หลังประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มได้ไม่ถึงชั่วโมงต้องพักการประชุม หลัง “ชลน่าน” ขอให้นับองค์ประชุมเพราะถ้าประชุมต่อจะขัดรัฐธรรมนูญเพราะองค์ประชุมไม่ครบ “นันทนา” ขอให้ใช้วิธีขานชื่อให้ประชาชนได้รู้ว่าใครยินดีประชุมเรื่องนี้ต่อ แต่พอ “ปกรณ์วุฒิ” ขอให้พักหารือหาทางออกอื่น ปรากฏแสดงตัวแค่ 176 คน องค์ประชุมไม่ครบจนต้องปิดประชุม
14 ก.พ. 2568 ที่ประชุมรัฐสภาวันนี้ ที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 ฉบับของพรรคประชาชน นำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ และพรรคเพื่อไทย นำโดยวิสุทธิ์ ไชยณรุณ
การประชุมวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวาน หลังจากเกิดเหตุการณ์สมาชิกสภาวอล์คเอาท์เมื่อญัตติของเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภาขอให้รัฐสภามีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา โดยมีประเด็นที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า รัฐสภามีอำนาจพิจารณาและลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 ของพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน และวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พรรคเพื่อไทย หรือไม่ แล้วประธานสภาฯ เปิดให้สมาชิกลงมติว่าจะให้เลื่อนวาระของเปรมศักดิ์ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับหรือไม่ แต่เสียงข้างมากลงมติว่าไม่เลื่อนมาพิจารณาก่อน จนภายหลังเกิดการวอล์คเอาท์จนองค์ประชุมไม่ครบตามมา
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เวลา 10.00 น. วันมูหะมัดเปิดการประชุมสภาโดยแจ้งว่ามีสมาชิกรัฐสภาร่วมลงชื่อครบจำนวนองค์ประชุมให้เปิดประชุมได้โดยมีจำนวนเพียง 367 คน โดยจะให้พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับไปพร้อมกัน
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนเริ่มชี้แจงญัตติ แต่ถูกชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทยลุกประท้วงว่าองค์ประชุมขณะนี้ไม่สามารถเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมได้
ประธานสภาฯ แจงว่ามีคนลงชื่อเกินแล้ว แต่ชลน่านย้ำว่าเมื่อเปิดการประชุมแล้วถึงจะมีคนลงชื่อครบแล้วในที่ประชุมก็ต้องครบด้วย
วันนอร์ระบุว่าที่ผ่านมาก็เคยมีวินิจฉัยมาแล้วว่าให้เปิดประชุมได้เมื่อองค์ประชุมครบแต่ระหว่างการประชุมก็สามารถขอให้นับองค์ประชุมได้ ถ้าลน่านไม่ใช้สิทธิ์ขอนับองค์ประชุมก็ต้องดำเนินต่อไป
ชลน่านจึงยกมือขอให้ประธานสภาฯ นับองค์ประชุม โดยมีสมาชิกยกมือรับรองตามที่ขลน่านเสนอ ทำให้ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนลุกประท้วงชลน่านว่าประธานสภาฯ ได้ให้พริษฐ์นำเสนอญัตติได้แล้วแต่ขลน่านจงใจทำผิดข้อบังคับการประชุมเสนอญัตติแทรกเข้ามา
ชลน่านลุกใช้สิทธิถูกพาดพิงว่าที่ปกรณ์วุฒฺกล่าวทำให้เสียหายและชี้แจงว่าการใช้เอกสิทธิ์นำองค์ประชุมนั้นทำเวลาใดก็ได้และเคยมีคำวินิจฉัยของประธานสภาฯ มาก่อนแล้วว่าสามารถขอให้นับองค์ประชุมระหว่างการอภิปรายหรืออภิปรายจบแล้วก็ได้ และที่เขาขอให้นับองค์ประชุมเพราะเห็นว่าการประชุมวันนี้ผิดรัฐธรรมนูญเพราะองค์ประชุมไม่ครบ
ทั้งนี้พริษฐ์พยายามชี้แจงญัตติการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูยต่อ แต่ประธานสภาระบุว่าชลน่านได้ใช้สิทธิ์นับองค์ประชุมแล้วและประธานต้องดำเนินการเพราะเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาและมีผู้รับรองแล้วและจะเริ่มนับองค์ประชุมและกดออดเรียกให้สมาชิกเข้ามาแสดงตัวพร้อมอธิบายว่าเคยมีคำวินิจฉัยมาก่อนแล้ว จนทำให้สมาชิกที่อยู่ในที่ประชุมพยายามตะโกนประท้วง
พริษฐ์ลุกขึ้นประท้วงว่าวันมูหะมัดไม่ได้กำกับการประชุมอย่างเท่าเทียมกันเพราะเมื่อมีคนเสนอให้นับองค์ประชุมแล้วก็ไม่ได้เปิดให้แสดงความเห็นกันเลย แต่วันมูหะมัดกล่าวว่าการใช้เอกสิทธิ์นับองค์ประชุมตามระเบียบข้อบังคับนั้นไม่ได้กำหนดให้แลกปลี่ยนความเห็นกันเพราะเมื่อเป็นสิทธิ์ที่ใช้ได้และมีผู้รับรองครบตามจำนวนก็ต้องดำเนินไปแต่การจะใช้วิธีนับแบบใดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่พริษฐ์ก็ย้ำว่าใช้สิทธิ์เพื่อให้เกิดการหารือกันในการหาทางออกอื่น แต่วันมูหะมัดก็ย้ำว่าให้เป็นไปตามข้อบังคับเพราะหากองค์ประชุมครบพริษฐ์ก็สามารนำเสนอต่อไปได้แต่ถ้าไม่ครบการประชุมก็ดำเนินการต่อไปไม่ได้เช่นกัน
ขณะที่ประธานสภาฯ กำลังจะให้นับองค์ประชุมต่อ นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา เสนอให้การนับทำโดยให้สมาชิกที่ประชุมขานชื่อเพื่อให้ประชาชนที่ฟังอยู่ได้ทราบว่าสมาชิกรัฐสภาคนใดบ้างที่ยินดีเข้าร่วมการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีผู้รับรองญัตติ
ชลน่าน ลุกขึ้นอธิบายว่าการจะให้ขานชื่อต้องให้สมาชิกรัฐสภาลงมติรับรองวิธีการดังกล่าวว่าจะให้ใช้ได้หรือไม่
ปกรณ์วุฒิจึงลุกขึ้นขอให้พักการประชุม 20 นาที เพื่อให้วิปฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้พูดคุยกันเพื่อหารือว่าจะถอนญัตติกันหรือไม่
วันมูหะมัด จึงประกาศให้พักการประชุมได้ตามที่ขอ
ทั้งนี้เมื่อครบตามกำหนดเวลาพักการประชุม ประธานสภาฯ เรียกให้สมาชิกกลับเข้ามาประชุมต่อ แต่ผลปรากฏว่าเมื่อให้สมาชิกแสดงตนกลับเหลือแค่ 176 คน ทำให้ต้องปิดการประชุมเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ
