Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

‘มีความหวัง’ รมว.แรงงาน สั่งกรมสวัสดิการฯ จัดทำข้อมูล เตรียมชง ครม.เบิกงบกลาง ช่วยคนงานถูกนายจ้างลอยแพ 4 บริษัท ได้แก่ ยานภัณฑ์ บอดี้แฟชั่น แอลฟ่า สปินนิ่ง และเอเอ็มซี สปินนิ่ง รวมกันประมาณ 500 ล้าน

 

4 ก.พ. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งวันนี้ (4 ก.พ.) ที่ห้องประชุมของ ก.พ.ร.เก่า ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล  อดีตคนงานจาก 4 บริษัท  ประกอบด้วย 'ยานภัณฑ์' 'บอดี้แฟชั่น' 'แอลฟ่า สปินนิ่ง' และ 'เอเอ็มซี สปินนิ่ง' เข้าร่วมประชุมกับ สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองในรัฐบาลเเพทองธาร ชินวัตร และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มคนงาน คือให้รัฐบาล หรือรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน เบิกงบประมาณรายจ่ายกลางมาจ่ายให้คนงานที่ถูกลอยแพ ค้างค่าชดเชย และให้ทางภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปติดตามเอาเงินคืนกับนายจ้าง

สำหรับคนงานจากบริษัทยานภัณฑ์ ได้เดินทางเข้ามาตั้งแต่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเมื่อเวลา 14.00 น. คนงานนั่งรถจากหน้าโรงงานยานภัณฑ์ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เข้ามาพบพิพัฒน์ ที่กระทรวงแรงงาน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปิดประตู 3 ถนนมิตรไมตรี ซอย 1 ไม่ให้เข้าไปในกระทรวง อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ส่งตัวแทนคนงานเข้าไปพบพิพัฒน์ แบบไม่เป็นทางการแทน

ก่อนที่ในเวลา 18.30 น. แรงงานได้นั่งรถไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อค้างแรมปักหลักรอประชุมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่อาคาร ก.พ.ร.เก่า เวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 4 ก.พ.นี้

ความคืบหน้าล่าสุด เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน รายงานวันนี้ (4 ก.พ.) เมื่อ 13.45 น. หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนคนงาน และพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มาเล่าถึงผลการหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาคนงานถูกนายจ้างลอยแพ 4 บริษัท โดยเบื้องต้น ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จะรับหน้าที่ทำสรุปตัวเลขข้อมูลและหนังสือให้ทาง รมว.แรงงาน ลงนามในวันที่ 11 ก.พ. 2568 เพื่อเริ่มดำเนินการส่ง ครม. และขอให้มีการพิจารณาอนุมัติงบกลางอีกครั้ง

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวว่า วันนี้เป็นการมาติดตามทวงถามข้อเรียกร้องเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2568 โดยรอบนี้เป็นการมาติดตามรอบที่ 3 แล้ว โดยเธอกล่าวด้วยว่า สมคิด เชื้อคง ได้รับปากด้วยว่า หากกระทรวงแรงงานทำเรื่องเข้ามาแล้ว เขาจะนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม แรงงานหวังว่า ครม.จะอนุมัติงบกลางมาช่วยคนงานก่อน ซึ่งต้องติดตามต่อไป

รติพร ยศดา อดีตคนงานจากบริษัทบอดี้แฟชั่น วันนี้มาประชุมพร้อมกับยานภัณฑ์ ก็รู้สึกดีใจมานิดหนึ่ง แต่ก็ต้องรอดูว่า ครม.จะอนุมัติเงินให้หรือไม่

ขณะที่วัชรินทร์ กล่ำภากรณ์ ตัวแทนแรงงานจากบริษัทแอลฟ่าสปินนิ่ง ที่ติดตามเงินค่าชดเชยกับนายจ้างเป็นปีที่ 3 แล้ว มองว่าวันนี้เป็นนิมิตรหมายอันดีที่ พิพัฒน์ มาคุยด้วยตัวเอง แต่จะรอจนกว่าได้เงินโอนเข้าบัญชี เราถึงจะเชื่อใจ

“เราอยากขอบคุณทุกๆ คน ขอบคุณทีมงาน แอลฟ่าฯ เราก็ยังต้องตามต่อ” วัชรินทร์ กล่าว

วัชรินทร์ กล่ำภากรณ์

มาลี เตวิชา ตัวแทนแรงงานยานภัณฑ์ กล่าวว่า เธอได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ผลการหารือวันนี้ทำให้เธอรู้สึกดีว่าอย่างน้อยรัฐมนตรีฯ ยังเห็นใจ และมองเห็นแรงงานอย่างพวกเธอ

สำหรับกรณี บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอะไหล่รถบรรทุกขนาดใหญ่ เช่น ครัช เบรก ท่อไอเสีย และอื่นๆ และเป็นซัปพลายเออร์ให้กับแบรนด์ยี่ห้อรถยนต์ชื่อดังอย่าง โตโยต้า และอีซูซุ ประกาศปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 2567 เป็นต้นมา ส่งผลให้ลูกจ้างทั้งหมด 859 คนตกงานโดยทันที และไม่มีการจ่ายค่าชดเชย และค่าบอกกล่าวล่วงหน้า รวมมูลค่าราว 250 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในเวลาต่อมาทางฝั่งนายจ้างได้ตกลงจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง 859 คน โดยแบ่งเป็น 3 งวด โดยงวดที่ 1 จะจ่ายวันที่ 20 ธ.ค. 2567 เป็นจำนวน 70% งวดที่ 2 วันที่ 27 ธ.ค. 2567 จำนวน 20% และงวดที่ 3 วันที่ 27 ม.ค. 2568 จำนวนเงิน 10% ที่เหลือ รวมทั้งหมดประมาณ 250 ล้าน แต่จนปัจจุบัน ยังไม่เคยมีการชำระค่าชดเชยให้กับคนงานแต่อย่างใด จนเป็นเหตุผลให้คนงานเริ่มรวมตัวชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลและภาครัฐในฐานะผู้บังคับใช้นโยบาย มีมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำหรับคนงานของยานภัณฑ์ มีข้อเรียกร้องหลักคือขอให้รัฐบาลพิจารณาให้มีการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลาง (งบกลาง) มาเยียวยาให้กับคนงานก่อน และในส่วนที่รัฐบาลเบิกงบกลางฯ ให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปติดตามเงินส่วนนี้จากนายจ้างคืนงบกลางที่ใช้จ่ายไปก่อน

ส่วนการชดเชยเยียวยาจากกระทรวงแรงงาน เบื้องต้น แม้ว่ารัฐมนตรีพิพัฒน์ ให้อารี ไกรนารา เลขานุการรัฐมนตรีฯ แถลงว่าได้อนุมัติเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง จ่ายเยียวยาจำนวน 859 คน เป็นเงิน 38,996,577.74 บาท​ โดยลูกจ้างจะได้รับเงินเฉลี่ยคนละ 70,000 บาท แต่อย่างไรก็ดี ทางลูกจ้างยานภัณฑ์ เผยว่า ยังไม่ได้รับเงินส่วนดังกล่าว แต่ได้เป็นเงินชดเชยจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งได้รับเฉพาะคนที่เขียนคำร้อง คร.7 และมีแรงงานที่ยังไม่ได้เงินส่วนนี้จำนวน 141 คน และเงินจากการลงทะเบียนว่างงานกับกองทุนประกันสังคม ซึ่งได้จริงตามสิทธิของแต่ละคน พร้อมยืนยันข้อเรียกร้องว่ารัฐบาลต้องอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางมาเยียวยาให้กับคนงาน

ขณะที่คนงานโรงงานสิ่งทอ 3 บริษัท ได้แก่ แอลฟ่า สปินนิ่ง เอเอ็มซี สปินนิ่ง และบอดี้แฟชั่น ถูกนายจ้างเลิกจ้างค้างค่าแรง ค่าชดเชย และอื่นๆ รวมผู้เสียหายจำนวนทั้งสิ้น 1,459 ราย มูลค่าเสียหายประมาณ 279 ล้านบาท (ไม่รวมดอกเบี้ยชำระปรับ)

ทั้งนี้ คนงานจาก 3 บริษัทสิ่งทอ มีข้อเรียกร้องหลักเช่นเดียวกับคนงานยานภัณฑ์ และมีข้อเสนอเพิ่มเติม คือให้รัฐบาลมีมาตรการป้องกันการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้เป็นมาตรฐาน โดยอาจให้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจ่ายชดเชยลูกจ้างได้เต็มจำนวน หรือมีการตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงการเลิกจ้าง ด้วยการเก็บเงินจากนายจ้างล่วงหน้า

คนงานมารอฟังผลการหารือระหว่างตัวแทนคนงานกับภาครัฐ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง