ผู้ประท้วงต่อต้านสงครามรวมตัวหลายเมืองทั่วสหรัฐฯ ตั้งแต่วอชิงตัน นิวยอร์ก ถึงลอสแอนเจลิส คัดค้านปฏิบัติการทางทหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ ต่ออิหร่าน - ขณะที่การชุมนุมต่อต้านสหรัฐฯ ลุกลามในปากีสถานและอิรัก ท่ามกลางการปะทะและการปิดล้อมสถานทูต - ด้าน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เตือนพลเมืองทั่วโลกเพิ่มความระมัดระวังและติดตามคำแนะนำด้านความปลอดภัย หลังสถานการณ์เสี่ยงบานปลายและกระทบการเดินทางในหลายภูมิภาค
1 มีนาคม 2026 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตั้งแต่วันเสาร์ (28 ก.พ.) ผู้ประท้วงต่อต้านสงครามรวมตัวกันทั่วสหรัฐฯ ทั้งหน้าทำเนียบขาวและที่ไทม์สแควร์ในนิวยอร์ก เพื่อคัดค้านการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่าน
กลุ่มพันธมิตรฝ่ายซ้ายหลายองค์กร ได้แก่ ANSWER Coalition, National Iranian American Council, 50501, American Muslims for Palestine, the People's Forum, Palestinian Youth Movement, CodePink, Black Alliance for Peace และ Democratic Socialists of America ร่วมกันจัดการประท้วงในเมืองใหญ่ทั่วสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ ทั้งในแอตแลนตา บอสตัน ชิคาโก และลอสแอนเจลิส
นอกจากนี้ยังมีแผนจัดชุมนุมเพิ่มเติมในวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) ที่เมืองเล็กกว่า เช่น ออลบานี เอลเลนสเบิร์ก แชตทานูกา เดคอราห์ เกนส์วิลล์ และสปริงฟิลด์ ตามรายงานของ The Guardian
ผู้จัดการประท้วงออกแถลงการณ์ประณาม "การโจมตีอิหร่านอย่างไม่มีเหตุผลและผิดกฎหมายของทรัมป์" ว่าเป็นการก่อสงครามที่อาจนำไปสู่ "ความตายและความหายนะ" มหาศาล พร้อมเรียกร้องให้คนอเมริกันออกมาบนท้องถนนเพื่อต่อต้านการยกระดับทางทหาร
สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (ACLU) ร่วมกับสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตจำนวนมาก เรียกร้องให้สภาคองเกรสหยุดยั้งสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าปฏิบัติการทางทหารที่ขัดรัฐธรรมนูญของทรัมป์ต่ออิหร่าน โดยย้ำว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้การใช้กำลังทหารต้องได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อน
ตั้งแต่เช้าวันเสาร์ อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศหลายเมืองในอิหร่าน สังหารผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงจำนวนมาก อิสราเอลระบุว่าปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อกำจัด "ภัยคุกคามต่อการอยู่รอด" ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ "ปฏิบัติการรบขนาดใหญ่" ต่อ "ระบอบ" อิหร่าน
อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโดรนและขีปนาวุธใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค จนหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียต้องปิดน่านฟ้า
ทางการอิหร่านประกาศจะแก้แค้นหลังยืนยันการเสียชีวิตของคาเมเนอี พร้อมประกาศไว้อาลัย 40 วัน และแต่งตั้งสภาชั่วคราวมาทำหน้าที่จนกว่าจะเลือกผู้นำคนใหม่
ปากีสถาน-อิรักประท้วงสหรัฐฯ ที่ถล่มอิหร่าน
ปากีสถานและอิรัก ซึ่งมีประชากรชาวมุสลิมชีอะห์จำนวนมาก ผู้คนต่างออกมารวมตัวชุมนุมประท้วงสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ต่อการเสียชีวิตของคาเมเนอี
โดยที่นครการาจีของปากีสถาน เกิดเหตุปะทะอย่างดุเดือดระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้ประท้วงที่พยายามบุกฝ่ากำแพงชั้นนอกของสถานกงสุลสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ราย บาดเจ็บ 32 คนจากการปะทะดังกล่าว เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงโกรธแค้นต่อการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
ขณะที่สถานการณ์ในอิรัก กลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนอิหร่านจำนวนมหาศาลได้รวมตัวกันปิดล้อมทางเข้าเขตกรีนโซนในกรุงแบกแดด ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตสหรัฐฯ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิรักต้องยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่เพื่อสลายการชุมนุม และกระจายกำลังดูแลพื้นที่โดยรอบสถานทูตเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ประท้วงฝ่าแนวกั้นเข้าไป
ทั้งนี้ ปากีสถานและอิรักถือเป็นประเทศที่มีประชากรชาวมุสลิมชีอะห์มากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ รองจากอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลว่าเหตุประท้วงอาจลุกลามกลายเป็นการโจมตีเป้าหมายของตะวันตกในวงกว้าง
สถานทูตสหรัฐอเมริกา ออกคำเตือนชาวอเมริกันทั่วโลกเพิ่มความระมัดระวังปฏิติตามคำแจ้งเตือนของสถานทูตฯหรือสถานกงสุล
หลังจากการเปิดตัวปฏิบัติการรบสหรัฐอเมริกาในอิหร่าน ชาวอเมริกันทั่วโลกและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลางควรปฏิบัติตามคําแนะนําในการแจ้งเตือนความปลอดภัยล่าสุดที่ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาที่ใกล้ที่สุด พวกเขาอาจประสบการหยุดชะงักในการเดินทางเนื่องจากการปิดพื้นที่น่านฟ้าเป็นระยะ ๆ
กระทรวงการต่างประเทศแนะนําให้ชาวอเมริกันทั่วโลกใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้น ลงทะเบียนที่ step.state.gov เพื่อรับการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยล่าสุดและติดตามช่อง “กระทรวงรัฐสหรัฐอเมริกา - การอัปเดตความมั่นคงสําหรับพลเมืองสหรัฐอเมริกา” บน WhatsApp
เมื่อวางแผนการเดินทาง อ่านอย่างระมัดระวัง Travel Advisory ข้อมูลประเทศ และการแจ้งเตือนล่าสุดที่ https://travel.state.gov/en/international-travel.html
ที่มาเรียบเรียงจาก: A News | สำนักข่าวไทย | NBT Connext
