รังนกอพยพริมหาดน้ำโขงได้รับผลกระทบ-หลังจีนปล่อยน้ำจากเขื่อน

หลังเขื่อนจีนระบายน้ำทำให้ระดับน้ำโขงท่วมสูงผิดฤดูกาล ทำเอานกประจำถิ่น-นกอพยพถูกกระทบหนัก ส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ลูกนก เพราะนกมักทำรังและฟักไข่ริมหาด ด้านนักวิชาการชี้สารพัดปัญหาผลพวงจากโครงการระเบิดแก่ง ส่งผลต่อกระแสน้ำและระบบนิเวศน้ำโขง รวมทั้งกระทบเศรษฐกิจชาวบ้าน

หาดของแม่น้ำโขงในช่วงฤดูแล้ง เป็นแหล่งทำรังและวางไข่ของนกอพยพ

31 มี.ค. 2559 - ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงยังคงได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนจีน โดยในเฟสบุค “บึงกาฬรักนก”ได้ระบุว่าปริมาณน้ำที่ท่วมขึ้นผิดฤดูกาล ทำให้ส่งผลกระทบกับนกประจำถิ่นและนกอพยพชนิดต่างๆ

ขณะที่แอดมินเพจเฟสบุคบึงกาฬรักนก ให้สัมภาษณ์โดยระบุว่า ในฤดูกาลอพยพของนก ช่วงน้ำแล้งตั้งแต่หลังเดือนกันยายน- มิถุนายน นกอพยพที่ “กลุ่มบึงกาฬรักนก” สำรวจและสามารถจำแนกชนิดได้มี 47ชนิด นับรวมทั้งนกหาด นกชายเลน และนกทั่วไปที่เป็นนกอพยพ  โดยนกที่อพยพมีทั้งอพยพผ่านแล้วแวะลงหากินตามชายน้ำช่วงน้ำโขงลดเป็นหาด และอพยพมาเพื่อทำรังวางไข่

แอดมินเฟสบุคบึกกาฬรักนกกล่าวว่า สำหรับนกที่อพยพมาเพื่อทำรังและวางไข่บนชายหาดแม่น้ำโขงที่กลุ่มบึงกาฬรักนก สำรวจ มีสองชนิดคือ นกแอ่นทุ่งเล็ก และนกหัวโตเล็กขาเหลือง ซึ่งสองชนิดนี้จะใช้พื้นที่หาดร่วมกัน โดยเฝ้าระวังร่วมกัน การขึ้นลงของน้ำโขงที่ผิดปกติเนื่องจากการระบายน้ำของเขื่อน ส่งผล กระทบกับการทำรังวางไข่ของนกสองชนิดนี้มาก ในฤดูอพยพย้อนหลังไป 3 ปี  พบว่าอัตราการรอดของลูกนกไม่น่าจะถึง 60% ของนกทั้งหมดที่ทำรังอยู่ริมชายหาด  

“ปีที่แล้วอัตราการรอดไม่ถึง 50% ด้วย เพราะผลกระทบจากน้ำโขงขึ้น เขื่อนจีนปล่อยน้ำช่วงแล้ง  และการก่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งในเขตตัวเมืองบึงกาฬ จากการสำรวจปีนี้พบว่า นกทำรังน้อยมาก อาจเป็นเพราะปีก่อนที่นกอาจจะไม่รอดจากน้ำท่วม และจากการรบกวนของมนุษย์ มันเลยโตมาเป็นนกเต็มวัยในฤดูกาลนี้น้อย นกที่อพยพมาทุกปีคือ แอ่นทุ่งเล็กกับหัวโตเล็กขาเหลือง จะอพยพมาทุกปี นกแอ่นทุ่งที่อพยพมาก็น่าจะประมาณปีละ 300-600 ตัว  ส่วนนกหัวโตเล็กขาเหลือง อพยพมาไม่น่าจะถึง 100 ตัว” นักอนุรักษ์นกกล่าว

ด้านไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยถึงกรณีที่ทางการจีนมีโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงระยะที่ 2 โดยจีนกำลังผลักดัน หลังการประชุมผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขงเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ว่า

ระหว่างการระเบิดแก่งและปรับปรุงร่องน้ำอาจใช้เวลาถึง 3 ปี การระเบิดจะทำในฤดูแล้งหลายเดือน  ซึ่งจะมีการเปิด-ปิดเขื่อน เพื่อควบคุมกระแสน้ำ โดยอาจจะปิดเขื่อน 3 วัน เพื่อให้น้ำลดระดับลงและระเบิดแก่ง และอีก 1 วันจะปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาเพื่อให้เรือสินค้าขนาดใหญ่ของจีนล่องลงมาที่ ท่าเรือเชียงแสนได้  การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ระดับน้ำโขงแห้งอย่างหนัก และทำให้ระดับน้ำขึ้น-ลงในแต่ละวันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศนแม่น้ำโขงและชาวบ้านที่อาศัย ทรัพยากรจากแม่น้ำโขง ช่วงที่มีการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงจะทำให้กระแสน้ำโขงเปลี่ยนทิศทาง และทำให้ตลิ่งพัง ขณะที่ตะกอนจากพังทลายของตลิ่งและการระเบิดแก่งจะไปทับถมบริเวณที่เป็น deep pool หรือวังน้ำลึกตามลำน้ำโขง  ซึ่งวังน้ำเหล่านี้คือที่อยู่อาศัยของปลาในฤดูแล้ง และเป็นพื้นที่ทำการประมงของชาวบ้าน  

อาจารย์มหาวิทยาลัยกล่าวว่าเมื่อคราวที่จีนระเบิดแก่งแม่น้ำโขงเฟสแรก เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วทำให้ตลิ่งแม่น้ำโขงแถบอำเภอเชียงแสน  เชียงของ และเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย พังทลาย เนื่องจากกระแสน้ำเปลี่ยนทิศและสร้างความเสียหายแก่พื้นที่เกษตร และบ้านเรือนของชาวบ้านที่ติดกับริมแม่น้ำโขง  ขณะที่บริเวณวังน้ำลึกในแม่น้ำโขงหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “คก”  ที่ลึกหลายสิบเมตร ถูกทับถมด้วยทรายจนปลาไม่สามารถอาศัยได้ และชาวประมงพื้นบ้านต้องสูญเสียพื้นที่ทำการประมง

ไชยณรงค์กล่าวว่า นอกจากนี้การควบคุมน้ำจากเขื่อนจีนเพื่อให้มีการระเบิดแก่ง ยังทำให้ “ไก” หรือสาหร่ายแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นอาหาร และแหล่งสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจของชุมชนตั้งแต่แม่น้ำโขงบริเวณพรมแดน พม่า-ลาว ไทย-ลาว มาจนถึงหลวงพระบาง จะไม่สามารถงอกได้ เพราะน้ำโขงจะขุ่นขึ้นจากการปล่อยน้ำของเขื่อนจีน ในช่วงที่ต้องการเดินเรือ และจากกิจกรรมการระเบิดแก่งและขุดลอกแม่น้ำโขง  ซึ่งคาดว่าจะทำให้การเก็บไกลดลงเหลือเพียงร้อยละ 30  จากที่เคยเก็บหาได้  นั่นหมายถึงการที่ชาวบ้านริมฝั่งโขงทั้งในพม่า ไทย  และลาว  ต้องสูญเสียอาหารและรายได้ทางเศรษฐกิจในช่วงดูแล้งที่มีการระเบิดแก่งในช่วง ระยะเวลาถึง  3  ปี อีกทั้งระดับน้ำที่ขึ้น-ลง ไม่ปกติตามธรรมชาติ ยังจะทำให้ไกแห้งตายและก่อให้เกิดปัญหาไก หลุดจากหาดหินไปติดเครื่องมือหาปลาของชาวบ้านและทำให้เกิดความเดือดร้อนและ ต้องหาทางกำจัดไกจากเครื่องมือประมงอีก

นักวิชาการผู้นี้กล่าวด้วยว่านอกจากนี้ ยังจะส่งผลกระทบด้านการประมงของชาวบ้าน  โดยชาวประมงจะจับปลาได้น้อยลงถึง 50 % จากที่เคยจับได้  เพราะปลาหลงฤดูจากการที่น้ำโขงผันผวน  ผลกระทบนี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวไปจนถึงชาวประมงในกัมพูชาอีกด้วย รวมไปถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับ ปลาบึก (Mekong Giant Catfish) ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งพบในแม่น้ำโขงแห่งเดียว  และแม่น้ำโขงบริเวณเหนือเชียงของขึ้นไป เช่น ที่บ้านเมืองกาญจน์และเชียงแสน คือแหล่งวางไข่ของปลาบึก  

“ปัจจุบันปลาบึกยังอยู่ในบัญชีรายชื่อสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์อย่าง ยิ่งยวด critically endangered species ของ IUCN ในเชิงนิเวศน  สิ่งที่จะสูญเสียจากการระเบิดแก่งระยะที่ 2 ของจีน  คือการสูญเสียระบบนิเวศนแม่น้ำโขงที่มีความหลากหลายอย่างถาวร ทั้งแก่งหิน หาดหิน หาดทราย  เพราะแม่น้ำโขงถูกทำให้เป็นช่องน้ำลึก  ระบบนิเวศนที่สูญเสียไปนี้คือแหล่งอาศัยของปลาไม่ต่ำกว่า  88  ชนิด พรรณพืชมากกว่า  65  ชนิดที่ขึ้นตามแก่ง หาด และชายฝั่ง  และสูญเสียถิ่นอาศัยสำหรับนกไม่ต่ำกว่า  20   ชนิดข้อมูลตัวเลขชนิดพรรณที่อ้างอิงนี้ นับเฉพาะแม่น้ำโขงแถบเชียงแสน เชียงของ และเวียงแก่น เท่านั้น หากสำรวจถึงหลวงพระบางอาจมีมากกว่านี้

ไชยณรงค์กล่าวว่า การระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงยังมีปัญหาทางด้านเสียงและคลื่นน้ำต่อชุมชน เนื่องจากเสียงและคลื่นจากการเดินเรือขนาดใหญ่ไปจนถึง 500 ตันของจีน จะทำให้ปลาในแม่น้ำโขงไม่อพยพแล้ว  เสียงและคลื่นจากการเดินเรือขนาดใหญ่จะทำให้ชาวประมงไม่สามารถใช้เครื่องมือ หาปลาพื้นบ้านได้และชาวประมงพื้นบ้านรวมทั้งชาวบ้านที่ใช้แม่น้ำโขงเป็น เส้นทางสัญจรยังต้องเสี่ยงอันตรายจากคลื่นขนาดใหญ่ของเรือสินค้าจีน   ดังเช่นที่ชาวบ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสนกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้

“อีกประเด็นคือ ข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขงของ 4 ประเทศ (จีน ลาว พม่า ไทย)  ทำให้เบียดขับชาวบ้านออกไป เพราะห้ามวางเครื่องมือประมงกีดขวางการเดินเรือ แม่น้ำโขงคือพื้นที่หาปลาของชาวบ้าน เขาต้องวางเครื่องมือหาปลาในแม่น้ำโขง ชาวบ้านจะเดือดร้อนหนัก

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์