กลุ่มติดอาวุธในรัฐกะเหรี่ยงหลายกลุ่มนำโดย พ.อ.ซอว์ชิตตู่ ผู้นำกองกำลัง KNA/BGF ล้มเหลวในการเจรจาให้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU เปิดใช้ทางหลวงสายเอเชีย AH-1 หลังก่อนหน้านี้ทางการไทยเรียกร้องให้ KNU กลับมาเปิดถนนสายดังกล่าวซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญไทย-พม่า โดย KNU หวั่นทหารพม่าฉวยโอกาสใช้เป็นเส้นทางรุกคืบยึดพื้นที่เมียวดีคืน
11 ต.ค. 2567 เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU และกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มอื่นๆ ได้ประชุมหารือเรื่องการเปิดทางหลวงเอเชียไปสู่ไทย หลังจากที่มีการปิดทางหลวงสายดังกล่าวนี้มาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแล้ว
ก่อนหน้านี้ในช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางการไทยเปิดเผยว่าจะหารือกับพม่าในเรื่องการซ่อมแซมทางหลวงเอเชียสายหนึ่ง AH-1 ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการค้ากับพม่า โดยที่ประเทศไทยสนับสนุนให้มีการซ่อมแซมทางหลวงนี้หลังจากที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบภายในพม่า
ทางหลวงเอเชียสาย 1 มีระยะทาง 1,500 กม. จากเมียวดีเมืองบริเวณพรมแดนไทย-พม่า ไปจนถึงทามู พรมแดนระหว่างพม่ากับอินเดีย แต่เมื่อเดือน ธ.ค. 2566 ก็มีการปิดถนนเส้นนี้เพราะ KNU กับพันธมิตรของพวกเขาได้ทำการโจมตีกอกะเร็ก ก่อนหน้าที่จะมีการปิดถนนนั้น การค้าของพรมแดนที่เชื่อมโยงกับทางหลวงสายนี้มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี

ทหาร BGF รัฐกะเหรี่ยงลาดตระเวนทางหลวงเอเชีย AH-1 (ที่มา: แฟ้มภาพ/อิรวดี)

รถขนสินค้า ต้องหันไปใช้ทางหลวงสายเมียวดี-กอกะเร็กสายเก่าเนื่องจากทางหลวงเอเชีย AH-1 ถูกปิด อย่างไรก็ตามถนนสายเก่าสภาพถนนไม่ค่อยดี และตามรายทางเต็มไปด้วยด่านเก็บเงินของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มในรัฐกะเหรี่ยง (ที่มา: อิระดี/นักข่าวพลเมือง)
ในการประชุมกับกลุ่ม KNU ที่เมืองพะอัน เมืองหลวงรัฐกะเหรี่ยง มีผู้เข้าร่วมประชุมคือ พ.อ.ซอว์ชิตตู่ ผู้นำกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง KNA หรืออดีตกองกำลังพิทักษ์ชายแดนรัฐกะเหรี่ยง BGF พล.ต.ชเว วา จากกองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตยผู้มีใจเมตตา DKBA และ พ.ต. ซอจ่อจ่อ จากสภาสันติภาพกองกำลังกะเหรี่ยงหรือ KNLA-PC
กองทัพพม่าพยายามกดดันกลุ่มพันธมิตรของพวกเขาไม่ว่าจะเป็น KNA/BGF, DKBA และ KNLA0PC ให้เปิดเส้นทางหลวงสายเอเชีย ขณะที่ทางการไทยก็ได้เรียกร้อง KNU ในเรื่องเดียวกัน ซึ่งทางฝ่าย KNU ได้ปฏิเสธที่จะกลับมาเปิดทางหลวงสายเอเชีย หรือ AH-1 อีกครั้ง
กองพลน้อย 6 ของ KNU ได้ให้เหตุผลในเรื่องนี้ว่า เพราะกองทัพเผด็จการพม่าอาจจะอาศัยทางหลวงเอเชีย AH-1 เป็นช่องทางในการรุกคืบมายังเมียวดีได้ ในขณะที่โฆษกของ KNU ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่า "มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดถนนทางหลวงในตอนนี้ ที่ผมพูดได้มีเท่านี้"
ในขณะที่ซอชิตตู่ ผู้นำ BGF เป็นผู้ที่เรียกร้องให้มีการกลับมาเปิดทางหลวงสายเอเชีย AH-1 อีกครั้ง ซึ่งผู้บัญชาการของกองพลน้อย 6 ของ KNU ปฏิเสธไม่ยอมทำตามคำขอของเขา
ทั้งนี้ฝ่ายต่อต้านของพม่า ยังระบุว่า พวกเขาได้สู้รบกับกองทัพพม่าที่ทางหลวงสายเอเชีย AH-1 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งกองทัพฝ่ายเผด็จการกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่หลงเหลือจากปฏิบัติการอ่องเซยะ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่กองทัพพม่าพยายามรุกคืบจากกอกะเร็กเพื่อเสริมกำลังเข้าเมียวดี และแม้แต่ในเดือนกันยายนที่ผ่านมากองทัพพม่าก็ยังคงพยายามเสริมกำลังรุกคืบสู่เมียวดี
ก่อนหน้านี้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU พยายามบุกยึดเมืองเมียวดีเมื่อ 7 มีนาคมที่ผ่านมา โดยสามารถยึดค่ายทหารพม่า ตามรายทางถนนสายเอเชีย AH-1 ก่อนเข้าเมืองเมียวดีได้ ได้แก่ค่ายติงกานญีนอง ได้แก่ กองพันทหารราบที่ 355, 356 และ 357 และสามารถยึดค่ายกองพันทหารราบที่ 275 ปากทางเข้าเมืองเมียวดีเมื่อ 11 เมษายน อย่างไรก็ตามกองพันทหารราบที่ 275 ล่าถอยไปยึดอาคารคลังสินค้า เชิงสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 อาศัยการสนับสนุนทางอากาศ และสามารถยันการรุกเอาไว้ได้
โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ฝ่ายทหารกะเหรี่ยง KNU ออกไปรักษาจุดยุทธศาสตร์นอกเมืองเมียวดี โดยเฉพาะทางหลวงสายเอเชีย AH-1 ส่วนทหารกะเหรี่ยง KNA/BGF กลุ่มของซอว์ชิดตู่ กลับมาร่วมมือกับกองทัพพม่า โดยเป็นกองกำลังหลักในการรักษาความปลอดภัยเมืองเมียวดี ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐบาลพม่ายังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ นอกจากกองพันทหารราบที่ 275 ยังมีตำรวจพม่าที่ดูแลสถานีตำรวจและเรือนจำเมียวดีอยู่ด้วย นอกจากนี้ข้าราชการพม่ายังดูแลหน่วยงานศุลกากร และตรวจคนเข้าเมือง
ส่วนสถานการณ์ขนส่งสินค้าเข้าเมืองเมียวดี คนขับรถประจำทางกล่าวยืนยันว่ามีการสู้รบเกิดขึ้นจริงๆ ในพื้นที่ดังกล่าว ตัวเขาเองเคยเผชิญเหตุการณ์ที่มีระเบิดตกใส่ใกล้กับรถเขามาก จากนั้นมาเวลาที่คนขับรถเห็นเครื่องบินพวกเขาจะหยุดแล้วก็หาที่ซ่อนตัวเสมอ
อย่างไรก็ตามพลเรือนที่ผ่านเส้นทางเมียวดี-กอกะเร็กอยากให้ทางหลวงสายนี้กลับมาเปิดเร็วๆ เพราะกลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยงทำการชาร์จค่าผ่านทางแพงมาก
คนขับรถประจำทางบอกว่า เขามีปัญหากับทั้งค่าผ่านทางแพงบนเส้นทางเมียวดี-กอกะเร็ก แต่จะให้กลับไปขับรถที่ย่างกุ้งก็ทำเงินไม่ได้เพราะค่าน้ำมันแพง ทำให้เขาได้แต่รอให้ถนนเส้นทางสายเอเชียกลับมาเปิดใช้
มีคนขับรถเปิดเผยว่ากลุ่มติดอาวุธที่เก็บค่าผ่านทางแพงที่สุดคือกลุ่ม KNLA-PC ที่ด่านเทาะกอก่อ (Htaw Kaw Koe) จากด่านทั้งหมด 40 แห่งที่กลุ่มติดอาวุธเป็นฝ่ายควบคุม ทำให้บางส่วนเลี่ยงไปใช้เส้นทางเลือกเส้นทางอื่น
ในขณะที่กลุ่มติดอาวุธหารายได้จากค่าผ่านทาง ประชาชนในพื้นที่รัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยงก็ประสบปัญหาข้าวของแพงขึ้นเพราะค่าขนส่งมากขึ้น
เรียบเรียงจาก
KNU Refuses to Reopen Myanmar’s Asian Highway, Irrawaddy, 04-10-2024
https://www.irrawaddy.com/news/burma/knu-refuses-to-reopen-myanmars-asian-highway.html
ไทยผลักดันหารือซ่อมทางหลวงเมียนมา, Voice of America, 20-09-2024
https://www.voathai.com/a/thailand-pushing-for-talks-to-repair-key-myanmar-highway/7791000.html