Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

วันนี้ (16 ก.พ. 69) เครือข่ายนิสิตนักศึกษา ภาคประชาชน และทนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง จากการที่บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้ เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าเป็นการกระทำมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะขัดหลักการลงคะแนนโดยลับตามรัฐธรรมนูญชัดเจน โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระงับการรับรองผลเลือกตั้งไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

นรเศรษฐ์กล่าวว่า หากการทำบาร์โค้ดเช่นนี้เป็นการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย ศาลอาจมีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่ โดยห้ามใช้บัตรเลือกตั้งที่สามารถสืบย้อนไปถึงคนที่มาลงคะแนนเสียง จึงขอให้ศาลดําเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะหากรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว ปัญหาที่ตามมาจะเยียวยาแก้ไขได้ยาก

ส่วนต้นขั้วและบัตรเลือกตั้ง หากศาลมีคำสั่งก็ต้องจัดเก็บอย่างปลอดภัยภายใต้การกํากับดูแล หรือคำสั่งของศาล ป้องกันข้อมูลรั่วไหล

นรเศรษฐ์อธิบายว่าการกระทําของ กกต. ที่ให้มีบัตรลักษณะนี้ ถือเป็นคำสั่งหรือการกระทําทางปกครอง อ้างอิงตามแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครอง หมายเลขแดง 607-608/2549 ว่ากรณีนี้อยู่ในเขตอํานาจของศาลปกครองกลาง เพราะการกําหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่การกระทําทางรัฐธรรมนูญ จึงไม่ได้อยู่ในเขตอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้มายื่นที่ศาลปกครองแทน

เขาเปรียบเทียบการเลือกตั้งโมฆะเมื่อปี 2549 และ 2557 ว่าครั้งนั้นศาลปกครองเคยวินิจฉัยว่า แค่สามารถคาดเดาได้ว่าบุคคลนั้นลงคะแนนเสียงอย่างไร ก็ขัดต่อการลงคะแนนโดยลับแล้ว

และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ชัดเจนว่า เพียงอยู่ในวิสัยที่สามารถรู้ได้ ก็ขัดต่อหลักการลงคะแนนเสียงโดยลับ

ครั้งนี้ ไม่เพียงแค่อยู่ในวิสัยหรือสามารถคาดการณ์ แต่หากสแกนก็รู้ได้แน่ชัด ขัดต่อการลงคะแนนโดยลับชัดเจน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง