รายงานสืบสวนของสื่อออสเตรเลียพบว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกิดเหตุเยาวชน LGBTQ+ ถูกล่อลวงผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ก่อนถูกรุมทำร้ายและถ่ายคลิปเผยแพร่ โดยผู้ก่อเหตุบางส่วนมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแนวคิดหัวรุนแรงที่ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มไอซิส ขณะที่การสืบสวนยังชี้ความเกี่ยวพันกับเครือข่ายเดียวกับผู้ก่อเหตุกราดยิงใกล้หาดบอนไดเมื่อปลายปี 2025 ท่ามกลางข้อกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อชาว LGBTQ+ ในหลายรัฐของออสเตรเลีย
มีกรณีของ นาธาน (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ถูกทำร้ายร่างกายโดยวัยรุ่นอายุ 17 ปีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิส (IS) โดยที่วัยรุ่น 17 ปีผู้ก่อเหตุได้ถ่ายวิดีโอเหตุการณ์ที่เขากระทืบใส่หัวของ นาธาน ซ้ำๆ จากนั้นก็นำวิดีโอความยาว 40 วินาทีนี้ไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ตอนที่เขาก่อเหตุก็มีการตะโกนซ้ำๆ ตามไปด้วยว่า "แกอยากเป็นเกย์เหรอ"
นาธาน ถูกปล่อยให้บาดเจ็บอยู่ที่ทางลอดใต้สะพาน เขาจมูกหัก บาดเจ็บที่เบ้าตา มีรอยฉีกลึกที่ใบหน้า และผนังกั้นจมูกเบี้ยวจนส่งผลกระทบต่อการหายใจของเขา
ในเอกสารของศาลระบุว่า วัยรุ่นอายุ 17 ปี ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะเคยก่อเหตุทุบตีทำร้ายเกย์มาแล้วหลายครั้ง แต่เขาก็แค่ถูกพิพากษาภาคทัณฑ์ 9 เดือน หลังยอมรับว่ามีความผิดฐาน "ลักทรัพย์ในเหตุฉกรรจ์"
นาธานบอกว่า "ไม่น่าเชื่อว่าเขา(ผู้ก่อเหตุ)จะถูกปล่อยเป็นอิสระ"
อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นกับ เจมส์ อายุ 16 ปี เขากรีดร้องในขณะที่มีกลุ่มวัยรุ่นสวมเสื้อฮู้ดสีดำลากเขาไปกับพื้นแล้วก็กระทืบใส่เขาที่หัว โดยมีการถ่ายวิดีโอบันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่สวนสาธารณะสตราท์ฟิลด์ในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย
มีวิดีโออีกชุดหนึ่งที่มีกลุ่มแก็งรุมชกวัยรุ่นอายุ 16 ปี ในห้องน้ำพร้อมด่าทอเขาด้วยคำเหยียดชาว LGBTQ+ และด่าว่าเป็น "พวกไม่ศรัทธาในพระเจ้า" มีเลือดไหลจากใบหน้าของเหยื่อที่กำลังร้องขอให้หยุด บอกว่าจะให้เขาทำอะไรก็ได้
อีกคลิปวิดีโอหนึ่งแสดงให้เห็นเด็กชายพยายามใช้มือปกป้องใบหน้าของตัวเอง ตอนที่เขากำลังถูกรุมกระทืบ พร้อมกับมีคำด่าเหยียดเกย์จากผู้ก่อเหตุ และมีคนหนึ่งตะโกนคำว่า "ดอว์ลาตูล อิสลาม" ซึ่งเป็นชื่อภาษาอาหรับของกลุ่มไอซิส มีผู้ก่อเหตุอีกรายหนึ่งตะโกนว่าจะยิงเหยื่อ มีเสียงร้องตะโกนจากเหยื่อก่อนที่วิดีโอจะตัดไป
ภาพวิดีโอเหล่านี้ถูกนำมาฉายในศาลนครซิดนีย์ หรือไม่ก็ปรากฏตามกลุ่มแช็ต สื่อเอบีซีได้นำคลิปเหล่านี้มาเพื่อการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับกระแสความรุนแรงต่อเยาวชนชาวเกย์และไบเซ็กชวลในซิดนีย์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีข้อสังเกตว่า เหตุการณ์เหล่านี้เกี่ยวโยงกับการปรากฏให้เห็นอีกครั้งของเครือข่ายก่อการร้ายไอซิสในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะเกิดเหตุน่าสลดคือการโจมตีที่ชายหาดบอนได
เหตุโจมตีที่ชายหาดบอนได
เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2025 โดยสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายที่ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มไอซิสสองราย ชื่อ ซายิด อัคราม กับลูกชายของเขา นาวีด อัคราม ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้คนที่สวนสาธารณะอาร์เชอร์ใกล้กับหาดบอนได ซึ่งในตอนนั้นกำลังมีการเฉลิมฉลองวันฮานุกกะห์ที่มีชาวยิวเข้าร่วมราว 1,000 ราย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม 15 ราย หนึ่งในนี้เห็นเด็กผู้หญิงวัย 10 ขวบรวมอยู่ด้วย โดยที่ในเวลาต่อมากลุ่มไอซิสออกมาอ้างว่ามีส่วนในการก่อเหตุครั้งนี้
จากการสืบสวนสอบสวนเป็นเวลา 2 ปีของสื่อเอบีซีเกี่ยวกับเรื่องการกลับมาของกลุ่มไอซิส ทำให้ทราบในเรื่องที่ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุโจมตีหาดบอนไดสองพ่อลูกนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายก่อการร้ายกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายชาว LGBTQ+ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังสืบพบอีกว่าวัยรุ่นหลายรายที่ก่อเหตุในคดีเหล่านี้ เคยไปรวมกลุ่มกันที่หอสวดของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงชื่อ ศูนย์ อัล มาดินะห์ ดาวาห์ ด้วย
มีหลักฐานจากตำรวจระบุถึงความเชื่อมโยงกันของสมาชิกกลุ่ม อัล มาดินะห์ ดาวาห์ กับสองผู้มีอิทธิพลที่สนับสนุนไอซิส คือ ผู้นำทางจิตวิญญาณ วิซัม ฮัดดาด และผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นคนคอยเกณฑ์วัยรุ่นหัวรุนแรงชื่อ วาสซิม ฟายาด
รายงานการสืบสวนของสื่อระบุว่า กระแสการโจมตีชาว LGBTQ+ ในออสเตรเลียที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2023 โดยมีการใช้แอพพลิเคชันหาคู่ และมีการใช้กล้องถ่ายวิดีโอการก่อเหตุเอาไว้ โดยมีผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเยาวชนที่ถูกกล่อมเกลาให้กลายเป็นพวกหัวรุนแรง ซึ่งผู้ที่กล่อมเกลาพวกเขาเป็นผู้มีอิทธิพลจากหลายแหล่ง ทั้งผู้สนับสนุนสงครามความรุนแรงทางศาสนา และกลุ่มขวาจัด
มีสถิติระบุว่านับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ในนิวเซาท์เวลส์ และวิกเตอเรีย มีการดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาก่อเหตุรุนแรงต่อชาว LGBTQ+ ด้วยวิธีการล่อลวงด้วยแอพหาคู่แล้วอย่างน้อย 64 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานกรณีรุนแรงคล้ายๆ กันเกิดขึ้นกับเขตเมืองหลวงของออสเตรเลีย, ควีนส์แลนด์ และ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย แต่ตำรวจก็บอกว่ายังมีเหตุอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับรายงาน
สาเหตุที่หลายกรณีไม่ได้รับรายงานนั้นเป็นเพราะว่า เหยื่อหลายรายไม่ได้แจ้งความเพราะตัวพวกเขาเองก็ยังคงปกปิดตัวตนเรื่องที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศอยู่ หรือไม่มาจากชุมชนที่การเปิดเผยตัวตนนั้นเป็นเรื่องไม่ปลอดภัย ทำให้อาชญากรรมต่อพวกเขาไม่ได้ถูกบันทึกในสถิติของทางการ
ทางสภาวิกเตอเรียได้ทำการประกาศว่าจะสืบสวนเรื่องเกี่ยวกับการใช้แอพหาคู่ Grindr เป็นเครื่องมือในการล่อลวงชาว LGBTQ+ ออกมาโจมตี อีกทั้งยังมีการเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมจากความเกลียดชังต่ออัตลักษณ์หรือ เฮทไครม ที่เป็นเรื่องระดับประเทศ รวมถึงยังเรียกร้องให้มีมาตรการคุ้มกันความปลอดภัยในงานอีเวนต์อย่างงาน มาร์ดิ กราส ของซิดนีย์ ด้วย
โจซ รูส นักวิจัยเรื่องแนวคิดหัวรุนแรงจากมหาวิทยาลัยเดียคินกล่าวว่า ชาวออสเตรเลียเสี่ยงที่จะพบเจอเหตุการณ์การถูกโจมตีแบบนี้มากขึ้น โดยเฉพาะกับชาว LGBTQ+ ที่ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มหัวรุนแรง
เรียบเรียงจาก
Gay and bisexual Sydney teenagers lured and bashed on camera in IS-inspired attacks, ABC, 25-02-2026
Suspected serial offender linked to Islamic State walks free over filmed Sydney gay bashing, RNZ, 26-02-2026
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/2025_Bondi_Beach_shooting
