"ภูมิธรรม-ทวี-มาริษ" แถลงข่าวกรณีส่งอุยกูร์ 40 คนกลับจีน ยืนยันกลับโดยสมัครใจ ทางการจีนรับรองความปลอดภัยยินดีให้ไทยส่งคณะไปตรวจสอบความเป็นอยู่ จะส่งไปประเทศที่สามก็ไม่มีใครเสนอตัว อยู่ในห้องกักเป็น 10 กว่าปีถือว่าทรมาน
27 ก.พ.2568 ที่กระทรวงยุติธรรม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงข่าวต่อประเด็นการส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คนไปยังประเทศจีน โดยเปิดให้ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่อยู่ที่เมืองคาซือ มณฑลซินเจียง โฟนอินเข้ามาร่วมแถลงด้วย
40 อุยกูร์ไม่มีคดีร้ายแรงในจีน
จิรายุแถลงว่า ทางการจีนขอความร่วมมือมาโดยแจ้งว่าพวกเขาทั้ง 40 คนที่ทางการจีนขอให้ส่งตัวกลับมีการกระทำความผิดเพียงเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดร้ายแรงอื่นใด ดังนั้นเมื่อกลับถึงประเทศจีนก็จะได้รับอนุญาตให้กลับสู่ครอบครัวโดยตรง ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญตรงนี้เพราะว่าบางคนไม่ได้เจอครอบครัวมานานกว่า 10 ปี
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ชี้แจงช้าเพราะรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการ
ภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ที่มีคนบอกว่าทำไมทางการไทยยังไม่รู้เรื่องทั้งที่ทางด้านจีนออกข่าวแล้วเป็นเพราะว่าต้องการให้กระบวนการทางฝั่งจีนดำเนินการครบถ้วนก่อนเพื่อจะได้สามารถยืนยันได้ว่าเป็นอย่างไร แล้วเรื่องนี้เป็นการติดต่อทางการทูตมาแล้วก็มีกระบวนการที่ทางเราต้องตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าจะไม่สร้างผลกระเทือนใดๆ ตามมา เพราะเรื่องที่ทุกคนเป็นห่วง รัฐบาลก็เป็นห่วงว่าเราส่งไปตายหรือไม่ เป็นต้น เราทำกระบวนการจนเรามั่นใจว่าสิ่งที่เราดำเนินการตามกฎหมายภายในและระหว่างประเทศและถูกต้องตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย
“เรามั่นใจว่าชาวอุยกูร์ที่เราส่งไปจะไม่พบปัญหา ไม่พบกับสิ่งที่ทุกคนกังวล เรากำลังจะชี้แจงกระบวนการทั้งหมดให้เห็นภาพโดยตรงทั้งหมดไม่อยากให้จินตนาการ เพราะว่าการใช้จินตนาการรังแต่จะสร้างให้เกิดปัญหา เรื่องราวต่างๆ มาอีกซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศ” ภูมิธรรมกล่าว
กระบวนการมีมาหลายเดือนแล้ว
รองนายกฯ กล่าวว่าได้เริ่มต้นกระบวนมาก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้วและมีการทำกระบวนการต่างๆ ซึ่งดำเนินการหลังจากมีการตัดสินใจแล้วโดยการประชุมของ สมช.
รับประกันความปลอดภัย ชาวอุยกูร์ยินยอม
พลตำรวจตรี ธนิต ไทยวัชรามาศ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากทาง สมช.ให้ดำเนินการส่งกลับชาวอุยกูร์ ทางผบ.ตร. และรองผบ.ตร. ไกรบุญ ให้ สตม.ดำเนินพิธีการส่งกลับอุยกูร์ทั้ง 40 ราย ก็ได้มีการทำความเข้าใจกับผู้ต้องกักชาวอุยกูร์แล้วและการขนย้ายไม่มีการใช้กำลัง มีการเจรจาพูดคุยจนเป็นที่เข้าใจแล้วผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ยินยอมกลับประเทศจีน โดยมีข้อตกลงว่ากลับไปแล้วพวกเขาจะปลอดภัยไม่มีการทรมาน ไม่มีการซ้อม พวกเขาจึงยอมกลับไปจีน เราจึงดำเนินการส่งกลับเสร็จสิ้นไปเมื่อคืนนี้
กักตัวมากว่า 10 ปี ไม่มีประเทศที่สามรองรับ
ภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ไทยกักพวกเขาไว้แล้ว 11 ปี แต่เราไม่ได้อยากทำแบบนั้นเพราะว่าโทษของการลักลอบเข้าเมืองมีอยู่ไม่มากและการกักไว้เป็น 10 ปีเป็นเรื่องไม่ควรทำ การส่งกลับไปหรือส่งต่อประเทศที่สามเป็นเรื่องที่ควรทำ ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาถ้ามีประเทศที่สามรองรับเราก็ส่งไปประเทศที่สาม หรือประเทศต้นทางเขาขอกลับแล้วเราก็ต้องพิจารณาถ้าเขาสมัครใจกลับก็ไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้ก็เลยมีปัญหาว่าเขาสมัครใจกลับหรือไม่หรือกลับไปแล้วจะมีอันตรายหรือไม่ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราพิจารณาทั้งสิ้นและเป็นไปตามกฎหมายสากลและเป็นไปตามกฎหมายอุ้มหาย ดูแลถึงปัญหา
ทางการจีนทำหนังสือรับรองความปลอดภัย
ภูมิธรรมกล่าว เมื่อทางการจีนขอร้องมาเราก็ขอกลับไปทางจีนว่าถ้าจะให้ส่งกลับไปก็ต้องทำให้เรามั่นใจว่าท่านจะทำอย่างถูกต้องและดีที่สุดก็มีการเจรจาและทางจีนก็ยื่นหนังสือทางการทูตมาอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันว่าทางจีนจะขอรับกลับไป แล้วบุคคลเหล่านี้ไม่ได้เป็นบุคคลที่มีความผิดร้ายแรงอะไรเขาจะดูแลอย่างดี เราก็ต่อรองไป จีนก็ไม่มีปัญหาเขาก็บอกว่าจะเอากลับไปอย่างสมัครใจ ได้คุยกับญาติพี่น้องเขาและจัดหาที่ให้ เมื่อได้หนังสือมาทางรัฐบาลก็มีความมั่นใจมากขึ้น
แปลหนังสือรับรองจากจีนให้ชาวอุยกูร์ดู
สตม.ก็มีการเอาเอกสารฉบับที่จีนยืนยันมาทางการทูต ก็ได้แปลเป็นภาษาอุยกูร์เอาให้พวกเขาได้เห็นและทำความเข้าใจอยู่ระยะหนึ่งแล้ว แล้วตอนที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปจีนก็ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีหลี่เฉียง ซึ่งย้ำว่าไม่ต้องห่วง เขาจะดำเนินการอย่างดีเพราะคนเหล่านี้เป็นประชาชนจากจีนเหมือนกัน เราก็ทำทุกอย่างให้มีความมั่นใจทั้งหมด
รอง ผบ.ตร.-เลขา สมช.ไปดูแลถึงจีน-จะตรวจสอบเป็นระยะ
ภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ได้ให้ รอง ผบ.ตร. ไกรบุญ และเลขา สมช.ฉัตรชัย และให้สถานทูตไทยที่ปักกิ่งร่วมเป็นสักขีพยานและถ่ายรูปทุกอย่างมายืนยันและหลังจากนี้ทางการไทยก็จะเดินทางไปดูเป็นระยะ และทางการจีนก็ให้ไทยไปตรวจสอบได้เป็นระยะเพื่อให้ชัดเจนว่าไม่เป็นอะไร และใน 7 วันแรก รัฐมนตรีทวีก็จะไปด้วย หลังจากนั้นก็จะให้ทางสถานทูตตรวจสอบเป็นระยะต่อไปว่ายังอยู่ดีมีสุขหรือไม่ หรือที่จีนบอกว่าอยากให้มีอาชีพก็ค่อยว่ากัน
ได้พบเจอญาติพี่น้องทันทีที่สนามบิน
ฉัตรชัยกล่าวว่า การดำเนินการวันนี้ก็คือไปรอที่ตัวเครื่องบินเลยเพื่อติดตามใกล้ชิด ส่วนฝ่ายจีนก็มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้ง รมว.กระทรวงความมั่นคงสาธารณะและผู้บังคับบัญชาระดับสูงของซินเจียงมาร่วมดำเนินการด้วยเป็นสักขีพยาน เมื่อเดือนทางไปถึงก็ได้ส่งตัวอุยกูร์ที่ป่วยออกไปจากเครื่องบินเป็นคนแรกก็ได้เห็นว่ามีการดูแลอย่างดีและมีหมอพยาบาลขึ้นไปดูตั้งแต่ขึ้นเครื่องไปด้วย
จากนั้นก็มีญาติพี่น้องมารอรับคนที่ถูกส่งกลับที่เหลือ คนที่ลงมาทั้งหมดก็เดินไปกอดกันปกติบางคนก็พากันกลับขึ้นรถไป โดยมีทั้งฝ่ายไทยและจีนเป็นสักขีพยาน
พาเยี่ยมบ้านชาวอุยกูร์ที่กลับมาเมื่อ 10 ปีก่อน
ส่วนที่สอง จีนก็ได้พาไปเยี่ยมบ้านของชาวอุยกูร์ที่เดินทางกลับไปตั้งแต่ 10 ปีก่อนว่าอยู่กันอย่างไรและมีการดำเนินการอย่างไรบ้างก็พบว่าเขาอยู่ดีมีสุขดี
ชาวอุยกูร์ขอบคุณรัฐบาลไทย-จีน
ส่วนที่สาม เขาได้นำคนที่แข็งแรงพาไปโรงเรียนฝึกอาชีพแล้วก็มีญาติมารอรับเป็นจำนวนมาก ได้พูดคุยกับญาติพี่น้องและตัวคนอุยกูร์เองที่เดินทางกลับไป พวกเขาก็ขอบคุณรัฐบาลไทยและจีนที่ทำให้พวกเขาได้กลับบ้านพ่อแม่พวกเขาก็ดีใจทานอาหารกัน
ส่วนคนที่มีปัญหาสุขภาพก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพอย่างละเอียดทั้งการอัลตร้าซาวด์และทุกอย่างตามที่ได้รับจากแพทย์ไทยเพื่อนำไปตรวจให้เหมาะสม ทางจีนก็ยืนยันว่าหลังจากตรวจแล้วก็จะให้กลับบ้านไปพบญาติพี่น้องทันที ในกระบวนการเหล่านี้ก็มี รมช.กระทรวงความมั่นคงสาธารณะไปด้วยตลอด
พรุ่งนี้จีนนำคณะไทยไปตรวจเยี่ยมบ้านอุยกูร์
วันพรุ่งนี้ทางจีนก็จะให้คณะทางการไทยไปบ้านญาติพี่น้องของพวกเขาเพื่อตรวจเยี่ยมหลังจากพวกเขาเดินทางกลับไปถึงที่บ้านแล้วจะได้เห็นว่าพวกเขาได้อยู่บ้านแล้ว ทางการจีนก็ดำเนินการให้ซึ่งเป็นตามที่ทางไทยวางแผนไปก่อน พวกเขาก็จะได้รับความปลอดภัยและไม่มีการดำเนินคดี
ยืนยันเป็นแค่ผู้ต้องกัก ไม่ใช่ผู้กระทำผิด ไม่มีคดี
ฉัตรชัยกล่วว่าการส่งกลับครั้งนี้แตกต่างจากกรณีของแก๊งคอลเซนเตอร์ คนที่ลงมาจากเครื่องบินไม่ได้ถูกพันธนาการใดๆ แล้วก็ยังมีญาติไปรอรับที่ประตูเครื่องบินด้วย เพราะพวกเขาเป็นแค่ผู้ต้องกักไม่ได้มีความผิดตามกฎหมาย
ตม.ยืนยัน อุยกูร์เห็นเงื่อนไขจีน เต็มใจกลับ
พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง รองผบ.สตช กล่าวเสริมว่า การดำเนินการเป็นไปตามที่ภูมิธรรมเสนอไปแล้วคือมีการแปลเอกสารทางการจีนเป็นภาษาอุยกูร์เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่ารัฐบาลจีนไม่ได้ติดใจเอาผิด แล้วกลับไปจีนแล้วก็สามารถประกอบอาชีพและอยู่กับครอบครัวได้ เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ชาวอุยกูร์ให้ความร่วมมือและยินยอมเดินทางกลับด้วยความเต็มใจแล้วการเดินทางไปของพวกเขานี้ก็เป็นตามที่รัฐบาลไทยและจีนตกลงร่วมกันไว้ และเขาก็ได้เข้าไปร่วมดูการตรวจร่างกายชาวอุยกูร์ด้วยก็ไม่พบว่ามีบาดแผลหรือมีการถูกทำร้ายระหว่างที่มีการเดินทางหรือก่อนการเดินทาง ทุกอย่างมีการบันทึกภาพโดยรัฐบาลจีนหมด เขายืนยันว่าการส่งกลับครั้งนี้เป็นไปโดยเรียบร้อยและเป็นตามกฎหมายและหลักสากล
หาประเทศที่สามรองรับ ไม่มีใครตอบรับ
ภูมิธรรมตอบคำถามสื่อในประเด็นการส่งตัวไปประเทศที่สามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีประเทศที่สามติดต่อมาขอรับตัวไปคือประเทศตุรกี แล้วตอนนั้นก็ส่งไป 100 กว่าคนเป็นเด็ก ผู้หญิงและคนชรา แต่หลังจากนั้นมา 10 กว่าปีเราไม่เคยได้รับการติดต่อ เมื่อเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาก็ได้คุยกับทูตสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศได้ชี้แจงไปว่าหนทางการจัดส่งผู้ที่เข้ามาประเทศอย่างผิดกฎหมายมีแค่ 2 หนทาง คือ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
กักเป็น 10 ปี ก็เหมือนทรมาน
กรณีแรก ส่งประเทศที่สาม แต่การไม่มีผู้รับก็ทำให้ไทยต้องจับคุมขังเขาอยู่ 10 กว่าปี จริงๆ เราไม่อยากขังในที่ของเรา เพราะเมื่อทำไปก็ไม่เหมาะสมกับเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่เนื่องจากไม่มีคนรับเราก็ต้องดูแลดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ แล้วในทุกปีเราก็พยายามหาแต่เนื่องจากไม่มีแล้ว 10 ปีแล้วมันก็เกินพอ ถามว่านี่คือการทรมาน อันนี้ก็เป็นความผิดพลาด
กรณีที่สองคือ มีประเทศต้นทางขอมา ครั้งนี้เราได้รับจดหมายจากทางจีนว่าพวกเขาเป็นพลเมืองของประเทศจีนและส่งชื่อประวัติหลักฐานประกอบมาทั้งหมดว่าเป็นคนของเขา เขามีสิทธิขอให้ส่ง
นายกฯ สองประเทศรับปากกัน
เราต่อรองกับเขาว่าถ้าส่งไปแล้วเขาจะมีปัญหาไหม จะปลอดภัยไหม มันมีข้อสัญญาข้อหนึ่งที่ตกลงกันในทางสากลว่าถ้าเล็งเห็นว่าจะเจ็บป่วย จะถูกซ้อมทรมานหรือทำให้ถึงแก่ความตายก็ไม่ควรนำส่งกลับไป อันนี้เราก็ต้องการความมั่นใจ ทางจีนก็ให้ความมั่นใจด้วยการเขียนเป็นหนังสือทางการทูตอย่างเป็นทางการ เป็นหนังสือที่เขาใช้กันในระหว่างประเทศ แล้วประเทศจีนก็ไม่ใช่ประเทศเล็กเขาเป็นประเทศใหญ่ ดังนั้นเมื่อเขายืนยันมาว่าเขามีหนังสือว่าจะไม่กระทำการอันใดที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เราก็มีสิทธิจะพิจารณาและทบทวน แต่เมื่อทบทวนไปเราก็ยังอยากได้คำยืนยันจากเขาให้ชัดเจน พอดีท่านนายกฯ ไปจีนก็ได้พูดคุยเรื่องนี้แล้วก็บอกว่าไม่ต้องห่วงเขายืนยันว่าเขาจะดูแลคนเหล่านี้อย่างดีเพราะเป็นพลเมืองของเขา จึงนำมาซึ่งเหตุที่เราจะนำส่งกลับไป แต่เราก็ยึดหลักว่าเขาต้องไปด้วยความสมัครใจไม่ใช่บังคับข่มขู่เพราะไปครั้งที่แล้วเราก็มีประสบการณ์เราก็พยายามทำอย่างถูกเท่าที่เราจะทำได้เต็มที่
เมื่อคุยกันแล้วตำรวจก็ได้เอาหนังสือหลักฐานจากรัฐบาลจีนแปลเป็นภาษาอุยกูร์ เพราะฉะนั้นผลที่ออกมาจึงไม่ได้เป็นปัญหาอะไร พวกเขาสมัครใจกลับไปทั้งหมด เราก็นำส่งขึ้นเครื่องไปก็ยังห่วงว่าเมื่อไปถึงปลายทางเป็นอย่างไร ถึงได้ส่งเลขาฯ สมช.ให้เป็นตัวแทนไปที่จีนก่อน 1 วันรอที่ซินเจียงแล้วก็พล.ต.อ.ไกรบุญที่ได้รับแต่งตั้งเป็น ผบ.เหตุการณ์เพื่อประสานงานต่างๆ ก็ไปด้วย และมีอุปทูตที่รักษาการแทนเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่งเดินทางไปด้วย
อีก 1 สัปดาห์ ‘ทวี’ ไปดู-จะติดตามตลอดหลังจากนี้
ทั้งหมดนี้ก็เป็นกระบวนการที่เราสบายใจแต่เราก็มีข้อตกลงอีกว่าเราจะขอไปสังเกตการณ์ หลังจากเลขาฯ สมช.กลับมา คาดว่าอีก 1 สัปดาห์หลังจากนั้น ทวีก็จะเดินทางไป แล้วหลังจากนั้นถ้ามีเวลาเราก็จะไป แต่อย่างน้อยที่สุดสถานทูตไทยที่ปักกิ่งจะติดตามตลอด
คุยกันด้วยเหตุผล อย่าใช้ความเชื่อในเรื่องระหว่างประเทศ
รองนายกฯ กล่าวว่าเมื่อทางไทยส่งชาวอุยกูร์ขึ้นเครื่องบินแล้วก็ถือว่าหมดภารกิจ เมื่ออยู่ในเครื่องบินของเขาถือว่าเขารับผิดชอบ แต่ว่าเราจะขอดูจนมั่นใจเพราะฉะนั้นรัฐบาลไทยทำด้วยหลักการและความรู้สึกที่รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นและรับผิดชอบต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
“เรายืนยันว่าเราทำตามหลักการของเรา ทำเพื่อให้เกิดมนุษยธรรมเพราะว่าเราก็ไม่สบายใจเท่าไหร่หรอกที่เอาเขามาอยู่ในกำกับของเรา เขาควรไปใช้ชีวิตเยี่ยงประชาชนทั่วไป เราได้เห็นเขากอดคอดีใจขอบคุณเรา เราถือว่าครั้งนี้เราได้ตัดสินใจบนฐานที่วางด้วยมนุษยธรรม หลักกฎหมายแล้วดำเนินการ” ภูมิธรรมกล่าวและขอว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างประเทศไม่อยากให้เอาความเชื่อของตัวเองมาใช้ แต่อยากให้ใช้เหตุและผลแล้วภาพก็ได้อธิบายแทนคำตอบแล้ว
ภูมิธรรมตอบคำถามนักข่าวต่อในประเด็นที่ก่อนหน้านี้ชาวอุยกูร์เคยส่งหนังสือถึง UNHCR ว่าไม่สมัครใจกลับไปว่า เรื่องนี้คงตอบแทนพวกเขาไม่ได้ แต่สิ่งที่ประเมินได้ก็คือเราได้เอาหลักฐานทางกฎหมายที่เป็นหนังสือของรัฐบาลจีนให้
พลตำรวจตรี ธนิต กล่าวเสริมว่าส่วนหนึ่งคือเอาข้อตกลงของรัฐบาลจีนกับไทยเอาให้พวกเขารับทราบ ช่วงแรกก็มีส่วนหนึ่งเห็นด้วยอยากกลับ ทางไทยก็ใช้เวลาในการทำความเข้าใจจนทั้งหมดเข้าใจแล้วก็ยอมกลับโดยไม่มีข้อแม้
มาริษตอบประเด็นเหตุผลที่ทางการจีนขอให้ส่งกลับว่า ทางการจีนอยากได้คนของเขากลับไปแล้วรัฐบาลจีนก็มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าคนเหล่านี้คือคนจีนจึงเริ่มกระบวนการพูดคุยกับชาวอุยกูร์ และอีกเหตุผลคือไม่มีประเทศที่สามประเทศไหนยืนยันเป็นเรื่องเป็นราวมา
เหตุที่ต้องเดินทางกลางคืน
ภูมิธรรมตอบประเด็นเรื่องการเก็บหลักฐานและเหตุที่ต้องส่งตัวตอนกลางคืนว่า สมช.ได้ประชุมกันแล้วและยังมีหลักฐานจากทางรัฐบาลจีนแล้ว และเรื่องที่เดินทางกลับไปแล้วจะปลอดภัยหรือเปล่า ก็ได้คุยกันถึง พ.ร.บ.ป้องกันซ้อมทรมานฯ ได้เชิญอัยการสูงสุดและรมว.ยุติธรรมก็ได้ประชุมกับคณะกรรมการป้องกันซ้อมทรมานฯ เพื่อดูให้มีความมั่นใจมากขึ้นแล้วก็ดำเนินการไปทั้งหมด ส่วนที่ต้องเอาออกไปตอนกลางคืนก็เพราะถ้าออกมาก่อนหน้านี้ก็คงวุ่นวายที่เราทำก็เพื่อให้เกิดระเบียบเรียบร้อยแล้วออกตอนกลางคืนก็ถึงซินเจียงกลางวันพอดี ถ้าไปถึงกลางคืนแล้วถูกเอาไปเก็บที่ไหนก็จะมีปัญหา
กักไว้ต่อเป็นการทรมาน
ทวี สอดส่อง ตอบถึงประเด็นข้อกฎหมายว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามซ้อมทรมานและบังคับสูญหายที่เขาเป็นประธานได้รับเรื่องของชาวอุยกูร์เข้ามาตั้งแต่ก่อนเขาเข้ามาเป็นรัฐมนตรี จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้และพบว่าการกักขังไว้ส่อว่าจะเข้าข่ายเป็นการทรมานโดยรัฐเอง คณะกรรมการจึงเสนอว่าจะแก้ไขคือ 1.ส่งกลับจีน 2. ส่งประเทศที่สาม 3.หาเหตุให้อยู่เมืองไทยได้ซึ่งไม่มีช่องทาง ดังนั้นถ้าจะให้กลับจีนก็ต้องสมัครใจ ส่วนส่งประเทศที่สามก็ยังเอาไว้
ทวีกล่าวว่าเรื่องสมัครใจแม้ว่าตอนแรกชาวอุยกูร์เหล่านี้จะไม่สมัครใจแต่ตอนหลังสมัครใจ แต่ในเรื่องผิดกฎหมายหรือไม่นั้นก็คือกลับไปแล้วจะตกอยู่ในอันตราย ถูกซ้อมทรมานหรือถูกกระทำย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือทำให้สูญหาย คือเราก็เชื่ออย่างนั้น แต่เมื่อมีจดหมายรับรองโดยทูตเราก็ยังไม่เชื่อก็ส่งคนบินไปดู
“เห็นว่าเขาอยู่ประเทศไทยเขาทรมาน พอกลับไปได้เจอญาติได้โอบกอดก็ต้องยอมรับว่าประเทศจีนที่เขาขอมา เราก็คงไม่เอียงข้างไหน แต่ทุกคนยืนยันว่าเป็นคนจีน เขายืนยันว่าเป็นคนจีนแล้วเขาจะขอกลับประเทศในเวลา 10 ปีที่เขาอยู่ในสภาพเช่นนี้ เราก็คำนึงถึงมาตรา 13 วันนี้เราก็ต้องไปตรวจสอบเป็นระยะก็จะมีรัฐมนตรีหลายท่านเวียนไป” รมว.ยุติธรรมกล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเกียรติภูมิว่าเราแก้ปัญหาไทยเอาพวกเขามาทรมานอยู่ 10 ปี
ทวีกล่าวว่าที่มาแถลงวันนี้เพราะภูมิธรรมขอมาแถลงที่กระทรวงเพื่อประกาศว่าเราไม่ได้กระทำความผิดกฎหมายและเราได้ยกระดับเพื่อช่วยเหลือชีวิตคนเหล่านี้
รมว.ยุติธรรมตอบคำถามนักข่าวถึงผู้ลี้ภัยที่ยังถูกกักขังอยู่ว่ายังมีอีก 5 คนที่ถูกดำเนินคดีข้อหาอื่นซึ่งจะพ้นโทษปี 2572 ถึงตอนนั้นค่อยพิจารณาอีกที
อีก 8 คนที่เหลือ?
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมจากมูลนิธิศักยภาพชุมชนทราบว่าชาวอุยกูร์ 5 คนที่ยังไม่ถูกส่งกลับเนื่องจากถูกดำเนินคดีนั้น เคยถูกดำเนินคดีหลบหนีห้องกักและยังมีความผิดฐานชิงทรัพย์ร่วมด้วยศาลลงโทษจำคุกรวม 16 ปี แต่ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งเพราะรับสารภาพเหลือจำคุกคนละ 8 ปีทำให้ยังถูกคุมขังในเรือนจำคลองเปรม
ส่วนอีก 3 คนที่ยังคงอยู่ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสวนพลูเนื่องจากว่าเป็นชาวอุยกูร์ที่ถือพาสปอร์ตประเทศอื่นไม่ใช่ประเทศจีน
Press release จากโฆษกรัฐบาล
วันพฤหัสบดีที่ 27 ก.พ. 2568
กรณี ส่งชาวจีนกลับประเทศ
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในส่วนของ รัฐบาลไทย ประกอบไป ด้วย 1.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 3. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 4. พลตำรวจตรี ธนิต ไทยวัชรามาศ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 5 นายสรพงค์ ศรียานงค์. รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ส่วนผู้ที่นำ ส่งไป ยังประเทศจีน คือ นายฉัตรชัย บางขวด เลขาฯสมช. พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง รองผบ.สตช อยู่ที่เมือง ซินเจียง อุยกู ประเทศจีน
(1) รัฐบาลจีนได้มีคำขออย่างเป็นทางการโดยหนังสือทางการทูต ขอให้รัฐบาลไทยส่งคนจีนเชื้อสายอุยกูร์ จำนวน 45 คน ที่กระทำความผิดโดยได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฏหมาย จึงถูกจับกุม และกักกันอยู่ในประเทศไทยมากว่า 10 ปีแล้ว โดยไม่มีข้อหาอื่นใด (ยกเว้นบางคนที่ทำการแหกห้องขัง และทำร้าย จนท.)
(2) รัฐบาลจีนยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนสัญชาติจีนทั้งหมด พร้อมได้มอบหลักฐาน และเอกสารประกอบ
(3) รัฐบาลจีนระบุว่า บุคคลเหล่านี้มีความผิดเพียงเล็กน้อย เป็นเรื่องการเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฏหมาย และไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่ร้ายแรงอื่นใด ดังนั้นเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศจีน จะได้รับอนุญาตให้กลับคืนสู่ครอบครัวได้โดยตรง และกลับคืนสู่การดำรงชีวิตโดยปกติ และให้การรับรองอย่างเป็นทางการ และหนักแน่นว่าจะให้ความปลอดแก่บุคคลเหล่านนี้อย่างเต็มที่
(4) รัฐบาลจีนพร้อมให้ฝ่ายไทยร่วมสังเกตุการณ์ในขณะที่คนเหล่านี้เดินทางไปถึงเพื่อยืนยันว่า เป็นไปด้วยความปลอดภัย และกลับคืนสู่ครอบครัวด้วยความปลอดภัย และเพื่อแสดงให้เห็นว่าจีนให้ความเคารพต่อเรื่องสิทธิมนุษยชน
(5) รัฐบาลจีนพร้อมให้คณะผู้แทนจากฝ่ายไทยเข้าไปสังเกตการณ์เป็นระยะๆ ว่าคนเหล่านี้ได้กลับไปสู่ครอบครัว และกลับไปดำรงชีวิตโดยปกติ และได้รับความปลอดภัย
(6) รัฐบาลจีน (ทั้ง กต และกงอัน) พร้อมที่จะแถลงอย่างเป็นทางการยืนยันในการให้ความปลอดภัยแก่บุคคลเหล่านี้
(7) สำหรับการพิจารณาของฝ่ายไทย ได้คำนึงถึงประเด็นต่างๆ เหล่านี้เป็นสำคัญ
7.1 การส่งตัวชาวต่างชาติกลับประเทศเป็นอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงประเด็นที่ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้สร้างปัญหาดังกล่าว ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับปัญหา
แต่กลับต้องแบกรับภาระในการดูแลบุคคลเหล่านี้มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี และแทนที่จะได้รับความเห็นใจ ได้รับความชื่นชม ได้รับความช่วยเหลือ สนับสนุน ที่ทุกฝ่าย (ทุกประเทศ) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องยอมรับร่วมกันได้ กลับถูกตำหนิ กดดันให้ดำเนินการตามความต้องการของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลใดๆ
ขอยืนยันว่าการส่งตัวบุคคลเหล่านี้กลับประเทศ มิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศอื่นใดทั้งสิ้น แต่เป็นไปเพื่อการแก้ไขปัญหาที่กลุ่มบุคคลเหล่านี้ถูกละเมิดสิทธิมากว่า 10 ปี ในขณะเดียวกันประเทศไทยต้องแบกรับภาระมาโดยตลอด
7.2 การดำเนินการเป็นไปตามหลักกฏหมายภายในของประเทศไทย
7.3 เป็นไปตามผลประโยชน์ของประเทศไทยในมิติของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ อย่างรอบคอบ
7.4 เป็นไปตามพื้นฐาน และหลักการเคารพด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะหลักการเรื่อง non refoulment ที่จะไม่ส่งคนกลับไปโดยได้รับอันตราย เนื่องจากได้รับการยืนยันจากรัฐบาลจีนอย่างเป็นทางการ และให้คำรับรองอย่างหนักแน่นว่าจะให้การดูแล และรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลกลุ่มนี้อย่างเต็มที่
7.5 ได้รับการพิจารณาโดยรอบครอบโดยหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง
7.6 บุคคลเหล่านี้ถูกกักขังด้วยข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และจะต้องถูกส่งกลับประเทศของตน ถูกกักขังอยู่ในสถานที่กักกันที่คับแคบมากว่า 10 ปีแล้ว และประชาคมโลกก็เห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ รัฐบาลไทย จะติดตามตรวจสอบ หลังจากนี้ต่อไป
