หลังจากที่กลุ่มกบฏซีเรียโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการ บาชาร์ อัล อัสซาด ได้สำเร็จ ก็มีคำถามว่าการเปลี่ยนผ่านทางอำนาจต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร กองกำลังแนวร่วมฝ่ายกบฏได้จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลซึ่งทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพในประเทศ แต่ทว่าผู้เชี่ยวชาญก็บอกว่ากลุ่มกบฏควรจะมีการเปลี่ยนผ่านไปเป็นรัฐบาลพลเรือน ไม่นั้นจะกลายสูญเสียความเชื่อมั่นจากนานาชาติ
หลังจากที่มีการโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการ บาชาร์ อัล อัสซาด ได้สำเร็จ กลุ่มแนวร่วมฝ่ายกบฏที่ก่อการในครั้งนี้ ชื่อกลุ่ม ฮายัต ทาร์รีร์ อัลชัม HTS ได้จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลขึ้นด้วยชื่อ "รัฐบาลกอบกู้ซีเรีย" หรือ SSG
โดยที่ อาห์เหม็ด อัล ชารา ผู้นำและผู้บัญชาการสูงสุดของ HTS ได้แต่งตั้งให้ โมฮัมเหม็ด อัล บาชีร์ เป็นผู้นำรัฐบาลเฉพาะกาลไปจนถึงวันที่ 1 มีนาคม 2568
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลเช่นนี้เป็นไปเพื่อสร้างเสถียรภาพให้ประเทศซีเรียหลังการล่มสลายของรัฐบาลเดิม มีการจัดการบริการพื้นฐานให้ประชาชนอย่างน้ำ ไฟ อินเทอร์เน็ต อีกทั้งรัฐบาลเฉพาะกาลนี้ยังทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดการสู้รบกันเองระหว่างกลุ่มติดอาวุธแต่ละฝ่ายเพื่อแย่งชิงทรัพยากรและตำแหน่งในรัฐบาลด้วย
อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญก็เตือนว่า ถ้าหากรัฐบาลเฉพาะกาลที่ตั้งโดย HTS ไม่ยอมลงจากอำนาจแล้วเปลี่ยนผ่านอำนาจไปสู่รัฐบาลพลเรือนภายใน 3 เดือน พวกเขาก็จะสูญเสียความเชื่อมั่นได้
องค์ประกอบรัฐบาลรักษาการของซีเรีย
โมฮัมเหม็ด อัล มาชีร์ ผู้นำรัฐบาลรักษาการของซีเรียเป็นเทคโนแครตจาก "รัฐบาลกอบกู้ซีเรีย" หรือ SSG ซึ่งตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2560 ที่อิดลิบ ในช่วงเดียวกับที่ HTS ครองอำนาจในพื้นที่อิดลิบ โดยที่ SSG ตั้งขึ้นโดยเน้นผู้นำเป็นกลุ่มเทคโนแครตจากพลเรือน
โรบิน ยัสซิน คัสซับ ผู้เชี่ยวชาญด้านซีเรียมองว่า อัล บาชีร์ นั้นบริหารงานได้ดีพอสมควรในอิดลิบ จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลถ้าหากจะมีการนำโมเดล SSG ในระดับอิดลิบขยายไปสู่ในระดับซีเรียทั่วประเทศ
อัล บาชีร์ มีภูมิหลังด้านวิศวกรรมไฟฟ้า, การจัดการโครงการ และการวางแผนการปกครอง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นมืออาชีพที่มีความรู้ในเรื่องการดำเนินการด้านบริการพื้นฐานในประเทศ ก่อนหน้านี้ อัล บาชีร์ ยังเคยทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีด้านการพัฒนาและกิจการมนุษยธรรมของ SSG มาก่อนด้วย
ขณะเดียวกัน อัสซาด อัล อาจี ผู้อำนวยการบริหารองค์กรเอ็นจีโอ เบย์ตนา ที่ส่งเสริมภาคประชาสังคมในซีเรียตลอดช่วงสงครามกลางเมืองก็มองว่า อัล บาชีร์ มีความสนใจงานด้านมนุษยธรรมเพราะมันมีงบประมาณอยู่ที่นั่น ซึ่ง อัล อาจี หมายถึงนโยบายของ SSG ที่ให้มีการเก็บภาษีกลุ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
อัล บาชีร์ ได้รับเลือกจากสภาชูราในอิดลิบเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2567 ให้เป็นนายกรัฐมนตรีของ SSG ซึ่งอัล บาชีร์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่า ในตอนนี้จะมีการจัดวางผู้ดำรงตำแหน่งกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาลรักษาการซีเรียโดยอ้างอิงจากตำแหน่งเดิมของพวกเขาใน SSG ไปก่อน จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้
จะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจไหม
ถึงแม้ว่าอัล บาชีร์ จะมีบทบาทเด่นในรัฐบาลใหม่ แต่ อัล อาจี ก็มองว่ารักษาการนายกรัฐมนตรีผู้นี้ ก็ไม่ได้ทะเยอทะยานอยากรวบอำนาจไว้กับตัวเอง แต่ก็มีความกังวลว่ารัฐบาลรักษาการจะกุมอำนาจเอาไว้นานกว่า 3 เดือน
มีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนก็กังวลว่ากลุ่มกบฏ HTS จะตั้งตัวเป็นเผด็จการใหม่ที่ปกครองซีเรียแบบควบคุมด้วยกำลัง เคยมีรายงานจากเครือข่ายชาวซีเรียเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า HTS ใช้วิธีการโต้ตอบผู้วิพากษ์วิจารณ์และฝ่ายตรงข้ามด้วยการอุ้มหายหรือทารุณกรรมจนเสียชีวิต
ยัสซิน คัสซาบ บอกว่า วิธีการที่ HTS จะข่วยคลายกังวลในเรื่องนี้ได้คือการเสนอโร้ดแมปที่ชัดเจนว่าจะมีการเจรจาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ตอนไหน ถึงค่อยมีการจัตตั้งรัฐบาลผสม รวมถึงควรจะปฏิบัติตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2254 ที่ระบุให้ควรจะมีช่วงเปลี่ยนผ่านอยู่ที่ 18 เดือน ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญในแบบที่ให้การมีส่วนร่วมกับรัฐบาลผสม และให้มีการเลือกตั้งภายใต้การดูแลของยูเอ็น
ยัสซิน คัสซาบ บอกว่าถ้าหาก HTS ปฏิบัติตาม ก็จะทำให้ทั้งชาวซีเรียและประชาคมโลกให้ความชอบธรรมกับรัฐบาลใหม่มากขึ้น
สภาพการณ์ของซีเรียภายใต้รัฐบาลเปลี่ยนผ่านมีแนวโน้มอย่างไร
บาซิล อับดุล อะซิซ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังในรัฐบาลเปลี่ยนผ่านบอกว่า พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจจากเดิมที่เน้นควบคุมโดยรัฐให้กลายเป็นตลาดเสรีมากขึ้น มีการเปิดเสรีด้านการนำเข้า-ส่งออกมากขึ้น ลดขั้นตอนโดยยกเลิกระบบการใช้ธนาคารกลางซีเรียเป็นตัวกลางและเป็นผู้ให้อนุญาตในการนำเข้าส่งออก
หลังจากการโค่นล้มอัสซาดได้ไม่นานยังเกิดเหตุการณ์ที่ผู้คนซึ่งเคยอพยพลี้ภัยจากประเทศซีเรียเดินทางกลับประเทศ และผู้พลัดถิ่นก็เดินทางกลับภูมิลำเนาตัวเอง จนทำให้ค่าเงินซีเรียแข็งตัวขึ้นเทียบกับค่าเงินต่างประเทศ เพราะผู้อพยพที่กลับมานำเงินต่างชาติหลั่งไหลเข้าประเทศด้วย ค่าเงินที่แข็งขึ้นส่งให้สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาลดลงด้วย
นอกจากนี้รัฐบาลเฉพาะกาล SSG ยังได้ประกาศแผนการที่จะแก้ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพในราชการ ส่งเสริมการนำระบบดิจิทัลมาใช้กับกระบวนการทางราชการ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ข้าราชการ
ในเรื่องการแก้ไจหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญนั้น โฆษกของรัฐบาลเฉพาะกาลระบุว่าจะให้มีการระงับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไปก่อน 3 เดือน โดยจะมีการตั้ง "คณะกรรมการด้านตุลาการและสิทธิมนุษยชน" ขึ้นมาพิจารณารัฐธรรมนูญก่อนการแก้ไข
อัล ชารา กล่าวว่าในแง่ของการจัดการปกครองนั้นจะให้มีการหารือกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญก่อน หลังจากนั้นจึงจะจัดให้มีการเลือกตั้งโดยประชาชนเป็นการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย
สำหรับประเด็นการทหารนั้น อัล บาชีร์ ระบุว่า รัฐมนตรีกลาโหมของ SSG จะมีการปรับโครงสร้างโดยนำกลุ่มกลุ่มกบฏในอดีตและเจ้าหน้าที่ๆ แปรพักตร์มาจากกองทัพของอัสซาดมาใช้ในงานด้านกลาโหม
ท่าทีต่างประเทศต่อ HTS และรัฐบาลเฉพาะกาล
ในแง่ของการต่างประเทศนั้นมี ประเทศ อียิปต์, อิรัก, ซาอุดิอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, จอร์แดน, บาห์เรน, โอมาน, ตุรกี, อิตาลี และฝรั่งเศสที่ฟื้นคืนความสัมพันธ์กับซีเรียหลังอัสซาดถูกโค่นล้มแล้ว รัฐบาลเฉพาะกาลได้พบปะกับผู้แทนจากประเทศ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อังกฤษ และผู้แทนสหภาพยุโรป หลังอัสซาดถูกโค่นล้ม รวมถึงมีการพบปะกับทูตสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา
บาร์บารา ลีฟ ทูตระดับสูงของสหรัฐฯ ที่ไปเยือนกรุงดามัสกัสเพื่อพบปะกับ อัล ชาราห์ ผู้นำ HTS เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมาบอกว่าการพบปะเป็นไปด้วยดี โดยมีการหารือเรื่องการเปลี่ยนผ่านอำนาจของซีเรีย ลีฟบอกอีกว่าทางการสหรัฐฯ จะมีการพิจารณายกเลิกการตั้งค่าหัว อัล ชาราห์ จากที่ก่อนหน้านี้ HTS ถูกนับเป็นกลุ่มก่อการร้ายโดยทางการสหรัฐฯ ซึ่ง HTS เป็นกลุ่มที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับอัลกออิดะฮ์แต่ต่อมาในช่วงหลังๆ ก็มีการประกาศว่าทาง HTS ก็เริ่มตีตัวออกห่างและประกาศตัดความสัมพันธ์กับอัลกออิดะฮ์
อย่างไรก็ตาม HTS ก็ยังมีข้อกล่าวหาตbดตัวเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง การใช้ความรุนแรงและกดขี่ผู้หญิง การทารุณกรรมผู้ต้องขัง การบังคับเปลี่ยนศาสนา การปิดกั้นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบังคับให้เด็กเข้าร่วมสงคราม ซึ่งทางชาติตะวันตกเคยมีท่าทีระมัดระวังกับการเข้าหากลุ่ม HTS ในฐานะที่ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย
ทางสหภาพยุโรปได้หารือกันว่าจะมีการปฏิสัมพันธ์กับซีเรียหลังยุคอัสซาดอย่างไร โดยมีการส่งทูตระดับอาวุโสคือ มิชาเอล อุนมาชต์ ไปเป็นตัวแทนหารือกับ HTS ทางด้าน คาจา คัลลาส ประธานฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู ระบุว่าสิ่งที่อียูเป็นห่วงเกี่ยวกับซีเรียหลังยุคอัสซาดนั้น คือเรื่องที่พวกเขาไม่ต้องการให้กลุ่มหัวรุนแรง, รัสเซีย และอิหร่านเข้าไปมีอิทธิพล และเรียกร้องให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านสะท้อนความหลากหลายของประชาชนในประเทศตัวเองโดยเฉพาะชนกลุ่มน้อย
ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ หนึ่งในชนกลุ่มน้อยคือชาวเคิร์ด ที่มีประชากรอยู่ร้อยละ 10 ของซีเรีย และมีส่วนร่วมในการสู้รบต่อต้านรัฐบาลอัสซาด ได้เรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ประเทศซีเรียทั้งหมด
โดยหลังจากที่รัฐบาลอัสซาดถูกโค่นล้มแล้วก็ยังคงมีการสู้รบประปรายเกิดขึ้นระหว่างชาวเคิร์ดกับกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากตุรกี โดยที่ถึงแม้ว่าผู้นำตุรกีจะต่อต้านอัสซาด แต่ตุรกีก็มองชาวเคิร์ดว่าเป็นศัตรู เพราะในประเทศตุรกีเองมีขบวนการแบ่งแยกดินแดนโดยชาวเคิร์ด
เหล่าผู้นำเขตกึ่งปกครองตนเองชาวเคิร์ดทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการสู้รบทั้งหมดในซีเรียเพื่อให้มีการ "เริ่มเจรจาหารือในระดับชาติอย่างสร้างสรรค์และครอบคลุม"
เรียบเรียงจาก
What to know about Syria’s new caretaker government, Aljazeera, 15-12-2024
US held 'very productive' first meeting with Syria's al-Sharaa, Reuters, 21-12-2024
German diplomat opens EU contact with Syrian leadership, Yahoo, 17-12-2024
Syria updates: Assad makes first statement since ousting, DW, 16-12-2024
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Syrian_transitional_government
https://en.wikipedia.org/wiki/Hay%27at_Tahrir_al-Sham
