- เกาหลีใต้เตรียมออกกฎหมายใหม่ปรับบริษัทสูงสุด 5% ของกำไรจากการดำเนินงาน หากแรงงานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในที่ทำงานตั้งแต่ 3 รายต่อปี
- นอกจากโทษปรับ กฎหมายยังเพิ่มอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทก่อสร้าง และขยายสิทธิแรงงานในการร้องขอหยุดงานเมื่อเผชิญอันตราย
- แต่ก็มีความกังวล โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยมีความเปราะบางเป็นพิเศษ เนื่องจากอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลให้บริษัทตกอยู่ในสภาวะวิกฤตได้ทันที
(1).jpg)
หมวกนิรภัยและถุงมือวางนิ่งบนพื้นไซต์ก่อสร้างสนามบินนานาชาติอินชอน ใต้ป้าย "중대재해 ZERO" สะท้อนเป้าหมายที่เกาหลีใต้กำลังผลักดันผ่านกฎหมายความปลอดภัยแรงงานฉบับใหม่ | ภาพจาก: News1 Korea
จากช่องโหว่กฎหมายสู่การปฏิรูป
เป็นเวลานานหลายทศวรรษที่กฎหมายความปลอดภัยแรงงานของเกาหลีใต้ใช้โครงสร้างโทษแบบอัตราคงที่ ซึ่งหมายถึงค่าปรับที่มีจำนวนเท่าเดิมไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้มากหรือน้อยเพียงใด นักวิจารณ์มองว่านี่คือจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้กฎหมายขาดประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าปรับแล้วดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่รู้สึกถึงแรงกดดันที่แท้จริง
ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (Occupational Safety and Health Act) ที่กำลังรอการลงมติในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติเกาหลีใต้ คือความพยายามปิดช่องโหว่ดังกล่าวด้วยการเปลี่ยนสมการโทษปรับให้ผูกติดกับผลประกอบการจริงของบริษัท แทนที่จะเป็นตัวเลขคงที่ซึ่งไม่สะท้อนถึงขนาดหรือศักยภาพทางการเงินของผู้ประกอบการ
ร่างกฎหมายฉบับนี้นำโดยตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี (Democratic Party of Korea) และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสภาพแวดล้อมและแรงงานเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 ก่อนจะผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการนิติบัญญัติและตุลาการในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน ขณะที่พรรคฝ่ายค้านเลือกไม่เข้าร่วมการลงมติ ตามข้อมูลที่รายงานโดยสื่อธุรกิจในท้องถิ่น
กระบวนการออกกฎหมายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนมาตรการความปลอดภัยแรงงานที่ครอบคลุมซึ่งประกาศไว้ในช่วงปลายปี 2025 และสะท้อนถึงแรงกดดันที่สะสมมาจากกลุ่มแรงงานและสังคมวงกว้างที่มองว่าระบบเดิมไม่สามารถยับยั้งการละเลยด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปรับหนักแค่ไหน ตัวเลขบอกได้
หัวใจของร่างกฎหมายอยู่ที่บทบัญญัติว่าด้วยการลงโทษทางการเงิน โดยหากมีคนงานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในที่ทำงานตั้งแต่ 3 รายขึ้นไปในปีเดียวกัน เนื่องมาจากการละเมิดมาตรการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงานจะมีอำนาจสั่งปรับบริษัทดังกล่าวได้สูงสุดถึง 5% ของกำไรจากการดำเนินงานประจำปีในปี 2026 นี้
ในกรณีที่บริษัทไม่มีกำไรจากการดำเนินงาน คำนวณได้ยาก หรือมีกำไรน้อยจนการปรับตามสัดส่วนไม่มีนัยสำคัญ กฎหมายกำหนดให้ปรับได้สูงสุดถึง 3,000 ล้านวอน (หรือประมาณ 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อให้ครอบคลุมถึงหน่วยงานรัฐและองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรในลักษณะเดียวกับภาคเอกชน ตามรายงานของสื่อธุรกิจในท้องถิ่น
เพื่อให้เห็นภาพที่เป็นรูปธรรม สื่อ The Korea Times ได้ยกกรณีอุบัติเหตุที่โรงงานรถยนต์แห่งหนึ่งในเมืองอุลซาน เมื่อช่วงปลายปี 2024 ซึ่งนักวิจัย 3 รายเสียชีวิตจากการสูดดมก๊าซพิษระหว่างการทดสอบสมรรถนะยานยนต์ ในขณะนั้นบริษัทถูกปรับเพียง 545 ล้านวอน แต่หากกฎหมายฉบับใหม่ในปี 2026 นี้มีผลบังคับใช้ ตัวเลขค่าปรับอาจพุ่งสูงถึง 330,000 ล้านวอน ซึ่งมากกว่าเดิมถึงราว 600 เท่า
นอกจากบทลงโทษทางการเงินแล้ว ร่างกฎหมายยังเพิ่มมาตรการคุ้มครองเชิงโครงสร้างอีกหลายประการ ได้แก่ การให้อำนาจกระทรวงแรงงานร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทก่อสร้างที่ถูกสั่งระงับการดำเนินงานซ้ำสองครั้งในรอบสามปีและมีเหตุที่จะถูกสั่งระงับเป็นครั้งที่สาม ซึ่งหากใบอนุญาตถูกเพิกถอน บริษัทนั้นจะถูกห้ามรับงานใหม่ ประมูลงาน และรับงานช่วงทุกประเภทโดยเด็ดขาด
ร่างกฎหมายยังได้ขยายสิทธิของแรงงานในการร้องขอหยุดงานเมื่อเผชิญกับอันตรายที่ใกล้จะเกิดขึ้น โดยครอบคลุมถึงตัวแทนแรงงาน ผู้ตรวจความปลอดภัยกิตติมศักดิ์ และคนงานรับเหมาช่วง ซึ่งเดิมมีขอบเขตสิทธิที่จำกัด นอกจากนี้ยังเพิ่มสภาวะคลื่นความร้อนและคลื่นความหนาวเป็นเหตุผลในการขยายกำหนดเวลาโครงการก่อสร้างได้ พร้อมทั้งวางรากฐานทางกฎหมายสำหรับระบบให้รางวัลผู้แจ้งเบาะแสการละเมิดความปลอดภัย ซึ่งมีการจัดสรรงบประมาณไว้รองรับแล้วตามรายงานของ Seoul Economic Daily และ The Asia Business Daily
ข้อมูลจาก Seoul Economic Daily ยังระบุอีกว่า หากนำเกณฑ์ตามกฎหมายใหม่นี้มาพิจารณาย้อนหลังกับสถิติในปี 2024 จะมีบริษัทอย่างน้อย 9 แห่งที่เข้าข่ายต้องรับโทษปรับหนัก โดยในจำนวนนี้เป็นบริษัทก่อสร้างถึง 4 ราย แม้ว่าในทางปฏิบัติกฎหมายจะไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลังก็ตาม แต่ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ผู้ประกอบการรายย่อย แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบการละเลยด้านความปลอดภัยซ้ำซากอย่างจริงจัง
ภาคธุรกิจยังกังวล ส่วนแรงงานก็ยังไม่พอใจ

ภาคแรงงานหนุนกฎหมาย แต่ติดสิทธิหยุดงาน ขณะภาคธุรกิจวิตกโทษปรับหนักเกินจริง โดยเฉพาะ SME ที่อาจรับไม่ไหวหากเกิดอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว | ภาพจาก: heraldcorp.com
ในทางนิติบัญญัติ กฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบท่ามกลางความแตกแยกของสภา โดย คิม ฮยองดง เลขานุการคณะกรรมาธิการสภาพแวดล้อมและแรงงานจากพรรค People Power Party กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า มาตรการที่เน้นเพียงการลงโทษเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุในที่ทำงานได้อย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพ พร้อมระบุว่าข้อเสนอให้เตรียมมาตรการเชิงป้องกันควบคู่กันไปนั้นไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ตามรายงานของ The Asia Business Daily
ในทางตรงกันข้าม คิม จูยอง เลขานุการฝ่ายพรรคประชาธิปไตย ยืนยันว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายคือการสร้างหลักประกันว่าแรงงานทุกคนที่ออกจากบ้านไปทำงานจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยในตอนเย็น ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คิม ยองฮุน แสดงจุดยืนสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ โดยมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างระบบเชิงสถาบันที่จะช่วยให้แรงงานสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
ฝั่งแรงงาน สมาพันธ์สหภาพแรงงานแห่งเกาหลี (KCTU) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1 ล้านคน ให้การต้อนรับร่างกฎหมายนี้ โดยระบุว่ามีความหมายในแง่ที่สะท้อนข้อเรียกร้องเร่งด่วนจากพื้นที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม KCTU ยังแสดงความเสียใจที่ร่างกฎหมายไม่ได้บรรจุสิทธิของสหภาพแรงงานในการสั่งหยุดงานไว้ด้วย ตาม The Korea Times
ภาคธุรกิจมีท่าทีตอบโต้ที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน โดยสหพันธ์องค์กรธุรกิจเกาหลี (KEF) ออกมาแสดงความกังวลว่า อัตราโทษปรับสูงสุดที่ 5% ของกำไรจากการดำเนินงานนั้นเป็นตัวเลขที่ "สูงเกินความเป็นจริง" ซึ่งอาจสร้างภาระทางการเงินมหาศาลให้กับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีฐานะทางการเงินไม่แข็งแกร่งนัก
เจ้าหน้าที่อาวุโสของ KEF ให้ความเห็นผ่านสื่อ The Korea Times ว่า ในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การผลิต การก่อสร้าง และการต่อเรือ มีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้ไม่สามารถลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ได้ แม้จะมีการเพิ่มระบบความปลอดภัยมากเพียงใดก็ตาม พร้อมเตือนว่าหากนโยบายนี้ขาดการหารืออย่างรอบคอบ โดยไม่คำนึงถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม ขนาดกิจการ หรือความพยายามด้านความปลอดภัยที่ทำอยู่แล้ว อาจนำไปสู่แรงต้านในภาคปฏิบัติและความขัดแย้ง แทนที่จะเป็นการยกระดับความปลอดภัยที่แท้จริง
ผู้อำนวยการสมาพันธ์ธุรกิจขนาดกลางและเล็กแห่งเกาหลีใต้ได้แสดงความกังวลเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการรายย่อยมีความเปราะบางเป็นพิเศษ เนื่องจากอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลให้บริษัทตกอยู่ในสภาวะวิกฤตได้ทันที หากโครงสร้างของบทลงโทษไม่ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับขนาดและสถานการณ์เฉพาะหน้าของแต่ละกิจการอย่างเหมาะสม
ที่มาข้อมูล:
Ruling party pushes 5% profit fine for workplace deaths amid business worries (The Korea Times, 24 February 2026)
Occupational Safety and Health Act Imposing Fines of up to 5% of Operating Profit on Companies with Repeated Industrial Fatalities Passes Environment and Labor Committee (The Asia Business Daily, 12 February 2026)
Bill Imposing 5% Profit Penalty for Repeat Workplace Deaths Clears Final Committee (Seoul Economic Daily, 23 February 2026)
