ญาติของนักโทษการเมืองในซีเรีย เล่าให้ฟังถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำ ทนาย และบุคคลใกล้ชิดรัฐบาลเผด็จการ หลอกรีดไถเงินโดยสัญญาว่าจะให้ข่าว ได้พบหน้า หรือปล่อยตัว แต่ไม่เคยเกิดขึ้น ซ้ำมีรายงานเผยเงินดังกล่าวกลายเป็นทุนของรัฐบาลอัสซาด ตัวเลขความเสียหายอาจสูงกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สืบเนื่องจากกลุ่มกบฏในซีเรียสามารถโค่นล้มเผด็จการ 'บาชาร์ อัล อัสซาด' และมีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองจากคุกในซีเรียหลายแห่ง ทำให้เรื่องราวของพวกเขาถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณชน โดยเฉพาะเรื่องความโหดร้าย และการซ้อมทรมานนักโทษการเมืองในภายในเรือนจำ
นอกจากนี้ เรือนจำยังถูกใช้เป็นแหล่งรีดไถเงินของประชาชนซีเรีย เพื่อแลกกับการพบหน้า ข่าวคราว และปล่อยตัวนักโทษการเมือง ซึ่งเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้สนับสนุนรัฐบาลเผด็จการอัล อัสซาด
กลุ่มสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า รัฐบาลอัสซาด ขูดรีดด้วยการหลอกใช้ความรู้สึกของประชาชนชาวซีเรียที่กำลังเป็นห่วงสมาชิกครอบครัวและคนที่เขารัก โดยการหลอกให้ประชาชนติดสินบนจำนวนมาก เพื่อแลกกับข่าวคราวของสมาชิกครอบครัวของพวกเขา ซึ่งเงินสินบนดังกล่าวอาจมีจำนวนรวมสูงถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
บางกรณีกลุ่มเจ้าหน้าที่ ทนาย นักต้มตุ๋น และบุคคลใกล้ชิดกับอัสซาด จะหลอกขูดรีดเงินจากญาติของผู้สูญหาย แต่ไม่ยอมเปิดเผยข่าวสารให้ มากกว่านั้น บางคนอาจเสียชีวิตภายในเรือนจำของอัสซาดไปแล้ว
หนึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นจริง คือ ซานา โอมาร์ อายุ 38 ปี จากเมืองอเลปโป ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของซีเรีย เธอเดินทางไปที่กรุงดามัสกัส เพื่อติดตามข่าวของน้องชายที่ชื่อ ‘มูฮัมหมัด’ ที่หายตัวตอนอายุ 15 ปี โดยหายตัวไปตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา โอมาร์ เล่าให้ฟังตอนอยู่ที่ห้องดับจิตของโรงพยาบาล ท่ามกลางศพอื่นๆ จากเรือนจำดามัสกัสที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้
โอมาร์ เล่าว่า เธอกับพ่อของเธอพยายามวิ่งเต้นอย่างหนัก เพื่อที่จะได้รู้ชะตากรรมของน้องชาย ทั้งจ่ายเงินให้ใครก็ตามที่น่าจะติดตามเรื่องนี้ได้ มีทนายความที่สัญญาว่าจะเอาเอกสารเรื่องนี้มาให้ แต่ก็ไม่เคยนำมาให้ พ่อของเธอเดินทางไปเรือนจำที่ดามัสกัสทุกปี เพื่อถามถึงลูกตัวเองจากทนายหรือจากคนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะเรียกเงินครอบครัวพวกเขา 200,000-400,000 ปอนด์ซีเรีย หรือ ราว 530-1,050 บาท ซึ่งพวกเขาก็จ่ายให้
คนที่รับเงินครอบครัวโอมาร์ บอกว่าพวกเขาจะได้เจอมูฮัมหมัด แต่พวกเขาก็รอเป็นเวลาหลายเดือนผ่านไป แต่ก็ไม่เคยได้บัตรอนุญาตเข้าเยี่ยมนักโทษ พวกเขาจ่ายเงินให้กลุ่มคนเหล่านี้ต่อเนื่องเกือบ 5 ปี จนกระทั่งหมดหวัง
เรือนจำที่โหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งในซีเรีย คือ ‘เรือนจำเซดนายา’ มีการทารุณกรรมนักโทษด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึงมีห้องทิ้งศพไว้ที่เรือนจำจนมีฉายาว่าเป็น "โรงเชือดมนุษย์" สมาคมผู้ต้องขังและบุคคลสูญหายเรือนจำเซดนายา ได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าครอบครัวต่างๆ ได้จ่ายเงินไว้เท่าไหร่เพื่อแลกกับข่าว การเข้าเยี่ยม หรือการทั้งการปล่อยตัวของครอบครัวคนรักของพวกเขา
ทางสมาคมทำการสำรวจด้วยวิธีการสัมภาษณ์ ผลออกมาคือเหล่าข้าราชการและคนทำงานให้ภาครัฐโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองจากการขูดรีดเช่นนี้ถึงเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยปัจจุบัน ราว 3.1 หมื่นล้านบาท
โครงการรายงานกรณีองค์กรอาชญากรรมและการคอร์รัปชัน (OCCRP) เคยรายงานเรื่องนี้โดยอ้างอิงจาก สมาคมผู้ต้องขังและบุคคลสูญหายเรือนจำเซดนายาว่า การจับกุมคุมขังผู้คนแล้วรีดไถเงินจากญาติๆ พวกเขากลายเป็นแหล่งรายได้แหล่งใหญ่ของภาครัฐและกลไกการกดขี่ประชาชนในซีเรีย
เรือนจำเซดนายา เป็นเรือนจำที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ห่างออกไปทางเหนือของตัวเมืองดามัสกัส 30 กม. เมื่อประตูของเรือนจำเปิดออก นักโทษได้รับการปลดปล่อยโดยกลุ่มกบฏ เหล่าญาติๆ และคนรักของนักโทษเหล่านี้ก็ใช้วิธีเข้ามาเปิดดูบัญชีของเรือนจำ เพื่อหาข่าวของคนรักของพวกเขาที่หายตัวไปในยุคอัสซาด
ในยุคสมัยอัสซาด มีการคุมขังประชาชนมากถึงหลายแสนรายนับตั้งแต่ที่มีการประท้วงต่อต้านระบอบเผด็จการของเขาในปี 2554 เป็นต้นมา
มีญาติบางคนเล่าว่าพวกเขาพยายามจ่ายเงินใต้โต๊ะให้คนของรัฐที่สัญญาว่าจะปล่อยตัวญาติพี่น้องของเขาที่ถูกจับกุมและยัดข้อหาก่อการร้าย แต่ก็ไม่มีการปล่อยตัวตามสัญญาไม่ว่าจะจ่ายไปเท่าไหร่ก็ตาม
นักโทษจำนวนมากยังไม่ทราบชะตากรรม
แม้ว่ากลุ่มกบฏซีเรียที่ช่วยปลดปล่อยนักโทษ จะพยายามควานหาผู้คนที่น่าจะตกค้างอยู่ในเรือนจำ ไม่ว่าจะค้นตามฟูกนอน หรือทำลายกำแพงเรือนจำ เพราะได้ยินข่าวลือว่ามีห้องลับกักตัวนักโทษ แต่ครอบครัวหลายครอบครัวก็ต้องผิดหวังที่ไม่เจอตัวคนที่พวกเขารัก ซึ่งอาจจะเสียชีวิตไปแล้ว หรืออาจกลายเป็นผู้สูญหายไปตลอด
มีบางส่วนเหมือนกันที่ถูกทางการหลอกเพื่อเอาเงิน เช่น คุณแม่คนหนึ่งจากย่านชนบทของอเลปโป ชื่อ อายูช ฮัสซัน พยายามตามหาลูกชายเธอที่เซดนายา เธอบอกว่าเคยจ่าย 300,000 ปอนด์ซีเรีย (ราว 780 บาท) เพื่อขอข้อมูลลูกของเธอ คนของทางการบอกว่าลูกของเธอสบายดี แต่เมื่อเรือนจำได้รับการปลดปล่อยแล้ว เธอก็ต้องผิดหวัง เพราะมาดูแล้วกลับไม่พบลูกของเธอ
ฮัสซัน บอกว่า เธอรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่สามารถรับรู้ชะตากรรมของลูกได้ "พวกเราต้องการลูกของพวกเรา ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่ เสียชีวิตแล้ว ถูกเผา กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว หรือจะถูกฝังในหลุมศพหมู่ก็ตาม แค่ขอให้บอกพวกเรา"
"พวกนั้นโกหกพวกเรา พวกเราถูกหลอกให้มีความหวังมาโดยตลอด 13 ปี คิดว่าเขาจะออกมาในเดือนนี้ สองเดือนหน้า หรือปีนี้ หรือในวันแม่ ... มันเป็นเรื่องโกหกทั้งหมด" ฮัสซัน กล่าว
เรียบเรียงจาก
Syrian jails were an extortion machine funding ousted rulers, France24, 16-12-2024
https://www.france24.com/en/live-news/20241216-syrian-jails-were-an-extortion-machine-funding-ousted-rulers
Report: Extortion in Syrian Prisons Funding Assad Regime, OCCRP, 05-01-2021
https://www.occrp.org/en/news/report-extortion-in-syrian-prisons-funding-assad-regime
