Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อินโดนีเซียเริ่มใช้วีธีการตีความกฎหมายล้าหลังเพื่อเอาผิดกลุ่มคนรักเพศเดียวกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย "ห้ามการมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส" และกฎหมาย "ต่อต้านสื่อลามก" โดยในกรณีล่าสุดเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการบุกทลายและจับกุมผู้ต้องสงสัย 34 ราย โดยอ้างว่าพวกเขาเข้าร่วมงานปาร์ตีร่วมเพศของชายรักชาย ซึ่งมีโอกาสที่ตำรวจจะอ้างใช้กฎหมายดังกล่าวนี้ในการดำเนินคดีพวกเขา

มีชายรวม 34 รายถูกจับกุมตัวโรงแรมในสุราบายา ชวาตะวันออก อินโดนีเซีย เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่่ผ่านมา โดยพวกเขาถูกกล่าวหาว่าจัดงานปาร์ตีร่วมเพศชายรักชาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจในสุราบายาเปิดเผยว่าพวกเขาได้ทำการบุกทลายการร่วมตัวกันแบบเฉพาะกลุ่มไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะที่ โรงแรมมิดทาวน์ ในย่านโวโนโครโม ช่วงห้าทุ่มของวันที่ 18 ตุลาคม ไปจนถึงช่วงเช้าของวันที่ 19 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น ทางตำรวจอ้างว่าพวกเขาได้ปฏิบัติการในครั้งนี้หลังจากที่ได้รับรายงานว่ามี "กิจกรรมผิดปกติ" ที่ในโรมแรม

ตำรวจสุราบายาเปิดเผยอีกว่าพวกเขาได้เก็บหลักฐานจากที่เกิดเหตุ เช่น ยาคุมกำเนิด, โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์อื่นๆ รวมถึงมีการนำตัวผู้ต้องสงสัยไปที่สถานีตำรวจสุราบายา โดยมีการตั้งข้อกล่าวหาชายบางคนในจำนวน 34 ราย ว่า ได้จัดงานและให้เงินสนับสนุนงานปาร์ตีร่วมเพศระหว่างคนรักเพศเดียวกัน

คำแถลงของตำรวจยังระบุถึงบุคคลรายหนึ่งว่าเป็นผู้จัดงานหลักที่ทำโปสเตอร์และเผยแพร่ข้อมูลของงานนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดียคือในกลุ่ม WhatsApp ตำรวจระบุอีกว่ามี 7 ราย ที่เป็นผู้ช่วยจัดงาน ซึ่งคอยช่วยเหลือด้านการเผยแพร่ข้อมูล, ประสานงานการขนส่ง และเตรียมสถานที่จัดงาน

กรณีที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน ในเรื่องที่ทางการอินโดนีเซียเน้นอ้างใช้กฎหมายที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อโจมตีบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศหรือ LGBTQ+

โดยที่ถึงแม้ว่าทางตำรวจจะยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะใช้กฎหมายใดในการดำเนินคดีต่อบุคคลที่พวกเขาจับมาในครั้งนี้ แต่เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอินโดนีเซียบ่อยๆ แล้ว กรณีการจับกุมแบบนี้มักจะมีการนำกฎหมาย 2 ฉบับมาอ้างใช้ หนึ่ง คือกฎหมายว่าด้วยการมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส ซึ่งมีการแก้กฎหมายเมื่อปี 2565 ห้ามไม่ให้มีเพศสัมพันธ์นอกเหนือจากคู่สมรส และสอง คือกฎหมายต่อต้านสื่อลามกปี 2551

ถึงแม้ว่าในอินโดนีเซียจะไม่มีกฎหมายที่ห้ามความสัมพันธ์ระหว่างคนรักเพศเดียวกันโดยตรงในประมวลกฎหมายอาญาของพวกเขา แต่การแต่งงานระหว่างคนรักเพศเดียวกันก็ยังไม่ใช่เรื่องถูกกฎหมายในอินโดนีเซีย ทำให้ทางการสามารถนำกฎหมายห้ามเพศสัมพันธ์นอกสมรสมาอ้างใช้ปราบปรามคนรักเพศเดียวกันได้ เพราะการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันในอินโดนีเซียจะกลายเป็นการมีเพสสัมพันธ์นอกสมรสเสมอตราบใดที่ยังไม่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม

นอกจากนี้ตำรวจอินโดนีเซียยังเริ่มหันมาใช้ "กฎหมายต่อต้านสื่อลามก" ในการอ้างบุกทลายการรวมกลุ่มกันของผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วย เช่น เมื่อเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา ตำรวจได้จับกุมชาย 74 ราย และหญิง 1 ราย ในจาการ์ตา ข้อหาเข้าร่วม "ปาร์ตีเกย์" ก่อนหน้านั้น ในเดือน พฤษภาคม ปีนี้ก็มีการควบคุมตัวบุคคล 9 ราย ในข้อหาเดียวกัน และในเดือน กุมภาพันธ์ ก็มีการอ้างข้อหาแบบเดียวกันนี้ในการจับกุมบุคคล 56 ราย ในโรงแรมอีกแห่งหนึ่งที่ เซาท์จาการ์ตา

องค์กรสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล บอกว่าการบุกทลายเหล่านี้นับเป็น "การบุกทลาย 3 ครั้ง ที่อยู่บนฐานของความเกลียดชังและการเหยียดหยามศักดิ์ศรี" รวมถึงเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมทันที

ไคล์ ไนท์ นักวิจัยอาวุโสด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศของฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวว่า อินโดนีเซียได้อ้างใช้กฎหมายต่อต้านสื่อลามกอนาจารเป็นเครื่องมือในการโจมตีผู้มีความหลากหลายทางเพศ อีกทั้งยังกล่าวเน้นย้ำอีกว่าการบุกทลายที่เกิดขึ้นเหล่านี้ละเมิดสิทธิตามหลักกฎหมายนานาชาติหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น สิทธิความเป็นส่วนตัว, สิทธิในการรวมกลุ่ม และสิทธิในการได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม

ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ UNHRC ยืนยันว่ากิจกรรมทางเพศระหว่างผู้ใหญ่ที่มีการยินยิมพร้อมใจกันในที่ที่เป็นส่วนตัวนั้น ได้รับการคุ้มครองภายใต้สิทธิความเป็นส่วนตัว ตามหลักการของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งเป็นหลักการที่อินโดนีเซียร่วมเป็นประเทศสมาชิกด้วย

การบุกทลายที่เกิดขึ้นยังได้สะท้อนเรื่องที่ตำรวจทำการสอดแนมและบังคับใช้กฎหมายต่อการรวมกลุ่มกันของชาว LGBTQ+ ในอินโดนีเซียมากขึ้น ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้มีการระงับปฏิบัติการแบบนี้โดยทันที รวมถึงให้นำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการเช่นนี้มารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น การกระทำของตำรวจได้ส่งผลให้ผู้คนไม่กล้าเปิดเผยตัวตนของตัวเองเพราะกลัวว่าจะถูกลงโทษ การปิดบังเช่นนี้ได้ส่งผลทางลบต่อสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคลเหล่านั้น

องค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติได้เรียกร้องเสมอมาให้รัฐบาลอินโดนีเซียแก้ไขกฎหมายที่ส่งเสริมให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายในเชิงกีดกันเลือกปฏิบัติ และเรียกร้องให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนนานาชาติโดยการคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัว, สิทธิในการรวมกลุ่ม และการไม่กีดกันเลือกปฏิบัติ

เรียบเรียงจาก

34 men arrested for gay sex & then paraded through the street in Indonesian raid, LGBTQ Nation, 23-10-2025
https://www.lgbtqnation.com/2025/10/34-men-arrested-for-gay-then-paraded-through-the-street-in-indonesian-raid/

Indonesia Police Arrest 34 Men at Private Party, Raising Rights Concerns, News Ghana, 23-10-2025
https://www.newsghana.com.gh/indonesia-police-arrest-34-men-at-private-party-raising-rights-concerns/

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง