สถานการณ์การเมือง ณ ขณะนี้ เชื่อว่าสังคมไทยกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยตัดสินให้ แพทองธาร ชินวัตร ต้องหลุดจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และเป็นผลให้ทั้ง ครม. ต้องหลุดทั้งคณะ พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล เร่งเครื่อง 4 สูบ จัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเพื่อไทยต่อเลยทันที
เกมสำคัญตอนนี้คือทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ยังมีเสียงไม่พอจัดตั้งรัฐบาล ทำให้อยู่ในสถานการณ์ที่ทั้ง 2 ฝ่ายอาจ ‘จำเป็น’ พึ่งพาเสียงของพรรคประชาชน ที่นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งตอนนี้มีเสียงอยู่ในมือประมาณ 143 คน (รวม 1 สส.ที่จะย้ายไปพรรคกล้าธรรม)
เงื่อนไขการร่วมโหวตสนับสนุนนายกฯ ของพรรคประชาชน มีด้วยกันทั้งหมด 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. รัฐบาลต้องยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือนหลังวันแถลงนโยบายต่อสภาฯ 2. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ "ทั้งฉบับ" ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และ 3. พรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล และจะไม่มีสมาชิกคนใดไปเป็นรัฐมนตรี และจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่
- พรรคภูมิใจไทย แถลงต่อสื่อมวลชนก่อนว่าสามารถรับข้อเสนอ TOR ของพรรคประชาชนได้ โดยรัฐบาลใหม่จะมีภารกิจ 3 ประการ 1. แก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา 2. ทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ผ่านกลไก สสร. และ 3. ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ภายใน 4 เดือน
- ‘ณัฐพงษ์’ หัวหน้าพรรค ปชน. ยืนยันยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอโหวตสนับสนุนนายกฯ จากพรรคใด และจะมีการตัดสินใจจนกว่าจะประชุม สส.วันที่ 1 ก.ย. 68 พร้อมเผย ‘เพื่อไทย’ ยังไม่ได้นัดหมายคุยกับผู้บริหารพรรคฯ ดังนั้น ยังไม่ถือว่ารับเงื่อนไขอย่างเป็นทางการ
- ‘เพื่อไทย’ ขอเวลาพิจารณาข้อเสนอของพรรคประชาชนว่าทำได้จริงหรือไม่ และจะส่งผู้บริหารไปที่พรรคฯ หลังจากคุยกันหลังบ้านจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
- พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่การันตีอยู่กับพรรคเพื่อไทย รอประชุมพรรค 31 ส.ค. 2568
- พรรคกล้าธรรม ออกแถลงการณ์ ที่ประชุมพรรคฯ มีมติเอกฉันท์สนับสนุน ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ คนที่ 32 มีเงื่อนไขยึดมั่น 3 สถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ กฎหมายและ รธน.ที่จะแก้ ต้องไม่กระทบสถาบันกษัตริย์ และต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
- ‘ธนาธร’ คณะก้าวหน้า เผยมีการคุยกับทักษิณ ชินวัตร ขอให้ยกมือโหวตสนับสนุน ชัยเกษม เป็นนายกฯ จริง แต่ส่วนพรรคประชาชนจะโหวตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับยอมรับ TOR ได้หรือไม่ ไม่จำเป็นต้องคุยกับเขา
'ภูมิใจไทย' รับเงื่อนไขของพรรคประชาชนได้
เมื่อพรรคประชาชนแถลงเงื่อนไขเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) ในวันเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย ได้ส่งผู้บริหารใหญ่ของพรรค 3 คนไปร่วมเจรจาพรรคประชาชนเลยทันที คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคฯ และภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย
ก่อนที่ต่อมา พรรคภูมิใจไทยจะกลับมา ณ ที่ทำการพรรคฯ และแถลงต่อสื่อมวลชน แสดงความพร้อมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ปัญหาของประเทศคลี่คลายโดยเร็ว และเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีการหยุดชะงัก พร้อมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนอีกด้วย
"ทางพรรคประชาชนได้รับทราบเจตนารมณ์ของพวกเราทุกคน และเงื่อนไขของพรรคประชาชน พวกเราทุกคนก็ได้ยืนยันว่าจะดำเนินตามสิ่งที่ได้มีการหารือกันไว้ ในสาระสำคัญและในเรื่องของรายละเอียดในที่เป็นประเด็นสารัตถะ ก็ได้เห็นพ้องต้องกันทุกประการ"
"เสียงของเราเมื่อรวมกับพรรคประชาชนแล้ว เรามั่นใจที่จะจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศ เงื่อนไขต่างๆ ที่มี เรื่องของการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องของแก้ไขปัญหาคืนความสงบ เจรจากับประเทศที่มีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์อย่างรุนแรง และเมื่อเราดำเนินการเรื่องหลักๆ ในเรื่องนี้ นอกเหนือจากการบริหารราชการแผ่นดินทั่วไปแล้ว เราก็จะคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนภายในเวลา 4 เดือน หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบาย ด้วยการยุบสภาฯ เพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้รีเซ็ต ประเทศอีกครั้งหนึ่ง ใช้อำนาจของพี่น้องประชาชนตัดสินใจอนาคตอนาคตของบ้านเมือง ของผู้ที่จะมาบริหารต่อไป" อนุทิน กล่าว
ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย กล่าวเน้นย้ำว่า หลังจากรับข้อเสนอของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยจะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อมาขอการสนับสนุน เพื่อจัดตั้งรัฐบาลนำโดยอนุทิน และรัฐบาลใหม่ภายใต้การสนับนสนุนของพรรคประชาชนมี 3 ภารกิจหลัก คือ การแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชาแล้ว จัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ และสุดท้าย คือการยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ภายใน 4 เดือน หลังแถลงนโยบายต่อสภาฯ
'เพื่อไทย' ดูก่อนทำตามเงื่อนไข ปชน.ได้หรือไม่
สรวงศ์ เทียนทอง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังประชุม ครม.นัดพิเศษ เผยว่าเวลานี้พรรคเพื่อไทยพยายามอย่างเต็มที่ในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ในส่วนข้อเสนอ 3 ข้อของพรรคประชาชน อะไรที่เป็นโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน ทางพรรคเพื่อไทยยินดีอยู่แล้ว และจากนั้นก็อาจจะมีการพูดคุยกัน ซึ่งยังพอมีเวลา
สรวงศ์ เทียนทอง (ที่มา : แฟ้มภาพจากเพจเฟซบุ๊ก สรวงศ์ เทียนทอง)
ต่อกรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับพรรคประชาชนหรือยัง สรวงศ์ กล่าวว่า คือหลายๆ ท่านมีความสนิทสนมส่วนตัวก็คุยกัน แต่อย่างที่ภูมิธรรมได้คุยกันหลังบ้านว่าจะเอายังไง ทำได้หรือไม่ได้
"เราไม่ได้ต้องการรับปากแบบชุ่ยๆ เพราะถ้ารับปากแล้วทำไม่ได้มันเสีย ไม่ใช่สิ่งที่เสนอมาเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องรู้ว่าทำได้แค่ไหน อย่างเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ… ก็ขอให้ไปย้อนกลับไปดูว่า ‘พรรคไหน’ เป็นพรรคที่ปฏิเสธหรือว่าขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และก็หลายๆ เรื่องพี่น้องประชาชนทราบอยู่ ดังนั้นเราต้องพิจารณาในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองพรรคใหญ่ ไม่ใช่ว่าอยากเป็นจนรับปาก แล้วมันทำไม่ได้ มันเสีย 4 เดือนอาจจะไม่เสร็จ อาจจะต่อรองเป็น 6 เดือน" สรวงศ์ กล่าว
เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การคุยกันหลังบ้านเสร็จเรียบร้อย และเป็นไปตามอย่างที่พูดคุย จะมีเทียบเชิญและไปขอพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ ทั้งหมดทั้งปวงเราเป็นพรรคการเมือง ต้องยึดมั่นในอุดมการณ์ของเราด้วย และสิ่งที่เป็นไปได้ ยืนยันว่าทุกอย่างที่เราตัดสินใจต้องเป็นไปได้
"แนวทางเราจริงๆ ถ้าย้อนกลับไปจริงๆ มันน้ำเดียวกัน แต่มันถูกแยกโดยเหตุการณ์ทางการเมือง หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง การเมืองมันบังคับให้เดินอย่างนั้น แต่ว่าผมมั่นใจว่าพี่น้องสื่อมวลชนก็ดี พี่น้องประชาชนก็ดี ก็ทราบอยู่แล้วว่ามันน้ำเดียวกัน เพราะเรามีจุดยืนในจุดเดียวกันในการคงไว้ซึ่งประชาธิปไตย… ส่วนจะตัดสินใจยังไงเดี๋ยวรอดูกัน" เลขาฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวตอบสื่อถึงคำถามที่ว่า ‘พรรคเพื่อไทยเคยบอกว่าแนวทางของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนไปกันไม่ได้’
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษได้มีมติแต่งตั้ง ภูมิธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะไม่เห็นเงา 7 รัฐมนตรี ดังนี้
- นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ปัจจุบันตำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- สุชาติ ชมกลิ่น สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- สุชาติ ตันเจริญ หรือพ่อมดดำ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ พรรคเพื่อไทย
- สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พรรคเพื่อไทย
- จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พรรคเพื่อไทย
- อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคกล้าธรรม
- อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคกล้าธรรรม
สรวงศ์ กล่าวในเรื่องที่มีรัฐมนตรีขาดประชุมหลายคนว่า ทางรัฐมนตรีก็คงมีเหตุผลของตัวเองอยู่ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของการเมืองที่จะมีการช่วงชิงกัน ก็ต้องรอดูกันต่อไป
"เสียงทั้งหมดที่มีการประกาศออกมา ทั้งหมดทั้งปวงก็คือการรวมพรรคประชาชนด้วย ซึ่งพรรคประชาชนเองก็ยังไม่ได้มีข้อยุติออกมา" สรวงศ์ กล่าว
สรวงศ์ กล่าวถึงกรณีที่มี สส.พรรคเพื่อไทย ไปปรากฏตัวที่พรรคภูมิใจไทย ว่าเมื่อช่วงเช้าก็ได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มแล้ว ก็เข้าใจเหตุผลของแต่ละคน ยอมรับว่ามีไปบางส่วน ก็เข้าใจได้ ส่วนจำนวนนั้นยังไม่ทราบ แต่ก็พยายามคุยกันอยู่ ว่าให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ และจุดยืนของพรรค
เมื่อถามว่าจะการันตี สส.ในพรรคไม่ให้ไหลไปอยู่ขั้วตรงข้ามอย่างไร สรวงศ์ กล่าวว่า การเป็นพรรคการเมืองใหญ่ แน่นอนว่าเราทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้ บางคนอาจจะน้อยใจ แต่ทั้งหมดก็เป็นการเมือง ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนกระโดดออกจากพรรคหรือมีงูเห่า ดังนั้น เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่เราก็พยายามทำความเข้าใจกับคนที่มีใจอยู่กับพรรค
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ยังไม่การันตี ปชป.อยู่ต่อ
30 ส.ค. 2568 เว็บไซต์ ไทยรัฐออนไลน์ รายงานเมื่อ 11.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน กรณีมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยได้ทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาล รวมถึงกระแสข่าวที่ว่า สส. พรรคประชาธิปัตย์จำนวน 4 คน เตรียมไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย
โดยเฉลิมชัย กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า วันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) พรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เวลา 15.00 น.
เว็บไซต์มติชนออนไลน์ รายงานว่า วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนครั้งแรก ในระหว่างการรวบรวมเสียง เพื่อช่วงชิงการจัดตั้งรัฐบาล ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย โดยได้เดินขึ้นตึกบัญชาการ และระบุว่า ขอไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน
ต่อมา เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล วราวุธ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่าประชุม ครม.เรียบร้อย โดยผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่าจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนายังคงจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า "พูดไปหมดแล้วเมื่อวาน"
ปชน. ยังไม่รับข้อเสนอพรรคใด รอผลประชุม สส.วันที่ 1 ก.ย.นี้
เมื่อ 30 ส.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก The Reporters ถ่ายทอดสดออนไลน์ เวลา 15.30 น. ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ระบุว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เผยว่ายังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทย และยังไม่รับข้อเสนอจากพรรคใด
ณัฐพงษ์ กล่าวว่าวัตถุประสงค์ของพรรคประชาชนคือต้องการใช้ สส.จำนวน 140 กว่าเสียง เพื่อผ่าทางตันทางการเมืองให้กับประเทศโดยไม่ขอร่วมรัฐบาล ความหมายถึงถ้าพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และมาขอเสียงจากพรรคประชาชนสนับสนุนเลือกนายกฯ ให้ ก็จะเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีดีลลับพรรคประชาชนจะโหวตสนับสนุนนายกฯ พรรคภูมิใจไทย เพื่อแลกกับตำแหน่ง 8 รัฐมนตรีนั้น ณัฐพงษ์ กล่าวยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีดีลลับ เราไม่มีการเจรจาอะไรที่เป็นใต้โต๊ะหรือหลังบ้านใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าจะมีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีการคุยกันอย่างไม่เป็นทางการเพื่อแสดงเจตจำนง และรับข้อเสนอของพรรคประชาชน ถ้าเป็นการพูดคุยลักษณะนี้ ไม่ถือว่าเป็นรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ การรับข้อเสนอ TOR (Term of Reference) ของพรรคประชาชน ต้องมีการส่งหัวหน้าพรรค และผู้บริหารเข้ามาคุยกับตัวเขา และผู้บริหารของพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการของพรรคฯ เพื่อแสดงเจตจำนงในการรับข้อเสนอ และเงื่อนไขของพรรคประชาชนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า ล่าสุดพรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกทิศทางใดทิศทางหนึ่งว่าจะเลือกใครเป็นนายกฯ คนต่อไป เพราะว่าการตัดสินใจต้องใช้กระบวนการประชุมตัดสินใจจากผู้บริหารพรรค และ สส. ซึ่งจะมีการประชุมในวันจันทร์ที่ 1 ก.ย. 2568
“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ตอนนี้พรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจทางหนึ่งทางใดว่าจะเลือกใคร เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป การตัดสินใจจะต้องใช้กระบวนการจากผู้บริหารพรรค และก็ที่ประชุม สส. ซึ่งจะมีการจัดประชุม สส.ขึ้นในวันจันทร์ช่วงบ่าย (1 ก.ย.) ที่จะถึงนี้ ตอนนี้ข้อเสนอ TOR ที่เราได้เปิดข้อเสนอไป เป็นข้อเสนอที่ทุกๆ พรรคที่ไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ และจำเป็นต้องได้เสียงของพรรคประชาชนในการเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำเป็นที่จะต้องยอมรับตามข้อเสนอ TOR ของเรา และจะต้องมีการแสดงเจตจำนง และเข้ามาพูดคุยกับผู้บริหารพรรค และเข้ามาพูดคุยกับผมอย่างเป็นทางการในที่ทำการพรรคฯ ด้วย” ณัฐพงษ์ กล่าว
สำหรับวานนี้ (29 ส.ค.) พรรคภูมิใจไทยได้เข้ามาเจรจาที่พรรคประชาชน ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทางภูมิใจไทยเองถือว่าแสดงเจตจำนงในการรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนแล้ว ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ได้ให้ข่าวออกไปว่าได้พูดคุย แต่ไม่ได้พูดคุยกับเขาและผู้บริหารพรรคฯ ชุดปัจจุบัน จะไม่ถือว่าเป็นการแสดงเจตจำนง หรือว่ารับ TOR ของพรรคประชาชน
หลังการประชุม สส.พรรคประชาชนแล้วอาจจะได้ผลการตัดสินใจจากที่ประชุม สส.ทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นน วินาทีนี้จนถึงช่วงวันจันทร์บ่าย ถ้าไม่ได้มีพรรคการเมืองที่จะรับข้อเสนอของพรรคประชาชน และส่งผู้บริหารอย่างเป็นทางการมาเจรจาหรือพูดคุยกับพรรคประชาชน ณ ที่ทำการพรรคฯ จะถือว่าไม่ได้รับข้อเสนออย่างเป็นทางการจากพรรคประชาชน
ประเมินท่าทีของพรรคภูมิใจไทยในการรับข้อเสนออย่างไร ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เขายังไม่ได้ประเมินว่าใครจริงใจหรือไม่จริงใจ แต่อยากให้ทุกคนประเมินจากเสียง สส.ในปัจจุบัน และข้อตกลงใน TOR เพราะว่าอย่างที่นำเรียนในตอนต้น พรรคประชาชนต้องการผ่าทางตันทางการเมือง โดยมีเป้าประสงค์ในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่พรรคประชาชนสามารถใช้เสียงหรือกลไกสภาฯ ในการกำกับเสียงรัฐบาลเฉพาะกาลที่มีหน้าที่ในการยุบสภาฯ และนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ตามที่ระบุไว้ใน TOR ของพรรคประชาชน เพราะฉะนั้น ในขณะนี้ยังไม่ได้ประเมินว่าใครมีความจริงใจหรือไม่จริงใจมากน้อยขนาดไหน
ส่วนจะเชื่อใจพรรคภูมิใจไทยมากขนาดไหน และทำไมต้อง 4 เดือนถึงยุบสภาฯ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชื่อใจได้มากขนาดไหนขึ้นอยู่กับความเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยและการใช้จำนวนเสียง สส.พรรคประชาชนที่เรายืนยันว่าจะไม่ร่วมรัฐบาล หมายความว่าในระยะเวลา 4 เดือน ถ้ามีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทางพรรคประชาชนเห็นว่าไม่สมควร หรือว่ามีความพยายามที่จะไปทำให้กระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซง พรรคประชาชนพร้อมใช้จำนวนเสียงในสภาฯ ทั้งหมดที่มีเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และคว่ำนายกฯ
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ามีความกังวลเรื่องฐานเสียงหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า เขาจะต้องมีการสื่อสารทั้งภายในพรรคและสาธารณชน ผู้สนับสนุนพรรคด้วย และอยากยืนยันว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชน อยู่บนผลประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่ได้อยู่บนฐานที่ว่าเราได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมืองแต่อย่างใด ซึ่งเราสื่อสารหลายครั้งแล้วว่าสถานการณ์ในประเทศที่รุมเร้าหลายๆ ด้าน การมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรมและมาจากการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ต่อกรณีที่สื่อถามเรื่องหากมีการเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ ทางพรรคประชาชนจะสนับสนุนหรือไม่ ณัฐพงษ์ ยืนยันว่าพรรคประชาชนจะไม่โหวตยกมือให้อย่างแน่นอน
จากกรณีที่สื่อถามว่า ก่อนหน้านี้สรวงศ์ เทียนทอง สส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่าอาจจะมีการเจรจาขอให้มีการขยายระยะเวลายุบสภาฯ จากเดิมอยู่ที่ 4 เดือน เพิ่มเป็น 6 เดือนนั้น ณัฐพงษ์ กล่าวยืนยันว่าข้อเสนอ TOR ของพรรคประชาชนคือข้อเสนอขั้นต่ำ และไม่สามารถพิจารณาเพิ่มในเรื่องนี้ได้ แต่ทางพรรคการเมืองอื่นๆ สามารถให้ข้อเสนอที่ดีกว่านี้กับพรรคประชาชนได้
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าระยะเวลา 4 เดือนก่อนยุบสภาฯ จะทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทันหรือไม่นั้น ณัฐพงษ์ ระบุว่าอยู่ในกรอบระยะเวลาที่ทำทัน และเหมาะสมในขณะนี้
'กล้าธรรม' มีมติเอกฉันท์ หนุน 'อนุทิน' นั่งเก้าอี้นายกฯ
หลังจากที่ไม่เห็นวี่แววของพรรคกล้าธรรมไปร่วมแถลงจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย และประชุม ครม.พิเศษ ล่าสุดวันนี้ (30 ส.ค.) ‘พรรคกล้าธรรม’ ได้ออกแถลงการณ์แล้วว่าจะสนับสนุนอนุทิน นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนต่อไป
แถลงการณ์พรรคกล้าธรรม ระบุว่าคณะกรรมการบริหาร และ สส.ได้พิจารณาความเห็นของสมาชิกพรรคทุกท่าน เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินการของพรรค รวมถึงพิจารณาข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทย โดยมีมติเอกฉันท์สนับสนุนให้อนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เนื่องจากตอนนี้ประเทศไทยต้องมีฝ่ายบริหารมาจัดการปัญหาและความขัดแย้งโดยไม่สามารถประวิงเวลาต่อไปได้อีก
พรรคกล้าธรรม ได้แสดงจุดยืนของพรรคให้กับพรรคภูมิใจไทยทราบ โดยมี 2 เรื่องหลัก คือ 1. ต้องยึดมั่นใน 3 สถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หากมีการแก้ไขกฎหมายหรือ รธน. ต้องไม่กระทบต่อสถาบันกษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และ 2. ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
ดังนั้น หากพรรคภูมิใจไทยยอมรับเงื่อนไขของพรรคกล้าธรรมได้ ต้องมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผ่านกลไกของรัฐสภา
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
'ธนาธร' รับคุย ‘ทักษิณ’ จริง ขอพรรคประชาชนช่วยโหวตหนุน 'ชัยเกษม'
วันที่ 30 ส.ค. 2568 เมื่อเวลา 17.15 น. ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้มีการพูดคุยกับ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร จริง เพื่อขอเสียงโหวตสนับสนุนชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ทีมสื่อพรรคประชาชน)
ธนาธร กล่าวว่า ทักษิณได้มาปรึกษาหารือในกรณีที่พรรคประชาชนจะยกมือสนับสนุนให้ชัยเกษม เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ซึ่งตัวเขาเองได้ตอบไปว่าพรรคประชาชนมีจุดยืนเรื่องนี้อย่างชัดเจนมาตั้งแต่เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ในเรื่องของ TOR หรือเงื่อนไขของการยกมือสนับสนุนผู้ใดผู้หนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเงื่อนไขคือ ยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน รวมถึงจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้บอกกับนายทักษิณไป
ส่วนความกังวลว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ ธนาธร ระบุว่า พรรคประชาชนมีเงื่อนไขที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทยจะยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนได้หรือไม่ หากพรรคเพื่อไทยยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนได้ ก็ไม่ต้องมาคุยกับเขา ไปคุยกับหัวหน้าพรรคประชาชนได้เลย ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาชนได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่ายังไม่ได้มีการติดต่อหรือนัดหมายจากทางพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการมาที่พรรคประชาชน
ต่อกรณีที่สื่อถามว่าฐานเสียงสนับสนุนอาจไม่พอใจที่เลือกนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคเพื่อไทยนั้น ธนาธร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคประชาชน ไม่มีกลุ่มไหนรวมเสียงข้างมากและจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้น ต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์เช่นนี้การคืนอำนาจประชาชนเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ส่วนจะเลือกใครก็ต้องดูว่าพรรคไหนมีโอกาสทำสิ่งต่างๆ ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน พรรคประชาชนพร้อมรับฟังข้อเสนอ
ต่อกรณีที่สื่อถามว่ามีข้อกังวลว่า TOR จะถูกฉีกเหมือนตอนจัดตั้งรัฐบาลปี 2566 หรือไม่ ธนาธร เผยว่าต้องให้ประชาชนตัดสิน หากพรรคไหนรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนไปแล้วไม่ทำตาม ก็ขอให้ประชาชนตัดสิน
