18 ก.ค. 2563 ‘เยาวชนปลดแอก (FreeYOUTH)’ ได้นัดสวมเสื้อสีดำ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมกันชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายใต้การใช้กฎหมายควบคุมการเคลื่อนไหวและจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกทางการเมืองในรัฐบาลประยุทธ์ 2 ที่อยู่ต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลรัฐประหารเมื่อปี 2557 จนถึงหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2562
การชุมนุมครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่สืบเนื่องจากการตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งทำให้มีการชุมนุมแฟลชม็อบตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ก่อนจะมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การชุมนุมเหล่านี้ต้องหยุดชะงักไป
แม้การชุมนุมจะหยุดชะงักลง แต่การวิพากษ์รัฐและวิจารณ์การใช้กฎหมายจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนยังดำเนินต่อไปบนสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ‘#saveนิรนาม’ กรณีผู้ใช้ทวิตเตอร์ (ปัจจุบัน X) ถูกจับด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จากโพสต์เกี่ยวกับรัชกาลที่ 10, ‘#saveวันเฉลิม’ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ถูกอุ้มหายในกัมพูชา และ ‘#saveทิวากร’ ผู้สวมเสื้อข้อความวิจารณ์สถาบันฯ ถูกควบคุมตัวและส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช
ชนวนเหตุสำคัญของการชุมนุมครั้งนี้ คือ การออกมาตรการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แม้จะเข้มงวดกับประชาชนผ่านการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การสั่งปิดกิจการ และการกำหนดเวลาเคอร์ฟิว แต่กลับมีกรณีทหารอียิปต์ติดเชื้อเดินทางเข้าไทยโดยไม่กักตัวตามข้อกำหนด ทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ รู้สึกว่าตนถูก ‘เลือกปฏิบัติ’ และตั้งคำถามต่อการบริหารของรัฐบาลประยุทธ์ตลอดช่วงที่ผ่านมา
ความไม่พอใจที่สะสมจากทั้งโครงสร้างการเมือง การใช้กฎหมายจำกัดสิทธิ และการบริหารจัดการของรัฐบาลในภาวะวิกฤต จึงปะทุออกมาเป็นการชุมนุมครั้งสำคัญในวันที่ 18 ก.ค. 2563 พร้อม 3 ข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก คือ ให้รัฐบาลยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยการชุมนุมครั้งนี้มีมวลชนเข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน ซึ่งนับเป็นการชุมนุมครั้งแรกที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดหลังการรัฐประหาร 2557 แม้ผู้จัดงานจะตั้งเป้าการชุมนุมแบบปักหลักค้างคืน แต่ก็ต้องยุติกลางดึกก่อนกำหนดการเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมการชุมนุม
การชุมนุมครั้งแรกของเยาวชนปลดแอกเปรียบเหมือนประตูบานแรกที่แง้มออกเพื่อให้เกิดการชุมนุมอีกหลายร้อยครั้งในปี 2563 ซึ่งมีการขยายประเด็นและขยับข้อเรียกร้องตั้งแต่สิทธิในร่างกายของนักเรียน สิทธิและความเท่าเทียมทางเพศ จนถึงการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
ในเดือนเดียวกันยังมีการชุมนุมใหญ่อีกสองครั้ง ได้แก่ วันที่ 25 ก.ค. 2563 กลุ่ม ‘เสรีเทยพลัส’ จัดกิจกรรม #ม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยนำรูปแบบความบันเทิงมาผสานกับการแสดงออกทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เช่น การแจวเรือประชาธิปไตย การต่อบทภาพยนตร์ ‘หอแต๋วแตก’ และขบวนธงสีรุ้งบนถนน ทั้งนี้ กลุ่มผู้จัดยังแสดงจุดยืนสนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก พร้อมเสนอข้อเรียกร้องเพิ่มเติม คือ การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิด #สมรสเท่าเทียม
ถัดมาในวันที่ 26 ก.ค. 2563 มีกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโร่ ซึ่งหยิบองค์ประกอบจากการ์ตูนยอดนิยมวัยเด็กมาใช้สื่อสาร โดยมีผู้เข้าร่วมหลากช่วงวัยวิ่งรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพร้อมร้องเพลงที่ดัดแปลงจากเพลงประกอบแฮมทาโร่ โดยเปลี่ยนเนื้อร้องเป็น “ของอร่อยที่สุดก็คือ ภาษีประชาชน”
นอกจากนี้ ยังเกิดการชุมนุมในรูปแบบดาวกระจายทั่วประเทศกว่า 20 จังหวัด เช่น “วิ่งไล่ลุง” ที่ จ.อุบลราชธานี, “คนแพร่เล่าขวัญเผด็จการ” ที่ จ.แพร่, “มาเก็บขยะ” ที่ จ.ชลบุรี, “อีสานสิบ่ทน” ที่ จ.มหาสารคาม, “หมุดหมายประชาธิปไตย” ที่ จ.ปัตตานี และ “ราชบุรีขอตีกับเผด็จการ” ที่ จ.ราชบุรี เป็นต้น
หลังจากนั้น 30 ก.ค. 2563 กลุ่ม ‘อาชีวะช่วยชาติ’ และประชาชนจำนวนหนึ่ง ได้นัดรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี กล่าว “ทรงพระเจริญ” ร่วมกัน ก่อนจะชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว พร้อมระบุความหมายใหม่ คือ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง หมายถึง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว
#OnThisDay #บันทึกกาลเมืองไทย #เยาวชนปลดแอก
อ้างอิง
- ประท้วง ดาวกระจายลามกว่า 20 จังหวัด เปิดไทม์ไลน์จุดเริ่มจาก ‘เยาวชนปลดแอก’
- ชุมนุม #เยาวชนปลดแอก
- กลุ่มเยาวชนนัดชุมนุมเรียกร้องยุบสภา-ร่าง รธน.ใหม่ ตร. อ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ห้ามชุมนุม | ประชาไท
- ประมวล 'เยาวชนปลดแอก-สนท.' ชุมนุมร้องยุบสภา หยุดคุกคาม ปชช. ร่างรธน.ใหม่ | ประชาไท
- Timeline ทะลุฝ้า : ปี 63 ที่เพดานแห่งการพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์ถูกดันจนทะลุฟ้า | ประชาไท
- COVID-19 ระบาดแต่ละระลอก รัฐมีมาตรการอะไรบ้าง? | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส
