Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'อนุทิน'  เผยยังต้องบริหารพลังงานอย่างเข้มงวด สงกรานต์ไม่หยุด ทำงานกับ ก.พลังงาน ตลอด แม้คุมสถานการณ์ได้แต่ประมาทไม่ได้ เตรียมเปลี่ยน "คนละครึ่ง" เป็น "ไทยช่วยไทย" ยืนยันมาตรการช่วยเหลือค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ใช้กับทุกคน - ย้ำปรับโครงสร้างพลังงานรับมือวิกฤตโลก มุ่งสู่ Net Zero พร้อมเร่งมาตรการช่วยค่าครองชีพดูแลประชาชน

15 เมษายน 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ผ่านระบบการประชุมทางไกลถึงแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางหลังช่วงสงกรานต์ ว่ายังต้องติดตามเหตุการณ์ต่างๆ และบริหารจัดการเรื่องพลังงานด้วยความเข้มงวดและระมัดระวัง แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ได้มีผลกระทบรุนแรง แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องของราคาน้ำมัน เรื่องการนำเข้าน้ำมันดิบต่างๆ ที่ไทยได้รับผลกระทบ ซึ่งช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์นี้ ตนก็ได้ติดตามกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และกระทรวงพลังงาน อยู่ตลอดเวลา ว่าจะมีเหตุการณ์หรือมีการเจรจาใดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านหรือไม่ แต่แม้ว่าการเจรจาของทั้งสองฝ่ายจะไม่บรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ แต่ในส่วนของประเทศไทยก็ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆได้ แต่เราก็ประมาทไม่ได้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวขอบคุณประชาชนเป็นอย่างมากที่มีความตระหนักในการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน จากการที่ปริมาณการใช้น้ำมันลดลงในระดับปกติ ไม่ได้ใช้เกิน กำลังการผลิตเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ และในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลน้อยกว่าปริมาณการใช้ในปีที่แล้ว ซึ่งเกิดจากการที่คนไทยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี การที่เราใช้น้อยลงจนเหลือประมาณครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิต ก็ทำให้เรามีปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้วิกฤตต่างๆ คลี่คลายลง แต่ก็ยังคงประมาทไม่ได้ ต่อให้มีการสำรองน้ำมันมากขนาดไหนก็ยังคงต้องบริหารสถานการณ์ให้มีความมั่นคง มีความคงที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในส่วนของมาตรการเกี่ยวกับราคาสินค้า ที่มีผู้ติงหรือแสดงความเป็นห่วงว่าบางมาตรการอาจขัดต่อกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลก็มีหน้าที่แก้ไขปัญหาและลดความเดือดร้อนให้กับประชาชน รัฐบาลคงเปลี่ยนแนวทางไม่ได้ เพราะเราต้องดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก ส่วนวิธีการจะทำอย่างไรก็ขอให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการ นั่นคือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด แต่ตนรับรองได้ว่าไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ และเข้าใจว่าคงไม่สามารถทำให้ ทุกคนเข้าใจเหมือนกันได้หมด ฝ่ายค้านก็ต้องติงเป็นธรรมดา ส่วนรัฐบาลก็ต้องทำเพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อน ให้สามารถใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤตได้

โฆษณา - Advertising

ในส่วนของโครงการคนละครึ่ง นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลเพิ่งบริหารราชการได้เต็มรูปแบบ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้หมายความว่าช่วงสงกรานต์แล้วเราจะไม่ทำงาน เราก็ทำงานต่อเนื่อง และนโยบายต่างๆ ก็กำลังเร่งให้เกิดเป็นรูปธรรม รวมถึงคนละครึ่ง ที่ครั้งนี้อาจจะไม่ได้ออกมาในชื่อของคนละครึ่ง แต่มาในรูปแบบของโครงการ "ไทยช่วยไทย" ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประพาส ได้วางรูปแบบไว้ให้มีความ พลัส มากกว่าคนละครึ่งคราวที่แล้ว

นอกจากนี้ยังรวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ไม่ใช่ว่าใช้กับประชาชนเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นมาตรการสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคน ส่วนที่เกินไปก็เป็นอัตราที่เป็นขั้นบันไดตามปกติ และในส่วนของการสนับสนุนให้มีสินค้าไทยช่วยไทย ทางรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ได้จัดให้มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพมีมาตรฐาน แต่อาจไม่ใช่ยี่ห้อที่คุ้นหู คุ้นตากันในตลาด แต่สินค้าเหล่านี้มีราคาถูกกว่า เพราะไม่ต้องเสียค่าการตลาดมาก ทำให้สามารถขายได้ในราคาที่ต่ำ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยเบื้องต้นจะใช้พื้นที่ของที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ เพื่อให้ห้างร้านทุกห้างร้าน มาวางสินค้าจำหน่ายให้กระจายไปสู่ประชาชนได้มากขึ้น

สำหรับการเดินทางของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ไปยังประเทศโอมานนั้น นายอนุทิน ระบุว่า นายสีหศักดิ์ได้ไปเจรจาในเรื่องต่างๆ รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่าน ซึ่งเมื่อคืนก่อนเดินทาง นายสีหศักดิ์ก็ได้โทรมารายงานสถานการณ์กับตนว่าในส่วนของประเทศไทย ค่อนข้างได้รับการต้อนรับ และการตอบรับเป็นอย่างดีจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งการเดินทางครั้งนี้จะเป็นการไปเจรจาในเรื่องของโลจิสติกส์ สินค้าต่างๆ และเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย

ย้ำปรับโครงสร้างพลังงานรับมือวิกฤตโลก มุ่งสู่ Net Zero พร้อมเร่งมาตรการช่วยค่าครองชีพดูแลประชาชน

เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานเพิ่มเติมว่า  การประชุม AZEC ซึ่งมีประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพและนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นประธาน ได้หารือร่วมกันเพื่อผลักดันความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคเอเชียในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยประเทศไทยได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างการใช้พลังงานภายในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคู่กับการไม่สร้างภาระแก่ประชาชน พร้อมมองว่าวิกฤตพลังงานโลกในปัจจุบันเป็นโอกาสในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานทางเลือก และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้เร็วยิ่งขึ้น

ในประเด็นสถานการณ์ตะวันออกกลาง รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบด้านราคาพลังงานและการนำเข้าน้ำมันดิบ แม้ขณะนี้ไทยยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบและไม่ประมาท เนื่องจากสถานการณ์โลกสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งได้ประสานงานกับกระทรวงพลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising