เครือข่ายแรงงานรวมตัวจัดกิจกรรมวันสตรีสากล
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ร่วมกับ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) พร้อมเครือข่ายแรงงานประมาณ 300 คน จัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล โดยเตรียมรวมตัวเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล
เวลา 08.00 น. มีรถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียงยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียนนครปฐม และรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ทะเบียนพัทลุง เข้ามาในพื้นที่เพื่อเปิดเพลง และอำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรม ขณะที่มวลชนจากองค์กรแรงงานต่างๆ ทยอยเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาตัวแทนผู้จัดกิจกรรมประกาศเตรียมตั้งขบวนเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล พร้อมระบุว่า เมื่อขบวนเดินทางถึงบริเวณหน้า United Nations (UN) ในกรุงเทพฯ กลุ่มผู้ชุมนุมจะจัดกิจกรรมไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สงครามระหว่าง อิหร่าน และสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 20 นาที โดยจะให้แต่ละองค์กรส่งตัวแทนองค์กรละ 2 คน ร่วมวางดอกไม้เพื่อแสดงความอาลัย
เวลา 08.40 น. ทางพิธีกรบนเวทีได้ประกาศรายชื่อสหภาพแรงงานและองค์กรที่เข้าร่วมการเคลื่อนขบวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจและเครือข่ายแรงงาน อาทิ สหภาพแรงงานการท่า การประปา การไฟฟ้า การยาง คลังสินค้า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) การเคหะแห่งชาติ การกีฬา รถไฟฟ้า รถไฟแห่งประเทศไทย องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไปรษณีย์ไทย รวมถึงสหภาพแรงงานข้ามชาติ
จากนั้นตัวแทนผู้จัดงานได้ขึ้นกล่าวเปิดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล ขณะที่บรรยากาศล่าสุด กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงอยู่ระหว่างการกล่าวเปิดกิจกรรมก่อนเริ่มจัดขบวนเคลื่อนตัวไปยังทำเนียบรัฐบาล
แรงงานออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทอดตลาดทรัพย์สินนายจ้างค้างจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ให้ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นกลไกสำคัญในการช่วยคุ้มครองสิทธิลูกจ้าง
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้ออก ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2569 เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการให้มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น
ระเบียบดังกล่าวได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 และกำหนดให้มีผลใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศ
ระเบียบฉบับใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามเงินจากผู้ที่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แต่ไม่นำส่ง นำส่งไม่ครบ หรือค้างชำระ รวมถึงกรณีที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้จ่ายเงินช่วยเหลือลูกจ้างไปก่อน แล้วต้องใช้สิทธิไล่เบี้ยคืนจากนายจ้างหรือผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน
รองโฆษกฯ กล่าวว่า สาระสำคัญของระเบียบฉบับนี้ คือการกำหนดขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายให้ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่การส่งคำเตือน การตรวจสอบทรัพย์สิน การออกคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ การขายทอดตลาด และการนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ให้แก่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
ในส่วนของการตรวจสอบทรัพย์สิน ระเบียบใหม่นี้เปิดทางให้พนักงานตรวจแรงงานสามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการเงิน กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานของรัฐอื่นที่มีข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน เพื่อใช้ประกอบการติดตามและบังคับชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามารถถูกยึดหรืออายัดได้อย่างชัดเจน ทั้งสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ สิทธิเรียกร้อง หุ้น หลักทรัพย์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิการเช่า หรือสิทธิอื่นที่มีมูลค่า รวมถึงกำหนดวิธีดำเนินการในกรณีทรัพย์สินอยู่ต่างพื้นที่ ทรัพย์สินมีเจ้าของร่วม หรือมีผู้คัดค้านการยึดและอายัดไว้ด้วย
รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ระเบียบฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับความเป็นธรรม โดยเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียหรือบุคคลภายนอกที่อ้างสิทธิในทรัพย์สิน สามารถยื่นคำร้องคัดค้านได้ตามขั้นตอน และหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ควรยึดหรืออายัดทรัพย์ดังกล่าว ก็สามารถมีคำสั่งถอนการยึดหรืออายัดได้
สำหรับการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ได้กำหนดแนวทางไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องการประกาศขาย ระยะเวลา สถานที่ เงื่อนไขการวางเงินมัดจำ การชำระเงิน และการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มครองประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
“ระเบียบฉบับใหม่นี้จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีความชัดเจน รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นอีกกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างและสร้างหลักประกันให้ลูกจ้างได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม” นางสาวลลิดา กล่าว
ไรเดอร์เชียงใหม่รวมตัว สภ.เมืองเชียงใหม่ ไม่พอใจเหตุไรเดอร์ถูกทำร้าย
ไรเดอร์จำนวนมากรวมตัวกันแน่นหน้า สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังทราบข่าวว่า 2 ชายหนุ่มผู้ก่อเหตุทำร้ายไรเดอร์บริเวณแยกแม่เหียะ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 มี.ค. บริเวณแยกแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคลิปเหตุการณ์เผยแพร่ในโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นชายหนุ่ม 2 คนทำร้ายร่างกายไรเดอร์จนได้รับบาดเจ็บ สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ล่าสุดมีรายงานว่า ชายทั้งสองคนได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยมาพร้อมทนายความ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน หน้าโรงพักมีไรเดอร์จากหลายพื้นที่ เดินทางมารวมตัวกันจำนวนมาก เพื่อรอติดตามสถานการณ์และรอดูหน้าผู้ก่อเหตุ ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา รวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบคลิปเหตุการณ์อย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ที่มา: วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่, 7/3/2569
อนุ กมธ.ด้านการประกันสังคม วุฒิสภา เห็นชอบโมเดล "กระจายธรรม" ปฏิรูปการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม
การประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน วุฒิสภา ที่มีนายชินโชติ แสงสังข์ ประธานอนุ กมธ.เป็นประธานในการประชุม ได้พิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับข้อเสนอแนวคิด "กระจายธรรม" หรือ JUSTICE DISTRIBUTION MODEL (JDM) ของพันตำรวจโทหญิง ฐิชาลักษณ์ ณรงค์วิทย์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ
สำหรับแนวคิดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงระบบการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมให้มีความทั่วถึง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาใช้งบประมาณสูงและยังมีส่วนที่ต้องพัฒนา โดยรูปแบบดังกล่าวมุ่งกระจายหน่วยเลือกตั้งให้ครอบคลุมทุกจังหวัด เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนทุกรายมีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีเงื่อนไขบางประการ เพื่อป้องกันการจัดตั้งและรักษาธรรมาภิบาลในกระบวนการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ แนวคิด JDM ยังมุ่งแก้ไขและพัฒนากระบวนการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิ พร้อมลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความยุติธรรมในการได้ตัวแทน และคาดว่าจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนและนายจ้าง สร้างความเชื่อมั่นในระบบประกันสังคม และพัฒนากระบวนการคัดเลือกกรรมการให้สะท้อนความหลากหลายของทุกภูมิภาคอย่างแท้จริง รวมทั้งให้ความเห็นชอบกับการกำหนดชื่อของรูปแบบการเลือกตั้งตามที่ได้เสนอ
ภายหลังการพิจารณาที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะทำงานนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการจัดทำร่างรายงานการพิจารณาศึกษาต่อไป
ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 7/3/2569
รมว.แรงงาน ยันประสานคนไทยใน ตอ.กลาง พร้อมอำนวยความสะดวกหากต้องการกลับไทย
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงแรงงานและนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย ซึ่งได้ร่วมประชุมกับกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของกระทรวงแรงงานได้ประสานกับคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ เราก็พร้อมที่จะดำเนินการ และมีบางส่วนทยอยกลับมาแล้ว
สำหรับแรงงานไทยที่อยู่ในอิสราเอล ที่ประสงค์จะเดินทางกลับมีไม่ถึง 100 คน ส่วนอิหร่าน นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและอยากให้แรงงานไทยเดินทางกลับมาทั้งหมด เพราะเป็นประเทศในกลุ่มเป้าหมายโจมตี ทั้งนี้ ภาพรวมของแรงงานไทยในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่ประสงค์กลับมีไม่มากนัก ไม่ถึง 200 คน
ขณะที่แรงงานไทยในเลบานอน คูเวต รวมถึงประเทศที่ถูกขยายวงสู้รบ ได้เตรียมความพร้อมอย่างไร น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า กระทรวงแรงงานดำเนินการ 2 ส่วน คือ ทูตแรงงานที่อยู่ในต่างประเทศ จะทำหน้าที่ประสานกับคนไทยว่ามีใครประสงค์จะเดินทางกลับ พร้อมดูแลเรื่องสถานที่ปลอดภัย โดยแรงงานไทยที่เดินทางไปส่วนใหญ่จะทำงานในภาคการเกษตรและก่อสร้าง ซึ่งตามข้อมูลสถานการณ์ ส่วนที่ถูกพุ่งเป้าจะเป็นด้านการทหาร ทำให้ตัวเลขของคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับยังไม่มาก ส่วนใหญ่แรงงานไทยจะอยู่ที่อิสราเอล พร้อมย้ำว่าหากแสดงความจำนงมาก็พร้อมที่จะประสานให้คนไทยได้เดินทางกลับ อย่างวันนี้ (7 มี.ค.) และวันที่ 10 มีนาคม ก็มีคนไทยที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศ
ส่วนการดูแลแรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศจะดำเนินการอย่างไร น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า เบื้องต้นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะช่วยเรื่องการเพิ่มทักษะแรงงานในระหว่างรอเดินทางกลับไปทำงานในตะวันออกกลาง หรือบางท่านมีความประสงค์ที่ต้องการจะทำงานในไทย จะให้กรมการจัดหางานจับคู่ภาคอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจที่แรงงานมีความต้องการ แต่ขณะนี้ยังไม่มีแรงงานคนใดแจ้งความประสงค์นี้มา ในส่วนของประเทศไทยได้มอบหมายให้ 5 เสือแรงงาน ประสานครอบครัวคนไทยที่อยู่ในตะวันออกกลาง เพื่อให้เกิดความสบายใจและคลายความกังวลว่ารัฐบาลมีการประสานงานอยู่ตลอด
เผยผลประชาพิจารณ์แก้ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ส่วนใหญ่ 90% ไม่เห็นด้วย
ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบเลือกตั้งผู้แทนในคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ดประกันสังคม ที่ปิดรับฟังความเห็นไปเมื่อวันที่ 14 ก.ฑ. ว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้รวบรวมความคิดเห็นจากการทำประชาพิจารณ์ในภาพรวมแล้ว โดยพบว่าในหลายประเด็นสำคัญมีผู้แสดงความคิดเห็น “ไม่เห็นด้วย” เป็นสัดส่วนค่อนข้างสูง
ตั้งแต่ในประเด็นที่ 1 เรื่อง หลักการ “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” (One person one vote) ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเลือกผู้แทนได้เพียง 1 คน ผลการแสดงความคิดเห็นเบื้องต้นพบว่า มีผู้ไม่เห็นด้วยมากกว่า 90% อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังถือเป็นเพียงข้อมูลในภาพรวม เนื่องจากรายละเอียดต้องพิจารณาเหตุผลของความคิดเห็นประกอบด้วย
ประเด็นที่ 2 เรื่อง สัดส่วนตัวแทนผู้ประกันตนแต่ละมาตรา ได้แก่ มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ว่าควรมีจำนวนผู้แทนในคณะกรรมการประกันสังคมเท่าใด ซึ่งผลการรับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่ก็อยู่ในลักษณะ ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนประมาณ 90% เช่นกัน
ประเด็นเรื่องที่ 3 คุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง เช่น ความโปร่งใส ความเป็นการทางการเมือง ความเชี่ยวชาญ เรื่องนี้มีทั้งความเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และไม่แสดงความคิดเห็น
ประเด็นที่ 4 เงื่อนไขการส่งเงินสมทบเพื่อให้มีสิทธิเลือกตั้ง ว่าผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบจำนวนเท่าใดจึงจะสามารถใช้สิทธิลงคะแนนได้ พบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยประมาณกว่า 80%
ประเด็นที่ 5 การเปิดให้มีผู้สังเกตการณ์ในการเลือกตั้ง ซึ่งความคิดเห็นส่วนใหญ่ก็อยู่ในทิศทางไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน
น.ส.กาญจนา กล่าวต่อว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการสรุปในเชิงสถิติจากแบบสอบถามที่มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นมากกว่าล้านครั้ง แต่กระบวนการประเมินผลตามหลักการทางกฎหมายจะต้องวิเคราะห์เหตุผลในเชิงลึกด้วย
“ผลที่ออกมาในภาพรวมเป็นเพียงตัวเลขว่ามีผู้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ในกระบวนการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางกฎหมาย เราต้องดูเหตุผลประกอบด้วยว่าทำไมถึงเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย เพราะความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาจะมีรายละเอียดและเหตุผล ซึ่งต้องนำมาวิเคราะห์ก่อนสรุปแนวทางดำเนินการต่อไป” น.ส.กาญจนา กล่าว
เมื่อถามว่า จากผลประชาพิจารณ์ในภาพรวมถือได้หรือไม่ว่าความเห็นส่วนใหญ่ “ไม่เห็นด้วย” กับแนวทางที่เสนอ น.ส.กาญจนา กล่าวว่า หากพิจารณาจากตัวเลขร้อยละก็ถือว่าเป็นเช่นนั้น แต่การสรุปผลอย่างเป็นทางการต้องพิจารณาเหตุผลประกอบด้วย ไม่สามารถดูเพียงตัวเลขสถิติได้
“การประเมินผลตามกฎหมายไม่ได้ดูแค่ว่าคนตอบเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ต้องดูเหตุผลประกอบว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเพราะอะไร แล้วนำมาวิเคราะห์ประกอบกับคำถามแต่ละข้อ ก่อนจะสรุปเป็นข้อเสนอ” น.ส.กาญจนา กล่าว
เมื่อถามถึงกระบวนการวิเคราะห์ความคิดเห็นในคำถามปลายเปิดที่ให้ผู้ตอบแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ความคิดเห็นลักษณะดังกล่าวจะเป็นการเขียนอธิบายเหตุผล ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องรวบรวมและจำแนกเนื้อหา เช่น ความเห็นที่มีเหตุผลคล้ายกันหรือมีประเด็นตรงกัน จากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์ภาพรวมของแต่ละประเด็นคำถาม
น.ส.กาญจนา กล่าวต่อว่า หลังจากสรุปและวิเคราะห์ความคิดเห็นทั้งหมดแล้ว จะเสนอผลเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่จัดทำระเบียบก่อน จากนั้นจึงเสนอให้บอร์ดประกันสังคมพิจารณา ซึ่งคาดว่าการประชุมบอร์ดประกันสังคมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นประมาณช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้ หรือราววันที่ 24 มี.ค. หากไม่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า จากแนวโน้มผลประชาพิจารณ์ที่ออกมา จะสามารถกลับไปใช้ระเบียบเดิมเพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นตามไทม์ไลน์เดิมได้หรือไม่ น.ส.กาญจนา กล่าวว่า กระบวนการตามกฎหมายยังต้องดำเนินการตามขั้นตอน โดยต้องนำผลการประชาพิจารณ์เข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการก่อน เพื่อเปรียบเทียบระหว่างร่างเดิมกับร่างที่เสนอใหม่
“ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้ร่างเดิมหรือร่างใหม่ เพราะต้องดูผลวิเคราะห์ความคิดเห็นทั้งหมดก่อน แล้วเสนอให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง”
น.ส.กาญจนา กล่าวอีกว่า แม้จะพยายามเร่งรัดกระบวนการให้เร็วที่สุด แต่การจัดการเลือกตั้งลักษณะนี้มีขั้นตอนจำนวนมาก ทั้งเรื่องงบประมาณ การจัดการระบบเลือกตั้ง และการดำเนินการตามกฎหมาย จึงอาจไม่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วตามที่ทุกฝ่ายต้องการ
เมื่อถามว่า ผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถติดตามผลการพิจารณาได้จากช่องทางใด น.ส.กาญจนา กล่าวว่า หลังจากสรุปผลอย่างเป็นทางการแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์และช่องทางสื่อสารของสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามได้
สธ.พร้อมดูแลคนไทยจากตะวันออกกลาง คัดกรองสุขภาพตั้งแต่สนามบินถึงภูมิลำเนา ย้ำยา–เวชภัณฑ์ยังไม่กระทบ
กระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข รองรับคนไทยที่อาจเดินทางกลับจากสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง โดยจัดระบบดูแลสุขภาพตั้งแต่สนามบินจนถึงภูมิลำเนา พร้อมยืนยันขณะนี้ยาและเวชภัณฑ์จำเป็นยังไม่มีผลกระทบ
โดยรัฐบาลได้ตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ตะวันออกกลาง” (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่กว่า 100,000 คน โดยอยู่ในอิสราเอลกว่า 65,000 คน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กว่า 20,000 คน ซึ่งมีบางส่วนแจ้งความประสงค์เดินทางกลับผ่านกระทรวงการต่างประเทศแล้ว
กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมระบบดูแลสุขภาพล่วงหน้า โดยประสานสถานทูตให้บริการ Telemedicine ผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เพื่อให้คนไทยในต่างประเทศปรึกษาแพทย์ทางไกล และเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ระบบเพื่อดูแลต่อเนื่องเมื่อกลับถึงไทย พร้อมเปิดสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ได้จัดจุดคัดกรองสุขภาพในสนามบิน 5 แห่ง ได้แก่ สนามบินกองทัพอากาศ (บน.6) ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา และหาดใหญ่ เพื่อตรวจคัดกรองโรคติดต่อสำคัญ เช่น เมอร์ส และไข้เวสไนล์ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ และสุขภาพจิต โดยมีโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต และโรงพยาบาลในพื้นที่รองรับการส่งต่อรักษา
ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลตามภูมิลำเนาจะติดตามดูแลต่อเนื่อง ขณะที่เรื่องยาและเวชภัณฑ์จำเป็น ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และองค์การเภสัชกรรม ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เผย สพฐ.เตรียมเสนอนำประสบการณ์ครูอัตราจ้างช่วยคะแนนสอบ ภาค ก.
นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า การสอบบรรจุแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการครูสังกัดสพฐ.ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในส่วนของการสอบครูผู้ช่วยว16 เนื่องจากการสอบทั้งสองกรณีจะต้องสอบภาค ก ด้านความรู้ทั่วไป ซึ่งจะต้องมีคะแนนสอบผ่านถึง 60% ส่วนภาค ข เป็นการสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง และภาค ค เป็นการสอบสัมภาษณ์เพื่อประเมินประวัติส่วนตัว ประสบการณ์ ความสามารถพิเศษ พร้อมแฟ้มผลงาน ดังนั้นหากเราต้องการบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์จำเป็นจะต้องปลดล็อคเกณฑ์คะแนนสอบ โดยลดคะแนนสอบภาค ก ให้ผ่านเกณฑ์เพียง 50% และที่เหลือเป็นการนำคะแนนสอบจากทั้งภาค ข และ ค มารวมกันเป็นเกณฑ์คะแนนการสอบผ่าน 60% ได้หรือไม่ เพื่อที่เราจะได้บุคลากรที่มีความรู้ มีประสบการณ์ มีคุณธรรมควบคู่ไปด้วย ซึ่งประเด็นดังกล่าวเหล่านี้ตนได้เสนอสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้พิจารณาแล้ว และก.ค.ศ.พร้อมทบทวนข้อเสนอของสพฐ.โดยจะนำหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกนี้เข้าสู่การประชุมบอร์ด ก.ค.ศ.ต่อไป
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานสอบแล้ว เด็ก 10 ขวบช่วยน้าขายข้าวไม่ใช่จ้างแรงงานเด็ก
เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงกรณีที่ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการกล่าวหาว่า มีการใช้แรงงานเด็กอายุ 10 ขวบ ในสถานประกอบกิจการแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี ว่ากรณีดังกล่าวกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอุดรธานี (สสค.อุดรธานี) ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา
ซึ่งทันทีที่ได้รับทราบเรื่อง พนักงานตรวจแรงงาน สสค.อุดรธานี ได้ลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที รวมทั้งเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง และได้สอบถามข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน โดยยึดหลักการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กเป็นสำคัญ
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า กรณีดังกล่าวไม่มีนิติสัมพันธ์ในลักษณะนายจ้าง–ลูกจ้าง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แต่อย่างใดจึงไม่เข้าข่ายการจ้างแรงงานเด็กตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี และอาจกระทบต่อสวัสดิภาพและการเจริญเติบโตของเด็ก
นอกจากนี้ สสค.อุดรธานีได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ พร้อมทั้งกำชับให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า พนักงานตรวจแรงงานได้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีการข่มขู่ คุกคาม หรือดำเนินการใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ประกอบกิจการ พร้อมยืนยันว่า กรมฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก ซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังในบริบทสถานการณ์การค้ามนุษย์ในระดับสากล และขอยืนยันว่า จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองแรงงานและสวัสดิภาพของเด็ก ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการป้องกันมิให้เกิดการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบต่อไป
เตรียมอพยพแรงงานไทยกลับจากอิหร่าน 7-10 มี.ค.นี้
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แถลงภายหลังการประชุมศูนย์ช่วยเหลือประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ว่า ตั้งแต่ช่วงแรกของเหตุการณ์ กระทรวงแรงงานได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์และประสานงานอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดแนวทางรับมือไว้ 4 ระดับ คือ สถานะคงที่, สถานะมีเหตุสู้รบขยายเป็นวงกว้างและมีความถี่ของการรบ, สถานะยืดเยื้อ และสถานะวิกฤต
ปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในสถานะคงที่ ได้มีการพูดคุยกับทูตแรงงานแล้ว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ในขณะนี้มีคนไทยในพื้นที่เสี่ยงมีความประสงค์ขอเดินทางกลับแล้ว ส่วนมากจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศอิหร่าน จำนวน 300 คน เป็นแรงงาน 50 คน ขอเดินทางกลับทั้งหมด ขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูลที่แน่ชัด และประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียน วันที่ 5 มีนาคม กลุ่มแรก จะเดินทางกลับ ในวันที่ 7 และ 10 มีนาคม ด้วยรถยนต์สู่ประเทศตุรกี
โดยการเดินทางกลับจะมีอยู่ 2 แบบคือ การเดินแบบภาครัฐสู่ภาครัฐ ในส่วนตรงนี้ต้องมีการดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าค่าใช้จ่ายจะต้องครอบคลุมในส่วนตรงไหนบ้าง การเดินทางผ่านบริษัทจัดหางาน โดยบริษัทฯจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นอกจากนี้ทางกระทรวงแรงงานยังได้มีการบูรณาการกับแรงงานจังหวัดในการสื่อสารให้ครอบครัวของแรงงานทราบถึงสถานการณ์ โดยจะมีแอปพลิเคชันในการติดต่อสื่อสาร รวมไปถึงการดูแลเยียวยาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เยียวยาความรู้สึกของครอบครัวแรงงาน และถ้าแรงงานกลับมาถึงประเทศไทยแล้วทางกรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะเข้ามาดูแลจัดหางานรองรับ รวมถึงพัฒนาทักษะเพิ่มเติม เพื่อให้แรงงานสามารถประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตต่อไปได้
รมว.แรงงาน เผยแรงงานไทยในอิสราเอล-อิหร่าน แจ้งขอกลับประเทศ ยังมีไม่มาก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีแรงงานไทยในอิสราเอลแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยน้อยว่า ขณะนี้มีการแจ้งความประสงค์มาไม่มาก แต่ได้มอบให้ปลัดกระทรวงแรงงาน และทูตที่ประจำอยู่ในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลางคอยติดตามสถานการณ์ ซึ่งแรงงานไทยที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่ที่อิสราเอล แต่ในอิหร่านมีจำนวนไม่มาก มีไม่ถึง 100 คน ขณะนี้กระทรวงแรงงานจึงเร่งให้ทูตแรงงานประสานกับแรงงานไทยที่อยู่ในพื้นที่ไม่ปลอดภัย และประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดูแลแรงงานไทยให้ปลอดภัย
ส่วนสาเหตุที่แรงงานไทยแจ้งความประสงค์เดินทางกลับมีน้อย เพราะเขาไม่อยากกลับมาหรือไม่ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ต้องติดตามอีกครั้ง อย่างในอิหร่านยังขาดการติดต่อกันอยู่ และการสื่อสารยังยากลำบาก แต่วันนี้คงจะทราบแนวทางที่ชัดเจน
สำหรับแรงงานในอิสราเอลให้เหตุผลว่าเหตุใดถึงไม่เดินทางกลับ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า เนื่องจากในบางส่วนของประเทศไม่ได้รับผลกระทบและได้รับผลกระทบเพียงบางจุด แต่อย่างไรก็ตามทางกระทรวงแรงงานก็ยังติดตามสถานการณ์และตั้งศูนย์ประสานตลอด 24 ชั่วโมง
ขนส่งฯ เปิดศูนย์ One Stop Service จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปฯ ครบจบในที่เดียว 2 – 31 มีนาคม 2569
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก เตรียมเปิดศูนย์ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน เร่งดำเนินการจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่ประกาศของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มีนาคม 2569
รองโฆษกฯ กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวจะให้บริการครบวงจรในจุดเดียว ตั้งแต่การลงทะเบียนหรือขอความเห็นชอบ ตรวจสภาพรถ ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน เปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนรถ รับชำระค่าธรรมเนียมและภาษี (ถ้ามี)
• ณ อาคารตรวจสภาพรถ (อาคาร 4) สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (จตุจักร)
• ระหว่างวันที่ 2 – 31 มีนาคม 2569
• เวลา 08.30 – 18.00 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้แจ้งผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันให้นำรถเข้าดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้อง หากมีการรวมกลุ่มสมาชิกเพื่อนำรถมาดำเนินการพร้อมกันจำนวนมาก สามารถแจ้งนัดหมายล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็วในการรับบริการ
พร้อมกันนี้ ได้ซักซ้อมแนวทางกับสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้การจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17) และรถยนต์รับจ้าง (รย.18) เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ
รองโฆษกฯ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ One Stop Service ครั้งนี้ เป็นการเร่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความมั่นใจทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้โดยสาร ก่อนที่ประกาศ Ride Sharing จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
“รัฐบาลย้ำชัดว่า การจัดระเบียบครั้งนี้ไม่ใช่การปิดอาชีพ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานบริการ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นธรรมในระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว
ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, 2/3/2569
