Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รายงานพิเศษจากสื่อ Rest of World เปิดชีวิตคนทำงานชาวเคนยา คัดแยกข้อมูลเพื่อฝึก AI ให้บริษัทจีน ทำงาน 12 ชม./วัน ค่าจ้างต่ำสุด 5 ดอลลาร์ ไม่มีสัญญา-สวัสดิการ ไม่รู้แม้แต่ชื่อบริษัทที่ทำให้ สหภาพแรงงานออกมาเตือนถึงรูปแบบใหม่ของอาณานิคมดิจิทัล แรงงานราคาถูกอยู่เบื้องหลังธุรกิจ AI ที่มีมูลค่ามหาศาล


ภาพจาก: starline/Freepik 

ช่วงตี 3 ของวันหนึ่งในไนโรบี เมืองหลวงของประเทศเคนยา แล็ปท็อปและโทรศัพท์ของเคน (Ken) เรืองแสงในความมืด บนหน้าจอหนึ่งมีคลื่นซัดหาดในวิดีโอ อีกหน้าจอหนึ่งมีผู้หญิงยืดตัวท่าโยคะ เขาดูคลิปแต่ละอันหลายรอบ พยายามตัดสินใจว่าเป็นสโลว์โมชันหรือไม่

โทรศัพท์สั่น ในข้อความ WhatsApp เพื่อนร่วมทีมบอกว่าเธอติดป้ายกำกับวิดีโอไปแล้ว 2,200 คลิปวันนั้น ขาดอีก 200 จากเป้าหมายรายวัน "ใกล้ถึงเป้าหรือยัง? ฉันง่วงมาก คิดว่าจะทำต่อพรุ่งนี้" เธอพิมพ์ข้อความส่งถึงเคน

เคน ที่ขอใช้นามแฝงเพราะกลัวสูญเสียงาน เป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ในไนโรบีที่ทำงานเบื้องหลังความสำเร็จด้าน AI ของจีน เขาและกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ต้องทำงานหนักถึงวันละ 12 ชั่วโมง เพื่อคัดแยกและติดป้ายกำกับวิดีโอสั้นจำนวนมหาศาลส่งให้บริษัทจากประเทศจีน แม้จะเป็นงานที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีระดับโลก แต่พวกเขากลับได้รับค่าจ้างเพียง 700 ชิลลิงเคนยา หรือประมาณ 5.42 ดอลลาร์ต่อวันเท่านั้น ซึ่งถือเป็นค่าแรงที่ต่ำมาก

ประเทศเคนยาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางคัดกรองข้อมูลให้กับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา อย่าง Meta และ OpenAI มาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีบริษัท AI จากประเทศจีน เข้ามาจ้างงานในพื้นที่นี้มากขึ้น แต่กลับมีกระบวนการทำงานที่ตรวจสอบได้ยากกว่า ประเด็นสำคัญคือความไม่โปร่งใสของบริษัทจีนเหล่านี้ ซึ่งมักปกปิดข้อมูลการดำเนินงานอย่างมิดชิด ทำให้การตรวจสอบสิทธิแรงงานหรือเงื่อนไขการจ้างงานทำได้ยากกว่ามาตรฐานที่บริษัทเทคโนโลยีฝั่งตะวันตกเคยทำไว้

เพย์อัล อโรรา (Payal Arora) ศาสตราจารย์ด้านวัฒนธรรม AI แบบมีส่วนร่วมที่มหาวิทยาลัยอูเทรคต์ (Utrecht University) ในเนเธอร์แลนด์ บอกกับ Rest of World ว่า "บริษัท AI จีนได้กลายเป็นผู้ซื้อข้อมูลที่ใช้คนคัดแยกรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่างเงียบๆ สิ่งที่ทำให้การขยายตัวของพวกเขาน่ากลัวไม่ใช่แค่ขนาด แต่คือความไม่โปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนและตรวจสอบได้ยาก ซึ่งเชื่อมต่อกันทั้งในแอฟริกาตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง"

"ต่างจากบริษัทสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มถูกตรวจสอบมากขึ้น แต่การทำงานของจีนมักผ่านผู้รับเหมาช่วงหลายต่อ ทำให้ยากต่อการหาผู้รับผิดชอบ การขาดความโปร่งใสนี้ทำให้เราแทบไม่รู้ข้อมูลเรื่องสภาพการทำงาน โครงสร้างค่าจ้าง หรือการคุ้มครองแรงงานเลย"

Rest of World ติดต่อไปยังบริษัท AI รายใหญ่หลายแห่งของจีน เพื่อสอบถามเรื่องการจ้างงานคัดแยกข้อมูลในเคนยาและรูปแบบการจ้างงาน แต่กลับไม่ได้รับการตอบกลับ

ระบบที่สร้างเพื่อความคลุมเครือ

Rest of World ได้พูดคุยกับคนทำงานคัดแยกข้อมูล 10 คน ซึ่งเชื่อว่าตนเองทำงานให้บริษัทจีนเมื่อพิจารณาจากเนื้อหาที่ทำอยู่ หัวหน้าทีมบางคนระบุว่าเคยติดต่อกับผู้จัดการชาวจีนผ่านการโทรศัพท์ แต่ไม่มีคนทำงานคนใดทราบชื่อบริษัทเจ้าของโครงการที่แท้จริง โดยพวกเขารู้จักเพียงแค่นายหน้า บริษัทภายนอก หรือตัวแทนเท่านั้น

คนทำงานถูกรับเข้าทำงานผ่าน Google Form อย่างง่าย และจัดการผ่านกลุ่ม WhatsApp ที่มีสมาชิกไม่เกิน 30 คน โดยรับค่าจ้างผ่านแอป M-Pesa งานเหล่านี้ไม่มีสัญญาอย่างเป็นทางการ และเป็นโครงการระยะสั้นประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งคนทำงานต้องทำงานติดต่อกัน 7 วันต่อสัปดาห์

เดวิด (David) ซึ่งทำงานนี้มา 3 เดือนบอก Rest of World ว่า "เราแค่เข้าไปในแพลตฟอร์มที่ผู้จัดการชาวจีนจัดระเบียบงานไว้ แต่เราไม่รู้เลยว่าพวกเขาเอาข้อมูลที่ติดป้ายกำกับเหล่านี้ไปทำอะไรต่อ" เขาจำเป็นต้องใช้นามแฝงเพราะกังวลเรื่องการสูญเสียรายได้

คนทำงานระบุว่าพวกเขาไม่มีทั้งอีเมลอย่างเป็นทางการ สัญญาจ้าง ระบบทรัพยากรบุคคล หรือแม้แต่สำนักงาน โดยต้องทำงานบนพอร์ทัลที่ไม่มีข้อมูลเผยแพร่ต่อสาธารณะ ส่วนคำสั่งและข้อแนะนำต่าง ๆ จะถูกส่งผ่านรายงานอัตโนมัติในกลุ่ม WhatsApp

ทำงานเหมือนหุ่นยนต์


รายงานอันดับและความแม่นยำในการทำงาน | ภาพจาก: Rest of World

เดวิดเล่าว่าเขาได้รับการแนะนำจากเพื่อนร่วมชั้น หลังจากกรอกแบบฟอร์มสมัครงาน เขาก็ถูกเพิ่มเข้ากลุ่ม WhatsApp ที่มีสมาชิกประมาณ 10 คนรวมหัวหน้างาน ซึ่งกลายเป็นทีมของเขา พวกเขาเริ่มต้นด้วย "ระยะจำลอง" ที่ทุกคนต้องติดป้ายกำกับวิดีโอ 20,000 คลิปต่อวัน โดยต้องมีความแม่นยำ 90% ซึ่งแต่ละคลิปมีความยาวไม่เกิน 10 วินาที หากความแม่นยำต่ำเกินไปอาจทำให้คนทั้งทีมถูกไล่ออก หลังผ่านช่วงทดลอง ทีมต้องรับผิดชอบติดป้ายกำกับวิดีโอรวมกันไม่เกิน 260,000 คลิปต่อวัน หรือเฉลี่ยคนละ 26,000 คลิป ซึ่งมือใหม่อาจต้องใช้เวลาทำงานนานถึง 12 ชั่วโมง

เคนบอก Rest of World ว่าคนทำงานที่มีประสบการณ์สามารถจัดการงานได้ภายใน 8 ชั่วโมง โดยใช้วิธีแบ่งหน้าจอทั้งบนโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ รวมถึงจดจำรูปแบบการทำงาน "คุณจะเข้าสู่สภาวะเหมือนซอมบี้ ถ้าผมหยุด ผมจะตามไม่ทัน ถ้าผมมัวแต่คิด ผมจะล้มเหลว คุณต้องนั่งจดจ่ออยู่กับมัน เพราะถ้าทำอย่างอื่นไปด้วย คุณจะทำงานไม่สำเร็จ"

ภาพหน้าจอและบันทึกแชทที่ Rest of World ตรวจสอบแสดงให้เห็นว่ากลุ่ม WhatsApp ทำหน้าที่เหมือนโรงงานดิจิทัล โดยมีการจัดอันดับรายวัน แสดงแผนภูมิการผลิต ส่งข้อความให้กำลังใจ และคอยเตือนให้ทำงานหนักขึ้น

ในทุกวัน ผู้ดูแลจะแชร์รายงานจัดอันดับผลผลิตและความแม่นยำ พร้อมทั้งจัดประชุมสั้น ๆ หลายครั้งต่อสัปดาห์เพื่อทบทวนรายงาน แก้ไขปัญหาความแม่นยำ และกดดันให้ทีมทำงานเร็วขึ้น หากคนทำงานคนหนึ่งทำไม่ทัน คนอื่นจะถูกสั่งให้รับภาระแทน โดยคนงานต้องรักษาความแม่นยำให้ได้อย่างน้อย 85% จึงจะได้รับเงินค่าจ้าง

หัวหน้างานชาวเคนยาที่ดูแลทีม 30 คนบอก Rest of World ว่า "ยิ่งโครงการใหญ่ เรายิ่งจ้างคนมากแต่อัตราค่าจ้างยิ่งต่ำลง เราไม่สามารถมีพนักงานประจำที่มีสวัสดิการได้ เราจึงต้องตั้งความคาดหวังไว้แบบนั้น"

ลัทธิอาณานิคมดิจิทัล

โจน คินยัว (Joan Kinyua) ประธานสมาคมผู้ติดป้ายกำกับข้อมูล องค์กรสหภาพแรงงานคนทำงานในภาค AI ในไนโรบีบอก Rest of World ว่า "นี่คือทุนนิยมและจุดสูงสุดของลัทธิอาณานิคมดิจิทัล บ่อยครั้งที่หัวหน้างานไม่บอกว่าคุณทำงานให้ใคร แต่คุณสามารถดูได้จากใบหน้าของผู้คนในเนื้อหาที่ทำ"

"บริษัททั้งหมดมาที่นี่เพียงเพราะต้องการแรงงานราคาถูก เพราะรู้ว่าคนเคนยาจะผลิตงานคุณภาพดีด้วยต้นทุนที่ต่ำมากหรือไม่มีเลย บางครั้งคนงานก็ไม่ได้รับเงินเพราะไม่มีการติดต่อโดยตรงกับองค์กรที่จ้างงาน หรือไม่รู้ว่างานของตนช่วยสร้างอะไรขึ้นมา เมื่อไม่มีสัญญาจ้าง จึงกลายเป็นเพียงคำพูดของคุณที่ต้องไปสู้กับคำพูดของพวกเขา"

อโรรากล่าวว่า "AI อาจดูสิขล้ำยุค แต่มันถูกสร้างขึ้นบนเศรษฐศาสตร์แบบโลกเก่าอย่างแท้จริง แม้โมเดลจะดูเหมือนเป็นระบบอัตโนมัติ แต่เบื้องหลังกลับมีกองทัพคนงานค่าจ้างต่ำที่ทำงานบั่นทอนจิตใจเพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่ดอลลาร์ต่อวัน บริษัทต้องพึ่งพาการติดป้ายกำกับราคาถูกเพราะโมเดลธุรกิจ AI ในปัจจุบันต้องแบกรับต้นทุนการฝึกฝนที่มหาศาลไปพร้อมกับการแข่งขันด้านความเร็ว แรงงานราคาถูกจึงเป็นเหมือนเงินอุดหนุนเงียบ ๆ ที่ประคองกระแสความนิยมของ AI เอาไว้ หากไม่มีแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่เป็นธรรม อนาคตของ AI แม้จะก้าวไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็จะขาดความยุติธรรมอย่างยิ่ง"

วิกฤตการว่างงานเปิดทางให้เกิดการขูดรีด


คนหนุ่มสาวในเคนยาแม้จะมีศักยภาพด้านไอที แต่อัตราการว่างงานในประเทศก็สูงมาก | ภาพจาก: ChildFund Alliance

คนหนุ่มสาวในเคนยาแห่มาทำงานประเภทนี้เนื่องจากปัญหาการว่างงานเรื้อรังในประเทศ ซึ่งพุ่งสูงถึง 67% ณ เดือนกรกฎาคม 2025 ตามข้อมูลของสหพันธ์นายจ้างเคนยา

ชิโกห์ กิเตา (Shikoh Gitau) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Qhala ผู้ให้บริการไอทีในไนโรบีบอก Rest of World ว่า "เคนยามีความน่าดึงดูดสำหรับการจ้างงานจากภายนอกระดับโลก เพราะหากดูดัชนี BPO โลก เคนยาติดอันดับต้น ๆ ในทุกด้าน ทั้งเรื่องภาษา การรู้หนังสือ ความมั่นคงของไฟฟ้า รวมถึงประชากรที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีและคุ้นเคยกับวัฒนธรรมตะวันตก นอกจากนี้เขตเวลาของเรายังมีความพิเศษ เพราะสามารถทำงานร่วมกับชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาและชายฝั่งตะวันออกของเอเชียได้โดยไม่ต้องปรับตัวมากนัก"

กิเตากล่าวว่างานลักษณะนี้อาจเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้เยาวชนเคนยา แต่ประเทศ "ต้องสร้างนโยบายและวางกรอบการทำงานเชิงรุกเพื่อชี้นำอุตสาหกรรม และรับประกันว่าคนของเราจะได้รับการคุ้มครอง"

รัฐบาลรับรู้แต่กฎหมายยังไม่คุ้มครอง

ทางการเคนยาตระหนักว่าคนงานในประเทศรับงานติดป้ายกำกับข้อมูลกับบริษัทจีน แต่กฎหมายแรงงานปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมการคุ้มครอง ฟลอเรนซ์ คิมาตา (Florence Kimata) สมาชิกคณะกรรมการเทคนิคนวัตกรรมแห่งชาติเคนยาบอก Rest of World ว่ารัฐบาลกำลังร่างกฎระเบียบสำหรับอุตสาหกรรมเอาต์ซอร์สเพื่อเน้นคุ้มครองคนทำงานที่เปราะบาง

"ขณะนี้มีความพยายามระบุให้ชัดเจนว่าใครควรรับผิดชอบในฐานะนายจ้าง ระหว่างบริษัทเอาต์ซอร์สกับบริษัทผู้ว่าจ้าง" คิมาตากล่าว "กรอบการทำงานนี้ควรจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคมปี 2025 แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการปรึกษาหารือระหว่างหน่วยงานด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน และกระทรวงไอซีที"


ที่มา:
The hidden Kenyan workers training China’s AI models (Damilare Dosunmu and Tessie Waithira, Rest of World, 4 December 2025)
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง