยังพบอุปสรรคด้านระบบการจองสิทธิ โดยเฉพาะกรณีประชาชนที่จองสิทธิล่วงหน้าผ่านไลน์ สปสช. แล้ว แต่เมื่อมาถึงคลินิกไม่สามารถแสดงคิวอาร์โคดให้สแกนได้ ส่งผลให้ไม่สามารถเข้ารับบริการได้ รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดการใช้เทคโนโลยี ทำให้การจองคิวผ่านไลน์เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากเกินไป

ทั้งนี้ อยากให้มีการพิจารณาปรับรูปแบบการจองสิทธิให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เนื่องจากคลินิกทันตกรรมโดยทั่วไปไม่ค่อยรับผู้ป่วยที่เดินเข้ามาโดยไม่จองล่วงหน้า ระบบการจองจึงมีความสำคัญอย่างมาก และจะช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้นหากสามารถใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวในการขอรับบริการ โดยไม่จำเป็นต้องใช้คิวอาร์โคด

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการเข้ารับบริการที่กำหนดให้ใช้สิทธิภายใน 6 ชั่วโมง ซึ่งไม่สอดคล้องกับระบบนัดหมายของคลินิกที่มีการจัดคิวล่วงหน้า ส่งผลให้ไม่สามารถบริหารจัดการคิวผู้ป่วยได้ตามรูปแบบเดิม โดยในระยะต่อไปอาจต้องปรับการจัดบริการให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเข้ารับบริการในช่วงเช้าเพื่อให้ทันก่อนสิทธิหมดเวลา อย่างไรก็ตาม เห็นควรให้ สปสช. พิจารณาขยายระยะเวลาการเข้ารับบริการเป็นภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการบริหารจัดการของหน่วยบริการมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ในส่วนความเห็นของผู้รับบริการ น.ส.เกษร อรุณทอง ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง 30 บาท ที่มารับบริการที่หน่วยนวัตกรรมร้านยาท่าเรือฟาร์มาซี กล่าวว่า ได้มาเข้ารับบริการที่ร้านยาแห่งนี้อยู่เสมอเพราะร้านอยู่ใกล้บ้าน และหลังจากเปลี่ยนระบบใหม่ก็ยังสามารถมาใช้บริการได้ตามปกติดังเดิม และการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าไม่นับว่าเป็นอุปสรรคในการเข้ารับบริการแต่อย่างใด

“อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย การที่สามารถเข้ารับบริการในหน่วยนวัตกรรมร้านขายยาใกล้บ้านได้ ทำให้มีความสะดวกต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น เพราะไม่ต้องเดินทางไปรอคิวที่โรงพยาบาลตั้งแต่ตอนเช้า และไม่ต้องเดินทางไปไกลสามารถเข้ารับบริการที่ร้านขายยาแล้วกลับไปใช้ชีวิตประจำวันต่อได้เลย” น.ส.เกษร กล่าว

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการที่หน่วยนวัตกรรมทั้ง 7 ประเภทได้ตามความจำเป็นด้านสุขภาพ โดยสามารถเข้ารับบริการได้ 2 วิธี คือ 1. เดินเข้าไปรับบริการที่ร้านยาและคลินิกเอกชน 30 บาทรักษาทุกที่ได้ตามปกติ หากทางร้านยาและคลินิกเอกชนตรวจสอบแล้วว่าสามารถให้บริการได้ก็จะได้เข้ารับบริการ หรือ 2. ทำการจองสิทธิเข้ารับบริการร้านยาและคลินิกเอกชน ผ่านช่องทางไลน์ สปสช. และเข้ารับบริการตามที่จองไว้ภายใน 6 ชั่วโมง

ทั้งนี้ 30 บาทรักษาทุกที่ ที่ร้านยาและคลินิกเอกชนนั้น เป็นนวัตกรรมที่เป็นบริการเสริมระบบปกติของประชาชนสิทธิบัตรทองยังมีหน่วยบริการประจำตัวตามสิทธิ ที่สามารถเข้ารับบริการได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง