Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ส่งหนังสือแจ้ง ‘สว.เปรมศักดิ์’ และ สว.อื่นๆ รวม 21 คน ระบุประธาน สว.ระงับส่งคำร้องถอดถอน สว. 136 คนให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หลังมีเหตุถอนชื่อ-ปมลายเซ็น ส่งผลจำนวนไม่ครบ 20 คน ตามกฎหมาย ด้าน 'เปรมศักดิ์' ตั้งข้อสังเกต สว.เสียงส่วนใหญ่ หรือ สว.สีน้ำเงิน ใช้ 'วิชามารทางการเมือง' กดดัน ทำ สว.ถอนรายชื่อ ยืนยันสู้ต่อ หาคนแทน 

 

8 ส.ค. 2568 เว็บไซต์ มติชน ออนไลน์ รายงานวันนี้ (8 ส.ค.) เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อระหว่างอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ระบุว่า เขาได้รับแจ้งตั้งแต่เมื่อเย็น 7 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา ในฐานะที่เขาเป็นผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อ สว. เพื่อยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของ สว. ทั้ง 136 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 113 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ สว.ทั้ง 136 คนที่กำลังถูกกล่าวหาจากกรณี ‘ฮั้วเลือก สว.’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วน เกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในกรณีดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ประธานวุฒิสภาระงับการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เนื่องจากรายชื่อไม่ครบ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรค 1 ที่ต้องใช้เสียง 1 ใน 10 ของ สว. 

สำหรับกรณีฮั้ว สว. ล่าสุดคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปสำนวนเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา มี สว.ประมาณ 136 คน อาจเข้าข่ายขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบ (พ.ร.ป.) รัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และตอนนี้ต้องรอดูผลที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่ว่าจะมีมติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ 

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า เหตุที่ไม่เห็นเขายื่นหนังสือด้วยนั้น เนื่องจากการยื่นคำร้องโดยนาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ และนันทนา นันทวโรภาส สว.เป็นช่วงที่ตนได้เดินทางไปดูงานที่ประเทศมาเลเซียระหว่างวันที่ 5-8 ส.ค. 2568 แต่เขาเองได้ประสาน สว.คนอื่นๆ เพื่อยื่นเรื่องถึงประธานวุฒิสภา รายชื่อตอนยื่นครบแล้ว 21 คน ถือว่าครบ 1 ใน 10 สามารถยื่นได้

เปราศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ตามที่บอกไปข้างต้น มี สว.ที่ลงชื่อแล้วมาถอนชื่อในภายหลัง ซึ่งการถอนชื่อครั้งนี้มีเบื้องหลังแน่นอน แม้จะอ้างเหตุผลอะไรก็ตาม แต่อยากให้ประชาชนได้ติดตามเหตุผลลึกๆ ที่แท้จริง

“ผมได้รับทราบจาก สว.หลายคนที่ร่วมลงชื่อในกลุ่ม สว.อิสระว่ามีความพยายามจาก สว.ที่มีรายชื่อถูกร้องเรียนได้โทรศัพท์มาล็อบบีให้ถอนชื่อ เพื่อให้จำนวนผู้ลงชื่อไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ โดยอ้างเชิงข่มขู่ว่าหากไม่ยอมถอนชื่อออก จะถูกฟ้องกลับ ถูกดำเนินคดี จะทำให้เสียประวัติถูกบันทึกเป็นคดีความภายหลัง

“สว.บางรายที่เข้าชื่อถอดถอนถูกฝ่ายตรงข้ามร้องเรียนให้กรรมการจริยธรรม สว. ตรวจสอบในเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล พอจะไปชี้แจงกลับถูกปฎิเสธไม่ให้นำพยานหลักฐานเข้าชี้แจงอย่างไม่เป็นธรรม เสมือนเป็นการสร้างประเด็นให้หวาดกลัว หวั่นเกรงต่างๆ เพียงหวังให้ต้องยอมไปถอนชื่อออกเท่านั้น” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า มีการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ สว.ถอนชื่อ ก่อนหน้านี้ก็กดดันสร้างความลังเลให้ผู้ที่ยังไม่ลงชื่อไม่กล้าร่วมลงชื่อ ใครลงชื่อแล้วก็กดดันให้ถอนชื่ออีก ตนถือว่าเป็น “วิชามารทางการเมือง” ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เพื่อล้มคำร้องไม่ให้ครบตามจำนวน 20 รายชื่อและตกไปโดยอัตโนมัติ

สว.เปรมศักดิ์ ระบุด้วยว่า บางคนถึงขั้นโทรมาหาเขาเอง และบอกว่าถูกขู่ว่า ถ้าไม่ถอนชื่อจะมีของตามมา มีทั้งเรื่องในอดีตและเรื่องส่วนตัว ถูกขุดขึ้นมาคุกคาม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การเมืองแบบมีวุฒิภาวะ แต่คือการใช้อำนาจในเงามืดเพื่อกดขี่คนที่ยืนอยู่กับประชาชน แบบนี้ยังจะเรียกว่าการเมืองในระบบได้อีกหรือ

“ในวุฒิสภาจะมี สว.ที่ทำตัวเป็นขาใหญ่ใช้วิชามาร ทั้งกดดันในทางลับและทางแจ้ง มีขาใหญ่ในกลุ่มไลน์กลาง สว. ซึ่งเป็นช่องทางติดตามข่าวสารหลักของ สว.ทุกคน ใช้การก่อกวนด้วยข้อความ เสียดสี เย้ยหยัน และข่มขู่ในกลุ่มไลน์  บางคนโพสต์รูป ข้อความ เสียดสี แซะไม่หยุดวันละหลายครั้ง

“ใครไม่ถอนชื่อก็โดนกดดันอย่างหนัก ขู่ว่าจะมีคดีความตามมา คนที่ทนไม่ไหวก็ต้องถอย นี่มันคือการกดขี่เสียงข้างน้อยอย่างเลือดเย็น นี่คือเครื่องชี้วัดว่ามีแผนการล็อบบีไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เรื่องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

โวยพิจารณาคำร้อง 2 มาตรฐาน พร้อมสู้ต่อ หาคนแทน

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่าขอตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาถึงสองมาตรฐานในการพิจารณาคำร้องว่า คำร้องของ สว.สีน้ำเงินที่ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องของแพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรมว.วัฒนธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ถูกประธานวุฒิสภาส่งเรื่องให้ศาลในวันเดียวกันอย่างรวดเร็ว

แต่พอเป็นคำร้องของ สว.กลุ่มอิสระให้ดำเนินการกับ สว.136 คนกลับถูกตรวจสอบอย่างยืดยาด ล่าช้า จนเปิดช่องให้เกิดการล็อบบีอย่างเต็มที่กระทั่งมีการถอนรายชื่อออก การเลือกปฏิบัติเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ทำลายความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา แต่ยังส่งสัญญาณอันตรายว่าผู้มีอำนาจกำลังใช้กลไกในรัฐสภาเพื่อสกัดเสียงตรวจสอบ สว.กลุ่มอิสระแค่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องขอความชัดเจนจากศาล แต่วิธีที่พวกเขาถูกจัดการ มันสะท้อนว่าฝ่ายเสียงข้างมากในวุฒิสภาบางกลุ่มไม่เคารพกระบวนการประชาธิปไตยใดๆ เลย

"การที่รายชื่อไม่ครบ 20 คนนั้นไม่ใช่ความผิดพลาดตามธรรมชาติ แต่เป็นการใช้วิชามารที่ชัดเจนในการจัดการกับสว.เสียงข้างน้อย ให้คำร้องตกไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ สว.อิสระก็ใช้สิทธิอย่างถูกกฎหมายเช่นเดียวกับ สว.สีน้ำเงินทุกประเด็น เราจะไม่หยุดที่จะสู้ต่อ

"แม้จะมีการถอนชื่อและกดดันอย่างหนัก พวกผมพร้อมที่จะหา สว.มาทดแทน เพื่อให้เรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์ และได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นธรรม เพื่ออนาคตของการเมืองที่โปร่งใสและยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของ สว. 136 คน แต่เป็นเรื่องของระบบรัฐสภาไทยทั้งระบบ ถ้าเสียงข้างน้อยไม่มีที่ยืน วันหนึ่งประเทศนี้จะไม่มีที่ยืนสำหรับประชาชนเช่นกัน" นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

รายละเอียดเอกสารแจ้ง 'เปรมศักดิ์' ระงับส่งคำร้องรัฐธรรมนูญ

สำหรับรายละเอียดเอกสาร สำนักข่าว ‘The Standard’ รายงานเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า เอกสารที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งกลับมาที่เปรมศักดิ์ เพียยุระ และ สว. รวม 21 คน ได้มีการระงับการส่งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาคำร้องถอดถอน สว. 136 คนที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. เนื่องจากมี สว. 2 คนร้องเรียนว่าถูกปลอมลายมือชื่อ และมี สว. 1 คนขอถอนรายชื่อ เนื่องจากเข้าใจสาระสำคัญของการเสนอชื่อคลาดเคลื่อน ดังนั้น จึงเป็นผลให้ไม่ครบ 20 ลายชื่อตามกฎหมาย

เอกสารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่งหนังสือแจ้งเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ สว. รวม 21 คน ระบุว่า สืบเนื่องจาก สว.ทั้ง 21 คน ได้เข้าชื่อในหนังสือลงวันที่ 25 ก.ค. 2568 เรื่องขอให้ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพการเป็นวุฒิสภา จำนวน 136 คน สิ้นสุดลง โดยประธานวุฒิสภาได้ยื่นส่งต่อไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เมื่อ 6 ส.ค. 2568 เวลา 12.04 น.

ต่อมา สำนักงานเลขาฯ วุฒิสภา ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักกฎหมาย ดำเนินการในวันเดียวกัน (6 ส.ค.) โดยสำนักกฎหมายได้เร่งดำเนินการสรุปสาระสำคัญของเรื่อง เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการในขั้นตอนธุรการ โดยมีการจัดเตรียมเรื่องเรียบร้อยแล้ว แต่กลับได้รับการประสานงานทางโทรศัพท์ว่า ธนัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี สมาชิกวุฒิสภา มิได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือคำร้อง ทำให้สำนักกฎหมายจำเป็นต้องรอการตรวจสอบลายมือชื่อของ ธนัชญ์พงศ์ ก่อน 

ต่อมา วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏข้อเท็จจริงว่า

1. ธนัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี สมาชิกวุฒิสภา ได้บันทึกลงวันที่ 7 ส.ค. 2568 แจ้งว่า ธนัชญ์พงศ์ ได้ตรวจดูต้นฉบับหนังสือคำร้องของคณะสมาชิกวุฒิสภาแล้ว พบว่า ธนัชญ์พงศ์ ไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อ และขอยืนยันว่าลายมือชื่อที่ปรากฏในบัญชีแนบท้ายในหนังสือเป็นลายมือชื่อปลอม ทั้งนี้ ธนัชญ์พงศ์ ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 16.09 น.

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้รับบันทึกฉบับนี้เมื่อ 7 ส.ค. 2568 เวลา 9.05 น.

2. เดชา นุดาลัย สมาชิกวุฒิสภา ได้มีบันทึกลงวันที่ 7 ส.ค. 2568 แจ้งว่า เดชา ไม่ได้ลงลายมือชื่อในบัญชีแนบท้ายหนังสือคำร้อง และลายมือชื่อที่ปรากฏอยู่นั้น ไม่ใช่ลายมือชื่อของเดชา

สำนักเลขาฯ ได้รับบันทึกฉบับนี้เมื่อ 7 ส.ค. 2568 เมื่อเวลา 9.26 น.

3. พันเอกหญิง ธณตศกร บุราคม สว. ได้มีหนังสือที่ พิเศษ/2568 ลงวันที่ 7 ส.ค. 2568 แจ้งว่า ขอถอนรายชื่อจากการเสนอหนังสือคำร้อง เนื่องจากเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญของการเสนอชื่อครั้งนี้

4. สำนักกฎหมายได้มีบันทึกลับ ที่ สว. 0012.12/17 ลงวันที่ 7 ส.ค. 2568 เรื่องขอให้ตรวจสอบลายมือชื่อสมาชิกวุฒิสภา เรียน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง เพื่อขอความอนุเคราะห์ สำนักบริหารงานกลง ดำเนินการตรวจสอบลายมือชื่อของสมาชิกวุฒิสภาในบัญชีแนบท้ายคำร้อง

สำนักงานบริหารกลาง ได้รับบันทึกลับที่ สว.0012/12/17 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2568 เรื่องขอให้ตรวจสอบลายมือชื่อสมาชิกวุฒิสภา เรียน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย แจ้งว่า นอกจากปรากฏว่ามีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 3 คน ได้มีหนังสือแจ้งว่าไม่ได้ลงลายมือชื่อหรือขอถอนการเข้าชื่อในคำร้องดังกล่าวแล้ว ยังปรากฏผลการตรวจสอบลายมือชื่อในเบื้องต้น โดยสำนักบริหารงานกลางพบว่ามีลายมือชื่อของสมาชิกวุฒิสภาที่สอดคล้องกับลายมือชื่อที่สมาชิกวุฒิสภาได้ให้ไว้ในแบบตัวอย่างลายมือชื่อสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 16 คน และบางท่านไม่สอดคล้องกับลายมือ จำนวน 5 คน

จากข้อเท็จจริงตามลำดับเวลาดังกล่าว จึงแสดงให้เห็นว่าภายหลังจากที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้รับหนังสือคำร้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 แล้ว ก็ได้มีการดำเนินการตามลำดับขั้นตอนในทันทีโดยมิได้มีความล่าช้าแต่อย่างใด และได้เสนอเรื่องต่อประธานวุฒิสภาแล้ว แต่ด้วยเหตุที่คำร้องดังกล่าวมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องลายมือชื่อและจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่ร่วมลงลายมือชื่อ ทำให้มีจำนวนสมาชิกวุฒิสภาลงลายมือชื่อร่วมเสนอหนังสือคำร้องเพียงจำนวน (21-3) = 18 คน (ยังไม่หักจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่ปรากฏผลการตรวจสอบลายมือชื่อของสำนักบริหารงานกลางในเบื้องต้นว่า ไม่สอดคล้องกับที่ให้ไว้กับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาอีก จำนวน 3 คน) ทำให้ไม่ครบจำนวน 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือไม่ครบ 20 คน ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรค 1 กำหนดไว้

ดังนั้น ประธานวุฒิสภาจำต้องมีหนังสือแจ้ง นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ ผู้เสนอคำร้องหลัก และคณะสมาชิกวุฒิสภา ทราบว่าไม่สามารถส่งต่อคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากมีวุฒิสมาชิกไม่ครบ 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรค 1 กำหนด 

เอกสารจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง