Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดจับมือขบวนผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ เดินเท้ารณรงค์ต้านเหมืองโปแตช-จัดพิธีตัดชนวน หยุดระเบิดลูกแรกกลางเมืองโคราช พร้อมส่งเสียงถึงรัฐไทยก่อนรายงานต่อ CEDAW ทวงถามผู้ว่าฯ ปมแช่แข็งคณะทำงานฯ ขีดเส้น 1 เดือนก่อนกลับมาปักหลักค้างคืน

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด แจ้งข่าวว่าเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2568 ที่วัดสระขี้ตุ่น ต.หนองตะเกียด อ.ด่านขุนทด  จ.นครราชสีมา นักปกป้องสิทธิกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด พร้อมด้วยขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยรวมตัวกันเดินทางไปยังตัวเมืองจ.นครราชสีมา เพื่อร่วมเดินรณรงค์ต้านเหมืองโปแตซภายใต้ชื่อ “ซิ่งทะยานต้านเหมืองโปแตชอีสาน”  โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง พร้อมมีการจัดแต่งศิลปะขบวนรถเพื่อสื่อสารประเด็นของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองโปแตช  เริ่มที่รถหกล้อปราศรัยที่ติดป้ายผ้าเพื่อสะท้อนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รถสี่ล้อบรรทุกลูกระเบิดจำลองเพื่อแสดงสัญลักษณ์การต้านระเบิดลูกแรกที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่จากการขุดเจาะอุโมงค์เหมืองแร่โปแตชที่ดอนหนองโพ รถที่แสดงถึงความเข้มแข็งในพลังการต่อสู้ของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด รวมทั้งขบวนรถโชว์ห่วยขายน้ำดื่มแห่งความเจ็บปวด และผลึกเกลือจากเหมืองโปแตช พร้อมภาพผลกระทบจากการทำเหมืองเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปด้วย

จากนั้นขบวนรถได้เคลื่อนไปตามทางระหว่างทาง โดยนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด พร้อมด้วยขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยได้ผลัดกันขึ้นปราศรัยให้ความรู้ทั้งเรื่องผลกระทบจากการทำเหมือง รวมทั้งกรณีบริษัทบางจากจับมือทุนจีนเพื่อทำการระเบิดอุโมงค์เปิดเหมืองรอบสอง เป็นต้น

จากถนนสู่เวทีโลก: รัฐไทยต้องรับฟังเสียงผู้หญิงก่อนรายงานต่อ CEDAW

ขณะที่ปรานม สมวงศ์ Protection International กล่าวว่า การร่วมแรงร่วมใจของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดและขบวนผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเดินเท้าต้านเหมืองโปแตช แต่คือการส่งเสียงถึงรัฐไทยในจังหวะสำคัญที่กำลังจะไปรายงานต่อคณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ (Committee on the Elimination of Discrimination against Women – CEDAW) ว่าเสียงของผู้หญิงที่ลุกขึ้นปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม ไม่ควรถูกเพิกเฉยหรือละเลยอีกต่อไป รัฐไทยต้องลงมือปกป้องและคุ้มครองพวกเธออย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงเพื่อทำตามพันธกรณีระหว่างประเทศ แต่เพราะนี่คือความยุติธรรมพื้นฐานที่ผู้หญิงไทยทุกคนพึงได้รับ"

ต่อมาเวลา 09.30 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางถึง บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา  โดยมีการตั้งแถว ชูธง และถือป้ายผ้า พร้อมตั้งเวทีปราศรัยย่อย

จี้ผู้ว่าฯโคราช จัดประชุมคณะทำงาน หลังถูกแช่แข็งเกือบปี

จุฑามาส หัตถาผดุงกิจ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ปรึกษากลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าวว่า หลายครั้งหลายคราที่พวกเราต้องผิดหวังจากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง  โดยเฉพาะ การดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมา สิ่งที่พวกเรามา ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา เนื่องจากตอนนี้ที่จ.นครราชสีมา บ้านของเรา ที่ต.หนองไทร อ.ด่านขุนทด กำลังมีเหมืองโปแตช ซึ่งเป็น 1 ใน 3  เหมืองแร่ได้ประทานบัตรไปแล้ว  โดยเหมืองแร่ที่หนองไทร บ้านของเรา ได้เกิดผลกระทบแล้ว ผืนดิน แผ่นน้ำเกิดความเค็ม ปลูกพืชอะไรไม่ได้  หลายครั้งที่เรามาเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ แต่ก็ไม่เคยได้รับการตอบสนอง

“ที่ผ่านมาโคราชมีผู้ว่าฯมา 3 คนแล้ว ที่ลงไปเหยียบในพื้นที่ ได้เห็นมากับตา ว่าแผ่นดิน ผืนน้ำบ้านของเรามีปัญหาอะไร แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากนี้พวกเรายังต้องต่อสู้ ยังต้องออกมาเรียกร้อง ใช้เวลาหลายปี กว่าจะได้คณะทำงานเข้ามาตรวจสอบผลกระทบเมื่อปีที่แล้วนี่เอง โดยคณะทำงานจะมีจากกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดในสัดส่วนครึ่งหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่เลวร้ายคือ คณะทำงานถูกแช่แข็ง ผู้ว่าฯ ก็ไม่ขยับ  ใครก็ไม่ขยับ เพราะอะไร ก็เพราะขณะนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างบางจาก เข้ามาถือหุ้นใหญ่เหมืองแร่โปแตช บริษัท ไทยคาลิ  ทำให้หน่วยงานราชการนิ่งเงียบเป็นเป่าสาก แต่ที่เลวร้ายกว่านั้น ได้มีทุนจีนจากเข้ามาทำสัญญา บอกว่าจะเข้ามาทำอุโมงค์ด้วยการใช้ระเบิดเหมืองรอบสอง ซึ่งเรากังวลอย่างมากว่า จะซ้ำรอยเหมือนกับสตง.ที่ถล่ม ”จุฑามาส หัตถาผดุงกิจ ที่ปรึกษากลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าว

ขณะที่ สมปอง เวียงจันทร์   ตัวแทนขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ กลุ่มสมัชชาคนจนที่เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า ในการต่อสู้เพื่อต่อต้านการสร้างเขื่อนปากมูลเราต่อสู้กับผู้ว่ามาหลายยุคสมัยมาก ล่าสุดผู้ว่าราชการจากอุบลราชธานีให้การต้อนรับและรับฟังปัญหาข้อร้องเรียนหรือปัญหาของพวกเราอย่างน้อยที่มากที่สุดที่ผู้ว่าจะทำได้คือการลงมารับเรื่องร้องเรียนของประชาชน  ชาวบ้านด่านขุนทด ต้องทนทุกข์กับดินเค็มน้ำเค็มแต่แปลกใจมากว่าทำไมผู้ว่าราชการจังหวัดโคราชถึงยังเฉย  ขอฝากไปยังผู้ว่าฯโคราชท่านต้องให้ความสำคัญต้องลงมารับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ ที่สำคัญต้องจัดประชุมคณะทำงานอย่างเร่งด่วนภายใน 15 วัน หรือ 1 เดือนเป็นอย่างน้อยตามที่กลุ่มร้องขอ  

โอดถูกผู้ว่าฯสับขาหลอก - ลั่นพร้อมกลับมาใหม่ปักหลักค้างคืน

จงดี มินขุนทด ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าวว่า การเริ่มต้นที่ตั้งแถวที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดก็เพื่อทวงถามความคืบหน้ากรณีมีการตั้งคณะทำงานซึ่งต้องมีการประชุม เกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบจากการทำเหมือง  ซึ่งก่อนหน้าตัวแทนของจังหวัดที่มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ได้อ้างว่า ต้องรอผลประชุมจากผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน ตรงนี้แสดงถึงความไม่จริงใจ จงใจที่จะต้องการแช่แข็งกระบวนการตรงนี้ โดยเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาจัดประชุมคณะทำงานอย่างเร่งด่วนก่อนที่ระเบิดลูกแรกจากการทำเหมืองรอบสองจะเกิดขึ้น

“เราแว่วๆมาว่าผู้ว่าฯไปต่างประเทศ เราสงสัยว่าไปประเทศไหน เนื่องจากก่อนหน้าพี่น้องเราโดนหลอก เรามาที่นี่ ผู้ว่าฯบอกว่า ไม่รู้ว่าอุตสาหกรรมจังหวัดอนุญาตแผนผังในการขุดเจาะอุโมงค์ พอเรามา เราทราบว่ามีอนุญาตไปแล้ว 3 เดือน ใครจะไปเชื่อว่าผู้ว่าฯจะไม่รู้เรื่อง ถือเป็นการไม่ให้ความสำคัญแช่แข็งกระบวนการชัดเจน”

เนืองนิด ชิดนอก ตัวแทนขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า เราแปลกใจมากที่ผู้ว่าโคราชนิ่งเฉยในการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน อย่างพวกเราต้องกดดันนานมากกว่าจะได้คณะทำงาน แต่นี่มีคณะทำงานแล้วแค่เปิดประชุมเพื่อสางปัญหาให้กับชาวบ้านยังไม่กล้าทำ ยังไม่ทำทั้งที่อำนาจอยู่ในมือ และหากคุณไม่เริ่มต้นใช้เครื่องมือนี้แล้วจะแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านได้อย่างไร ดังนั้นสิ่งที่เร่งด่วนมากที่สุด คณะทำงานฯ ต้องเปิดประชุมอย่างเร่งด่วนเป็นพรุ่งนี้ได้ยิ่งดี  อย่าให้เกิน 1 เดือนตามที่พวกเรากำหนด ถ้าไม่มีความคืบหน้า  ถ้าไม่มีความคืบหน้าพวกเราขบวนผู้หญิงจะมาชุมนุมใหญ่ร่วมกับนักปกป้องสิทธิฯด่านขุนทดแน่นอนเรา

จัดพิธีตัดชนวน หยุดระเบิดลูกแรก

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันตั้งแถว เพื่อร่วมกันเดินรณรงค์ต้านเหมืองโปแตช พร้อมมีชาวบ้านแต่งตัวเป็นบอมเบอร์เกิร์ล ผีบางจากเชิงสัญลักษณ์การต้านการลงทุนจากบางจาก มาคอยแจกใบปลิว พร้อมมีการให้ติดสติ๊กเกอร์ปิดระเบิด เพื่อไม่ให้เกิดระเบิดลูกแรก ท่ามกลางความสนใจของประชาชนในเขตเมืองจำนวนมาก

ทั้งนี้ตลอดการเดินรณรงค์ ได้มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมาคอยถ่ายรูป ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่ไม่มีการห้อยบัตรแสดงตน จะมีการถ่ายเลขทะเบียนรถของกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ด้วย จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินเท้ามาถึงบริเวณลานย่าโม เพื่อทำกิจกรรม ตัดชนวนระเบิด ยุติระเบิดลูกแรก ด้วยการให้ผีบางจากทำการกลิ้งระเบิดจำลอง ไปมา เพื่อแสดงให้เห็นว่า ระเบิดกำลังจะมาที่ชุมชนแล้ว พร้อมเชิญชวนประชาชนที่สนใจร่วมกันตัดชนวนระเบิด ต่อมาผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด พร้อมภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันตัดชนวนระเบิดเพื่อไม่ให้เกิดระเบิดลูกแรก ปิดท้ายด้วยการร้องเพลงต้านเหมือง  พร้อมชูมือแสดงพลังและส่งเสียงต้านเหมืองกึกก้องเป็นการปิดท้าย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง