'ภูมิใจไทย - เพื่อไทย' แถลงรับรายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตา 'เพื่อไทย' อุบเผยชื่อแคนดิเดตฯ ขอให้รอวันประชุมสภาฯ นัดแรก พอใจเสียงหนุนตั้งรัฐบาล 13 พรรค จำนวน 291 เสียง เพียงพอขับเคลื่อนประเทศ ด้าน 'จุลพันธ์' เผยส่งชื่อ รมต. หลังเลือกนายกฯ แล้ว
สืบเนื่องจากวันนี้ (12 มี.ค.) เมื่อช่วง 14.15 น. ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ ได้มารอต้อนรับ คณะพรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคฯ ชูศักดิ์ ศิรินิล และสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่เดินทางมายื่นรายชื่อผู้ที่เสนอตัวดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 และคาดว่าจะมีการพูดคุยเรื่องรายชื่อของรัฐมนตรีในสัดส่วนโควตาของพรรคเพื่อไทยให้กับพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ต่อมา เมื่อเวลา 14.46 น. พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ได้มีการแถลงต่อสื่อมวลชนหลังจากหารือกันเสร็จสิ้น อนุทิน ได้กล่าวว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายื่นรายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เพราะหลังจากมีพิธีเปิดประชุมสภาฯ วันที่ 14 มี.ค.นี้ เราคาดว่าจะมีการประชุมสภาฯ นัดแรก ซึ่งวาระในการประชุมครั้งแรกจะมีการเสนอชื่อประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เพื่อให้ที่ประชุมสภาฯ ลงมติรับรอง
อนุทิน กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะนำเสนอชื่อ 3 คน โดยแบ่งเป็นประธานสภาฯ 1 คน และรองประธานสภาฯ 2 คน ซึ่งวันนี้พรรคเพื่อไทยเอารายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 มาให้พรรคภูมิใจไทยแล้ว และก็ได้มีการหารือว่ากำหนดการหลังจากนี้ ทั้งสองพรรคจะต้องทำอะไรต่อไปบ้าง ซึ่งหลังจากโปรดเกล้าฯ ให้มีประธานสภาฯ แล้ว การประชุมสภาฯ นัดที่ 2 จะต้องมีการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวด้วยว่า ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ซึ่งหลักๆ ก็เป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคอื่นๆ รวม 13 พรรคการเมือง จำนวน 291 เสียง ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาฯ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ที่จะสามารถบริหารงานทั้งทางด้านนิติบัญญัติ และการบริหารประเทศในเรื่องการดูแลรับใช้ประชาชนได้
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ารายชื่อรองประธานสภาคนที่ 2 ของเพื่อไทยที่เสนอนั้นคือ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส. จังหวัดเลย ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ขอรอการเสนอก่อน เพราะเป็นมารยาท แต่มีการยึดหลักในการเลือกว่ามีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ และถ้าเป็นไปได้ต้องมีความอาวุโส และได้รับการยอมรับนับถือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความรอบรู้ในเรื่องของกฎระเบียบข้อบังคับ รับรู้กฎหมายในระดับหนึ่ง และเป็นที่ยอมรับของพรรคร่วมรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าทำไมถึงไม่ชวนพรรคอื่นๆ หรือพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล อนุทิน ตอบว่า ตอนนี้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลมีจำนวนที่เหมาะสมแล้ว สะดวกต่อการบริหารประเทศ บริหารการดำเนินการต่างๆ ในรัฐสภา
ต่อประเด็นที่ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามีการปิดดีลการตั้งรัฐบาลที่ตัวเลข 291 เสียงหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่าแถวๆ นั้น
ส่วนหากพรรคกล้าธรรม โหวตเป็นนายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสกลับมาร่วมรัฐบาลกันหรือไม่ อนุทิน พยักหน้า และกล่าวว่า ”วันนี้ได้พูดแล้วว่าพรรคร่วมรัฐบาลก็มีเท่านี้“
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตอบสื่อมวลชน ยังไม่เปิดเผยว่าเสนอใครมาเป็นผู้มาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 อยากให้การประชุมสภาฯ วันที่ 15 มี.ค.นี้ ซึ่งจะมีการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าวางตัวรัฐมนตรีในโควตาของพรรคเพื่อไทย เสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ จุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่เสร็จ และยังไม่ส่ง ให้เป็นไปตามขั้นตอน หลังมีการเลือกนายกฯ เสร็จแล้ว จากนั้นค่อยมาคุยกันเรื่องรายชื่อรัฐมนตรี ในวันนี้พรรคเพื่อไทยได้มีมติที่คณะกรรมการบริหารส่วนหนึ่งที่มีตนเอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และชูศักดิ์ เป็นกรรมการคัดสรรและรับฟังความคิดเห็นบุคลากรที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนโควตาของพรรคเพื่อไทย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหลักของพรรค ก่อนย้ำว่าให้เป็นไปตามขั้นตอน
จุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องคุณสมบัติให้เป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอน เราในฐานะพรรคการเมือง ต้องส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรี จากนั้น นายกฯ จะส่งให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปดำเนินการตรวจคุณสมบัติ 18 หน่วยงาน หลังจากนั้นก็เป็นกระบวนการที่หน่วยงานต้องตรวจสอบรายชื่อเหล่านั้น ซึ่งมีกระบวนการรองรับอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง หากรายชื่อไม่มีการติดขัดข้อกฎหมายใดๆ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวเสริมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า หลักๆ ก็มีอยู่แค่ประมาณนี้ เราก็ต้องหารือและต้องเรียนรู้ ความเห็นที่ไม่ตรงกันในอดีต ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง วันนี้เราต้องมาทำงานรับใช้บ้านเมืองด้วยกัน สิ่งที่เคยเป็นประเด็นในเรื่องความขัดแย้งขัดแย้งในอดีต เขาเชื่อว่าทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย เราจะเลี่ยงไม่ให้ถึงจุดนั้น
ส่วนในการเลือกรัฐมนตรีครั้งนี้จะไม่ทำให้มีปัญหาเรื่องการถูกฟ้องจนสั่นคลอนถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เราทำตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง รวมถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มันก็ทำให้เราได้มีไกด์ไลน์ในการดำเนินการ และการมีสิ่งเหล่านี้ที่ผูกพันทุกองค์กร และบุคคล หากใครมีปัญหาไม่เข้าเกณฑ์ มันก็จะต้องจำนนด้วยตัวไกด์ไลน์นี้ คุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ ส่งชื่อใครมาก็ส่งตรวจสอบหมด ไม่มีปัญหา หากตรวจสอบผ่านแล้ว แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ชอบคนนี้ ก็จะไม่ขอให้พรรคร่วมฯ เปลี่ยน เพราะเป็นสิทธิของพรรคร่วม เราต้องทำงานรับใช้ประชาชนบ้านเมือง ไม่ใช่รับใช้อารมณ์ตัวเอง
จากนั้น เวลา 15.02 น. อนุทิน พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินมาส่งจุลพันธ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมถ่ายรูปจับมือร่วมกัน พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่าชื่นมื่นมาโดยตลอด
เมื่อผู้สื่อข่าวได้ขอให้ “หนิมกับหนูจับมือกัน“ อนุทิน กล่าวว่า ไม่จับมือ แต่กอดกันเลย เขาเป็นน้อง จุลพันธ์ ย้ำต่อว่ารู้จักกันมานาน เป็นพี่น้องกัน
