Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

MOU ไทย–เกาหลี ผลักดันคุณวุฒิวิชาชีพ "ช่างเชื่อม" ร่วมกัน เปิดโอกาสแรงงานฝีมือไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การยอมรับคุณวุฒิช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือร่วมกัน” ระหว่าง Human Resources Development Service of Korea และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) โดยมี Mr. Kim Gyu Seog Acting President, Human Resources Development Service of Korea นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะกรรมการสถาบันฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมอินฟินิตี้ บอลรูม 2 ชั้น 1 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสให้แรงงานไทยสามารถไปทำงานในต่างประเทศ โดยใช้ “คุณวุฒิวิชาชีพ” เป็นเครื่องมือในการยืนยันศักยภาพ ทักษะ และมาตรฐานฝีมือแรงงาน อีกทั้งยังสะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างสองหน่วยงานที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี มีความเข้าใจในระบบซึ่งกันและกัน และสนับสนุนการพัฒนากำลังคนอย่างเป็นรูปธรรม จนนำไปสู่การยอมรับคุณวุฒิร่วมกันในครั้งนี้ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสาธารณรัฐเกาหลี ประเทศไทย นายจ้าง และแรงงานช่างเชื่อมไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการนำร่องการสรรหาแรงงานช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือเข้าสู่ตลาดแรงงานสาธารณรัฐเกาหลี

โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือในระดับนโยบายและปฏิบัติการ ครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน สาธารณรัฐเกาหลี Korea Research Institute for Vocational Education and Training (KRIVET) สำนักงานนายกรัฐมนตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพ ตลอดจนสมาคมช่างเชื่อมจากทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ การยอมรับคุณวุฒิช่างเชื่อมร่วมกันระหว่าง HRDKorea และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพแรงงานไทยให้มีมาตรฐานสากล สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานต่างประเทศได้อย่างตรงจุด ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะของสาธารณรัฐเกาหลี ลดภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของแรงงานไทยในการไปทำงานต่างประเทศ เพิ่มทางเลือกในตลาดแรงงาน พร้อมทั้งส่งเสริมให้แรงงานไทยมีคุณวุฒิเทียบเท่าระดับช่างฝีมือ (craftsman) ของสาธารณรัฐเกาหลี อันจะนำไปสู่การยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยในระยะยาวต่อไป

โฆษณา - Advertising

ที่มา: FM91 Trafficpro, 29/3/2569

ยังไม่ทราบชะตากรรม 3 ลูกเรือไทย รมว.ต่างประเทศยันประสานงานอิหร่านให้การช่วยเหลือเต็มที่

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือมยุรี นารี อีก 3 คน ว่า ขณะนี้ยังคงติดตามจากฝ่ายอิหร่านอยู่ และอย่างที่ตนเคยบอกฝ่ายอิหร่านเข้าถึงเรือได้แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจในชะตากรรมของ 3 ลูกเรือ ซึ่งตอนนี้ตนก็ติดตามกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย และเพิ่งมีหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ว่าให้ช่วยเร่งรีบเข้าให้การช่วยเหลือ เพราะเราต้องการทราบถึงชะตากรรมของลูกเรือทั้ง 3 คน โดยเร็วที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า ยังไม่มีการยืนยันสถานะของ 3 ลูกเรือใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็ยังติดตามอยู่ พร้อมยืนยันว่า จะทำอย่างเต็มที่

โฆษณา - Advertising

ที่มา: สำนักข่าวไทย, 28/3/2569

ร่างแรงงานไทยเสียชีวิตในอิสราเอล ถึงประเทศแล้ว ดูแลสิทธิประโยชน์-ส่งกลับภูมิลำเนา

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน และ Mrs. Dvora Dorsman Yarkoni รองหัวหน้าสำนักงานสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ร่วมพิธีรับร่างและไว้อาลัย นายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะส่งกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดชัยภูมิ ต่อไป

ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ แววนิล อายุ 33 ปี มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดชัยภูมิ เดินทางไปทำงานภาคเกษตรในรัฐอิสราเอล และเสียชีวิตจากเหตุระเบิด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม โดยร่างได้ถูกส่งกลับประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน LY093 เดินทางถึงประเทศไทยเมื่อเวลา 12.45 น. ที่ผ่านมา

โฆษณา - Advertising

นายพิเชษฐ์ เปิดเผยว่า ในส่วนของสิทธิประโยชน์และการเยียวยา ทายาทผู้เสียชีวิตจะได้รับการดูแลทั้งจากต่างประเทศและในประเทศไทย ประกอบด้วย

1. สิทธิประโยชน์จากประเทศอิสราเอล

- เงินชดเชยจากสถาบันประกันภัยอิสราเอล (อยู่ระหว่างการพิจารณา)

- ค่าจ้างค้างจ่ายและเงินชดเชย (ปิซูอิม) อยู่ระหว่างดำเนินการ

โฆษณา - Advertising

2. สิทธิประโยชน์ในประเทศไทย

- กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ : เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 40,000 บาท

- สำนักงานประกันสังคม : เงินสะสมกรณีชราภาพ จำนวน 71,459.14 บาท (ยังไม่รวมดอกผล)

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะสำนักงานแรงงานจังหวัดชัยภูมิ เร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด ทั้งการอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร การรับสิทธิประโยชน์ และการประสานงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายพิเชษฐ์ กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่ากระทรวงแรงงานจะเร่งดำเนินการให้ทายาทได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด และขอให้แรงงานไทยที่ยังทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย

โฆษณา - Advertising

อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานยังคงติดตามสถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยมีคนไทยขอรับความช่วยเหลืออพยพแล้ว 1,479 คน และขณะนี้มีแรงงานเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 98 คน

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์, 27/3/2569

สภาการพยาบาล ประกาศอยู่เคียงข้าง “พยาบาล” ถูกเพื่อนวิชาชีพแสดงพฤติกรรมด้อยค่า

หลังจากเกิดเหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลกับ “พยาบาลวิชาชีพ” แม้จะไม่ใช่ทางร่างกาย แต่เป็นความรุนแรงทางคำพูด พฤติกรรม จนส่งผลให้เกิดข้อร้องเรียน ล่าสุดผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเองที่ รพ.บึงกาฬ หารือกับทุกฝ่าย ทั้งพยาบาล และแพทย์ที่ถูกร้อง เบื้องต้นมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงนั้น

ล่าสุดทางฝั่ง “สภาการพยาบาล” ได้โพสต์เฟชบุ๊กกรณี วิชาชีพพยาบาล/พยาบาลได้รับกล่าวถึงและการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม

จากกรณี วิชาชีพพยาบาล/พยาบาล ได้รับกล่าวถึงและการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม 2 เหตุการณ์ ซึ่งเป็นประเด็นในขณะนี้ สภาการพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมมอบหมายผู้เกี่ยวข้องดำเนินการ

สภาการพยาบาล ในนามของ “พยาบาลทั่วประเทศ” เชื่อในเกียรติและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ทุกอาชีพ ทุกวิชาชีพ ล้วนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และพึงได้รับการปฏิบัติที่ดี ที่เหมาะสม การให้เกียรติแก่ผู้อื่นเป็นสิ่งที่อารยชนพึงกระทำยิ่ง การได้รับการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม และได้รับการดูถูกเหยียดหยาม สภาการพยาบาลพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างสมาชิกทุกคน เพื่อพิทักษ์ปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพและความเป็นมนุษย์

ที่มา: Hfocus, 27/3/2569

สส.ปีกแรงงานพรรคประชาชน จี้รัฐเร่งดูแลคนทำงานท่ามกลางวิกฤตน้ำมัน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา เซีย จำปาทอง และไหม ธนพน วิจันทร์ ส.ส. สัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร กรณีวิกฤตราคาน้ำมันจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งกำหนดมาตรการรองรับและดูแลพี่น้องแรงงานที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน

นายเซียกล่าวว่า วิกฤตราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ผลักดันค่าครองชีพให้เพิ่มสูงตาม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงในการทำงานของแรงงาน เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มปรับลดต้นทุนด้านแรงงาน ทั้งการลดค่าล่วงเวลา (OT) การสั่งหยุดกิจการชั่วคราว ไปจนถึงการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

พร้อมกันนี้ เซียจึงเสนอแนวทางคุ้มครองแรงงาน 5 ประการ ได้แก่

กระทรวงแรงงานต้องสำรวจสถานประกอบการแต่ละแห่งทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ ว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้าง

ต้องมีมาตรการคุ้มครองการจ้างงาน ดูแลรายได้ของแรงงาน ป้องกันการเลิกจ้างลอยแพ ไม่จ่ายค่าชดเชย

ต้องมีแผนรองรับแรงงานที่เดินทางกลับจากภัยสงคราม เช่น การสร้างงาน การฝึกอาชีพ การเยียวยา

ต้องมีมาตรการควบคุมและบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน

ต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใส และตรงไปตรงมา

"การแก้ไขปัญหาพลังงาน ท่านต้องไม่ลืมคนทำงาน เพราะแรงงานคือหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทุก ๆ วิกฤต ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือพี่น้องแรงงาน รัฐต้องไม่เอาใจแต่กลุ่มทุน ปล่อยให้สินค้าขึ้นตามอำเภอใจ และทิ้งคนทำงานไว้ข้างหลังเหมือนที่ผ่าน ๆ มา" เซีย สส.ปีกแรงงาน กล่าวกลางสภา

ด้านธนพรกล่าวว่า วิกฤตพลังงานในปัจจุบันมีแนวโน้มส่งผลให้เกิดการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคบริการ การท่องเที่ยว แรงงานนอกระบบ และแรงงานแพลตฟอร์ม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและดูแลพี่น้องแรงงาน

ธนพรจึงเสนอให้กระทรวงแรงงานเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีการชดเชยและเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเร่งสร้างตำแหน่งงานรองรับผู้ว่างงานโดยเร็ว

นอกจากนี้ เธอยังเสนอให้เร่งบังคับใช้ “สูตรแคร์” ซึ่งล่าช้ามานานกว่า 10 เดือน เพื่อให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 กว่า 570,000 คน ได้รับสิทธิประโยชน์โดยทันที

“วิกฤตน้ำมันรอบนี้รัฐบาลไม่ควรยื้อหรือพรากสิทธิของแรงงานออกไป… รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานต้องมีความกล้าหาญที่จะนำเรื่องสูตรแคร์เข้าไปเป็นวาระในการประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า… ซึ่งท่าน]ประกาศใช้ได้ทันที จะทำให้ผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบมาตรา 39 เขาได้รับสิทธิประโยชน์กว่า 5.7 แสนคน…” ธนพร กล่าว

ขณะเดียวกัน เธอยังเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน

“วันนี้น้ำดื่มขึ้นราคานะคะท่านประธาน มันเป็นปัจจัยสำคัญเป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องบริโภค วันนี้มันสร้างภาระให้กับพี่น้องประชาชน แรงงานทุกกลุ่ม” ธนพร ตัวแทนแรงงานหญิงกล่าวทิ้งท้ายกลางสภา

ที่มา: พรรคประชาชน, 25/3/2569

บริษัท เดลต้า อีเล็กโทรนิกส์ฯ ผนึกสิทธิสร้างเสริมป้องกันบัตรทอง ตรวจสุขภาพพนักงาน 2.5 หมื่นคน

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ จัดกิจกรรมงาน “Open House Wellness Activity 2026: มิติใหม่แห่งการดูแลพนักงาน” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัว “กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ปี 2569” เพื่อดูแลสุขภาพให้กับพนักงานฯ  อาทิ บริการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (HPV)” เป็นต้น โดย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย นพ.สุรทิน มาลีหวล ผอ.สปสช.เขต 6 ระยอง เยี่ยมชมการจัดกิจกรรม โดยมี นายฉี ฮาว หวง หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เดลต้าฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ

น.ส.รตนภัส เวชชากุล หัวหน้าฝ่ายการสร้างแบรนด์นายจ้างและสื่อสารภายในองค์กร ในฐานะตัวแทนผู้บริหารบริษัท เดลต้าฯ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อให้บริการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค โดยได้รับความร่วมมือจาก สปสช. ภายใต้สิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ซึ่งครอบคลุมการดูแลผู้ประกันตนซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทฯ ด้วย โดยเฉพาะ “บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test” เนื่องจากพนักงานทั้งหมดกว่า 2.5 หมื่นคน มีสัดส่วนเป็นพนักงานหญิงถึง 80% โดยใช้ชุดตรวจ และเก็บสิ่งส่งตรวจได้ด้วยตนเอง (HPV self-sampling)

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ยกระดับห้องพยาบาลสู่ “Wellness Center” โดยมีแพทย์รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญด้านจิตบำบัดมาให้คำปรึกษา เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มคุณภาพการดูแลสุขภาพให้กับพนักงาน นอกจากนี้ 1 ในห้องพยาบาลที่มีอยู่ 8 แห่งของบริษัทที่ตั้งอยู่ที่อาคาร 8 ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “หน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค” ในระบบบัตรทอง

“จากที่ห้องพยาบาลของบริษัทฯ ได้เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการฯ กับ สปสช. ทำให้ทางบริษัทฯ ได้รับทราบข้อมูลสิทธิประโยชน์สุขภาพต่างๆ ในระบบบัตรทอง และสามารถส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ให้กับพนักงาน ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการได้ ซึ่งหากพนักงานมีสุขภาพดี ก็จะส่งผลดีต่อบริษัทฯ” หัวหน้าฝ่ายการสร้างแบรนด์นายจ้างและสื่อสารภายในองค์กร กล่าว

นพ.เขตโสภณ จัตวัฒนกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิครินทร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลศิครินทร์ เป็นโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคมในการดูแลผู้ประกันตน และร่วมเป็นสถานพยาบาลกับ สปสช. ในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ โดยเฉพาะการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ที่ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลา 3 ปี และให้บริการคัดกรองแล้วประมาณ 1 แสนคน โดยในส่วนบริษัท เดลต้าฯ โรงพยาบาลตั้งเป้าว่า จะตรวจคัดกรองพนักงานหญิงกลุ่มเป้าหมายอายุ 30-50 คนทุกสิทธิการรักษา ให้ครบ 100% ซึ่งจัดทีมเข้าให้บริการทุก 2 สัปดาห์ โดยหากผลตรวจมีความผิดปกติ ก็จะแนะนำเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ

“โรงพยาบาลศิครินทร์มีความร่วมมือกับ สปสช.เขต 6 ระยอง มาอย่างต่อเนื่อง และจะร่วมมือต่อไป เพื่อค้นหาผู้มีความเสี่ยง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการรักษา ซึ่งหากสถานประกอบการใดมีความประสงค์ที่จะจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองให้กับพนักงาน ก็สามารถติดต่อมายังโรงพยาบาลได้ ซึ่งยินดีและพร้อมไปให้บริการทั่วประเทศ” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิครินทร์ กล่าว

พนักงานหญิงบริษัท เดลต้าฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้สะดวกมากขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล อีกทั้งยังไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถติดตามผลตรวจได้ผ่านระบบออนไลน์ในแอปพลิเคชัน DeltaHi ของบริษัท นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบูธให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค รวมถึงข้อมูลสิทธิประโยชน์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่พนักงานหรือผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการได้อีกด้วย

ทพ.อรรถพร  กล่าวว่า สิทธิด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เป็นสิทธิพื้นฐานของคนไทยมากว่า 20 ปี แต่ในทางปฏิบัติยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน ที่เข้าถึงบริการได้ยากจากข้อจำกัดเรื่องเวลาสปสช. จึงสนับสนุนให้หน่วยบริการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ เชิงรุกในสถานประกอบการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น โดยสามารถให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ ที่เป็นสิทธิประโยชน์บัตรทองควบคู่กับสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสังคมได้ ขณะเดียวกัน สปสช. ยังเปิดให้ห้องพยาบาลในสถานประกอบการร่วมขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบบัตรทอง ซึ่งจะทำให้พนักงานเข้าถึงสิทธิ เช่น ชุดตรวจคัดกรองโรค ถุงยางอนามัย ที่เป็นสิทธิประโยชน์บัตรทอง

“วันนี้ขอเชิญชวนสถานประกอบการที่มีห้องพยาบาล สมัครเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบบัตรทอง เพื่อให้พนักงานเข้าถึงสิทธิและมีสุขภาพที่ดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อพนักงานและบริษัทเอง อย่างไรก็ตามหากยังไม่สะดวกเข้าร่วม พนักงานสามารถรับบริการ เช่น ชุดตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ได้ที่โรงพยาบาลของรัฐ หรือร้านยาที่มีสัญลักษณ์ ‘30 บาทรักษาทุกที่’ ได้เช่นกัน” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ที่มา: สปสช., 25/3/2569

อดีตนักสนุกเกอร์อาชีพ ยื่นปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนัน จี้เร่งแก้กฎหมายส่งเสริมกีฬา

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รับการยื่นเรื่องเสนอแนวทางการแก้ไขกฎหมายเพื่อส่งเสริมกีฬาสนุกเกอร์จาก นายอรรถสิทธิ์ มหิทธิ (บิ๊ก สระบุรี) อดีตนักสนุกเกอร์อาชีพ เพื่อผลักดันไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรให้นำเข้าสู่การพิจารณาของสภา

นายอรรถสิทธิ์ ระบุว่าปัจจุบันกีฬาสนุกเกอร์ยังอยู่ในบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพนัน พ.ศ. 2478 (บัญชีแนบท้าย ข. ลำดับที่ 23 - บิลเลียด) ส่งผลให้สถานะทางกฎหมายไม่ถูกยอมรับเป็นกีฬาอย่างเต็มรูปแบบ และต้องอยู่ภายใต้การอนุญาตของเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนากีฬาและระบบเยาวชน รวมถึงการยกระดับสู่มาตรฐานสากล ทั้งนี้ เห็นว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันมาเป็นเวลานาน จึงทำให้กีฬาสนุกเกอร์อยู่ในลักษณะพื้นที่ไม่ชัดเจนทางกฎหมาย และอาจนำไปสู่ปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ รวมถึงเป็นการจำกัดโอกาสของเยาวชนในการเข้าถึงการฝึกซ้อมและแข่งขันอย่างเปิดเผย สำหรับแนวทางแก้ไข เสนอให้ดำเนินการ 2 ระยะ ระยะสั้น เสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขตามกฎหมายลำดับรอง เช่น การลดค่าธรรมเนียม และการขยายเวลาการเปิดสถานฝึกซ้อม ส่วนระยะยาว ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 โดยตัดกีฬาสนุกเกอร์ออกจากบัญชีแนบท้าย และกำหนดสถานะเป็นกีฬาอย่างชัดเจน

ด้าน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถเล่นและฝึกฝนกีฬาสนุกเกอร์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขอให้ สส.ทุกพรรคการเมืองร่วมกันสนับสนุนหลักการของร่างกฎหมายที่พรรคประชาชนเตรียมเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ขณะที่นายนนท์ ระบุว่า พร้อมร่วมผลักดันข้อเสนอดังกล่าวในกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป

ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 25/3/2569

กรมการจัดหางาน ย้ำแรงงานต่างด้าว ห้ามประกอบอาชีพสงวน “เร่ขายสินค้าหรือเข็นรถขายของ” แม้มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง ฝ่าฝืน ดำเนินคดีเด็ดขาด

นายสนธ กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากการที่พบเป็นแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย เนื่องจากการประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานไร้ทักษะ จากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป คนเกิดน้อยลง และคนรุ่นใหม่อยู่ในระบบการศึกษานานขึ้น รัฐบาลจึงอนุญาตให้สถานประกอบการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหานี้ได้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงาน ได้รับวีซ่าทำงานอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่า แม้แรงงานจะเข้ามาอย่างถูกต้อง แต่ห้ามทำอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย ซึ่งปัจจุบันมีระบุไว้ใน 4 บัญชี รวมกว่า 40 อาชีพ โดยเฉพาะงานเร่ขายสินค้า รวมถึงการรถเข็นขายของ ขายผลไม้ ขายหมูปิ้ง เป็นหนึ่งในอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น ซึ่งแรงงานต่างด้าวไม่สามารถทำอาชีพนี้ได้เลย ต่อให้มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องก็ตาม เพราะใบอนุญาตจะระบุประเภทงานที่ทำได้ ซึ่งต้องไม่ใช่งานในบัญชีอาชีพสงวน

ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน กล่าวย้ำว่า หากพบแรงงานต่างด้าวมาเข็นรถขายของ โดยมีนายทุนคนไทยเป็นเจ้าของกิจการหรือลงของให้ มีความผิดทั้งแรงงานต่างด้าวและนายจ้างคนไทยจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ส่วนขายของหน้าร้านกับงานเร่ขายสินค้าแตกต่างกัน โดยงานขายของหน้าร้านผ่อนผันให้แรงงานที่มีใบอนุญาตมาช่วยงานได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น จำนวนภาษีที่จ่าย หรือสัดส่วนลูกจ้างคนไทย และต้องขออนุญาตเพิ่มลักษณะงานตามหลักเกณฑ์ แต่งานเร่ขายสินค้า ห้ามโดยเด็ดขาด ไม่มีการผ่อนผันในกรณีที่เดินเร่ขายหรือเข็นรถขายตามท้องถนน

กรมการจัดหางาน ขอความร่วมมือให้คนไทย เลือกซื้อสินค้าจากพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย ไม่สนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากพบเห็นคนต่างด้าวเร่ขายสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ และดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย, 25/3/2569

เผยส่งร่างแรงงานไทยดับในอิสราเอลถึงไทยเช้า 26 มี.ค.

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า สำหรับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรวมยังมีความเป็นตึงเครียด โดยมีการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก และยังคงโจมตีประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ซึ่งส่วนใหญ่ยังสามารถสกัดกั้นไว้ได้

นายปาณิดล กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ตามเวลาประเทศไทย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้หารือกันอย่างมีผลในทางที่ดี เกี่ยวกับการยุติความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันในตะวันออกกลาง โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้สั่งการให้ชะลอการโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านเป็นระยะเวลา 5 วัน อย่างไรก็ดีมีรายงานปฏิเสธการหารือดังกล่าว และยังคงมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีในภูมิภาคหลังจากนั้น ซึ่งเราคงต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากสถานการณ์โดยรวม ยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามข่าวสารและคำแนะนำอย่างใกล้ชิด และลงทะเบียนกับสถานทูตที่รับผิดชอบ

นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล กำลังประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสายการบิน เพื่อดำเนินการส่งร่างแรงงงานที่เสียชีวิต โดยจะเดินทางประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค.นี้ ส่วนอิหร่านและตุรกีตามที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา และกรมการกงสุล ได้ประสานการอพยพแรงงานไทยในฟาร์มกุ้ง 4 ราย ออกจากเมืองบันดาอับบาส เมืองชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน โดยทั้ง 4 รายได้เดินทางข้ามไปยังตุรกีโดยสวัสดิภาพแล้วและมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทย ในช่วงเช้าของวันที่ 25 มี.ค. นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาไทย 7 ราย และแรงงานฟาร์มกุ้งอีก 1 ราย รวม 8 ราย ซึ่งจะเดินทางทางบกจากอิหร่านไปยังตุรกีในวันที่ 25 มี.ค.

นายปาณิดล กล่าวว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายไทย ได้ขอความร่วมมือกับประเทศและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความปลอดภัยของการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น ล่าสุดมีเรือพาณิชย์ของไทยบางส่วน สามารถเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างปลอดภัยแล้ว ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศจะยังคงให้ความสำคัญกับการเดินเรือพาณิชย์อย่างปลอดภัยต่อไป

นายปาณิดล กล่าวว่า ช่วงค่ำเมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อขอบคุณที่อำนวยความสะดวกให้คนไทยจากประเทศในภูมิภาค สามารถเดินทางกลับประเทศไทยผ่านทางซาอุดีอาระเบีย ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยแสดงจุดยืนร่วมกันที่หวังจะเห็นความขัดแย้งยุติโดยเร็ว ผ่านการดำเนินการทางการทูต และการเคารพต่อกฎบัตรสหประชาชาติ

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการโดยเคร่งครัด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในตะวันออกกลางมายังประเทศไทย หรือประเทศที่สามรวมทั้งสิ้น 1,483 คน โดยรัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย

ที่มา: แนวหน้า, 24/3/2569

สถานทูตไทยในเทลอาวีฟ จัดพิธีทำบุญ ให้แรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิต

นายบุญญฤทธิ์ วิเชียรพันธุ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ โดยมีพระคุณเจ้า Ananda พระสงฆ์ชาวศรีลังกา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิตจากขีปนาวุธ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569

พิธีดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมประมาณ 30 คน ประกอบด้วยแรงงานไทยในฟาร์มเกษตรเดียวกัน นายสกลวัฒน์ ทองเจริญ อัครราชทูตที่ปรึกษา นายธนกร สิมลา รักษาการหัวหน้าสำนักงานแรงงานประจำกรุงเทลอาวีฟ นางสาวเกล็ดฟ้า เหาะสูงเนิน เลขานุการตรี (ฝ่ายกงสุลและสานนิเทศ) นาย Ziv Bilaus รองอธิบดีกรมการกงสุลอิสราเอล และผู้แทนของทางการท้องถิ่นเข้าร่วม

ที่มา: มติชนออนไลน์, 23/3/2569

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising