การสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน อายาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี โดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้ก่อให้เกิดสุญญากาศทางอำนาจในแกนกลางของระบอบการปกครองอิหร่าน และจุดชนวนกระบวนการอันซับซ้อนในการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่ง
นับตั้งแต่สาธารณรัฐอิสลามขึ้นสู่อำนาจเมื่อเกือบครึ่งศตวรรษก่อน อิหร่านเคยเปลี่ยนผู้นำสูงสุดมาแล้วเพียงครั้งเดียว คาเมเนอี ซึ่งรับตำแหน่งต่อจากอายาตุลเลาะห์ รูฮุลเลาะห์ โคไมนี ในปี 1989 และคาเมเนอี เสียชีวิตโดยที่ยังไม่มีการประกาศผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 มี.ค.) มีการจัดตั้งคณะผู้นำชั่วคราว จำนวน 3 คน เพื่อทำหน้าที่บริหารอำนาจชั่วคราวจนกว่าจะมีการเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งของคาเมเนอี อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ยังดำเนินต่อไป ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่ากระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลานานเพียงใด
ส่วนผู้ที่ถูกคาดหมายว่าจะขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด เช่น โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายคนที่สองของคาเมเนอี ซึ่งใกล้ชิดกับกองทัพ IRGC, อลิเรซา อาราฟี ผู้นำทางศาสนาซึ่งเพิ่งถูกแต่งตั้งอยู่ในคณะผู้นำชั่วคราว 1 ใน 3 คน, โมฮัมหมัด เมห์ดี มีห์บาเกรี ตัวแทนสายอนุรักษนิยมสุดโต่งของกลุ่มอิหม่าม และ ฮัสซัน โคไมนี หลานชายของโคไมนี
คณะผู้นำชั่วคราว 3 คน กุมอำนาจก่อนแต่งตั้งผู้นำสูงสุด

แฟ้มภาพ อายาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนที่ 2 เมื่อปี 2561 ระหว่างพบกับกองกำลังอาสาสมัครบาซิจ ที่มา: Wikipedia

คณะผู้นำอิหร่านชั่วคราว (จากซ้ายไปขวา) โกลามโฮสเซน โมห์เซนี เอเจอี, มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และ อลิเรซา อาราฟี อิหม่ามอาวุโส ภาพเผยแพร่เมื่อ 2 มีนาคม 2569 ที่มา: สำนักข่าว WANA
ตามรัฐธรรมนูญของอิหร่าน คณะผู้นำชั่วคราวจำนวน 3 คนจะทำหน้าที่บริหารอำนาจจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ ประกอบด้วย ประธานาธิบดีสายกลาง มาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ประธานฝ่ายตุลาการสายแข็ง โกลามโฮสเซน โมห์เซนี เอเจอี (Mohseni Ejei) และอิหม่ามอาวุโส อลิเรซา อาราฟี (Alireza Arafi)
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาผู้ทรงอิทธิพลของอิหร่าน กล่าวว่า ระบอบการปกครองได้ “เตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาเช่นนี้” และ “วางแผนรับมือทุกสถานการณ์แล้ว” เขากล่าวด้วยว่า “ด้วยการจัดตั้งคณะผู้นำ จะเกิดพลังและความเป็นเอกภาพที่ยากจะจินตนาการได้”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจไม่ได้เตรียมรับมือคือการสูญเสียผู้นำอิหร่านระดับสูงหลายคนพร้อมกัน อิสราเอลอ้างว่า “ผู้นำทหารระดับสูงส่วนใหญ่” ของอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) รวมถึง พล.อ.อับดุลราฮิม มูซาวี เสนาธิการทหาร, พล.อ.โมฮัมหมัด ปักปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และ อาลี ชัมคานี เลขานุการสภากลาโหมอิหร่าน
เมื่อ อายาตุลเลาะห์ รูฮุลเลาะห์ โคไมนี ถึงแก่อสัญกรรมในปี ค.ศ.1989 (พ.ศ. 2532) ภายหลังสงครามอิหร่าน–อิรักซึ่งกินเวลานานเกือบทั้งทศวรรษ ตอนนั้นใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันในการแต่งตั้ง อาลี คาเมเนอี เป็นผู้สืบทอด ทำให้ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะผู้นำช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลยังดำเนินต่อไป การแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งของคาเมเนอีน่าจะต้องใช้เวลานานกว่าเดิม
จนกว่าจะถึงตอนนั้น คณะผู้นำชั่วคราวจะต้องตัดสินใจว่าจะยังคงมอบหมายอำนาจการตัดสินใจด้านการป้องกันประเทศให้แก่ อาลี ลาริจานี เจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติระดับสูงสุดของอิหร่าน และ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ต่อไปหรือไม่ โดยทั้งสองคนเคยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำการป้องกันประเทศของอิหร่านในช่วงสงคราม 12 วันกับอิสราเอลเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ร่วมกับ อาลี ชัมคานี อดีตพลเรือตรีกองทัพเรือ ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ใครเป็นผู้เลือกผู้นำคนใหม่?

สภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบไปด้วยมุจตาฮิด จำนวน 88 คน จะเป็นผู้คัดเลือกผู้นำสูงสุด ที่มา: Wikipedia
ปราชญ์ทางอิสลาม หรือ “มุจตาฮิด” จำนวน 88 คน ซึ่งเรียกว่า สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) จะเป็นผู้คัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด
สมาชิกของสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนอิหร่านทุก ๆ แปดปี จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติโดย สภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) ซึ่งเป็นองค์กรแยกต่างหากที่ประกอบด้วยนักนิติศาสตร์ 12 คน และทำหน้าที่กำกับดูแลการทำงานของรัฐสภาอิหร่าน
ในภาวะปกติ สภาผู้พิทักษ์มีอำนาจพิจารณาว่ากฎหมายที่รัฐสภาผ่านมีความสอดคล้องกับกฎหมายชารีอะห์หรือไม่ และมักเรียกร้องให้มีการแก้ไข นอกจากนี้ยังเป็นผู้รับรองผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภา ตำแหน่งประธานาธิบดี และสภาผู้เชี่ยวชาญ
สภาผู้พิทักษ์เป็นที่รู้จักจากการตัดสิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ก่อนการเลือกตั้งปี 2564 สภาผู้พิทักษ์ตัดสิทธิผู้สมัครมากกว่า 600 คน รวมถึงผู้สมัครหญิงทั้งหมด และบุคคลระดับสูงอย่างลาริจานี เจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติระดับสูงสุด
ซานัม วาคิล ผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือของสถาบันคลังสมองชาแธมเฮาส์ กล่าวว่า สภาผู้เชี่ยวชาญอาจยังไม่ประชุมจนกว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะยุติปฏิบัติการทางทหาร “พวกเขาไม่อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและความเสียหายเพิ่มเติมต่อสถาบันได้” เธอกล่าว
ใครบ้าง ที่ติดโผผู้สืบทอดตำแหน่ง?
โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายคนที่สองของคาเมเนอี เป็นบุคคลสำคัญที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกองกำลังชั้นนำของกองทัพอิหร่าน รวมถึงกองกำลังบาซิจ (Basij ) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัคร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบอบอิสลามขึ้นสู่อำนาจเพื่อโค่นล้มระบอบกษัตริย์อิหร่าน สถาบันนักบวชชีอะฮ์อาจต้องการหลีกเลี่ยงการสืบทอดอำนาจจากพ่อสู่ลูก
อลิเรซา อาราฟี (Alireza Arafi) อิหม่ามซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะผู้นำช่วงเปลี่ยนผ่านเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงหลายตำแหน่งโดยคาเมเนอี และถูกมองว่าเป็นผู้มีโอกาสสูง เขาเป็นรองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ และเป็นสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ ซึ่งหมายความว่าเขาอาจมีอำนาจตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นหัวหน้าระบบสำนักศึกษาศาสนาของอิหร่าน
โมฮัมหมัด เมห์ดี มีห์บาเกรี (Mohammad Mehdi Mirbagheri) ซึ่งเป็นตัวแทนสายอนุรักษนิยมสุดโต่งของกลุ่มอิหม่าม และเป็นสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ ก็เป็นอีกหนึ่งผู้มีลุ้นเช่นกัน เช่นเดียวกับ ฮัสซัน โคไมนี (Hassan Khomeini) หลานชายของโคไมนี ซึ่งเป็นที่รู้จักว่ามีจุดยืนแข็งกร้าวน้อยกว่าอิหม่ามร่วมรุ่นหลายคน
อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสเกิดความพลิกผัน ระบอบอาจเลือกบุคคลที่อายุน้อยกว่าและไม่เป็นที่รู้จักมากนัก หรืออาจเลือกใช้รูปแบบ คณะผู้นำหลายคน แทนการมีผู้นำเพียงคนเดียว
ซานัม วาคิล แห่งชาแธมเฮาส์ ระบุว่า ความตึงเครียดระหว่างฝ่ายแข็งกร้าวกับฝ่ายปฏิรูปจะไม่หายไปพร้อมกับการเสียชีวิตของคาเมเนอี
“ช่วงเวลาของสืบทอดอำนาจมักจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายอนุรักษนิยมและฝ่ายความมั่นคง อย่างน้อยก็ในระยะเริ่มต้น” เธอกล่าว “การถกเถียงภายในเกี่ยวกับทิศทางของประเทศน่าจะเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ และจำกัดอยู่ในวงชนชั้นนำแคบ ๆ มากกว่าจะปรากฏต่อสาธารณะ หากนักการเมืองสายปฏิรูปมีความทะเยอทะยาน นี่คือช่วงเวลาที่ต้องลงมือแล้ว ลงมือตอนนี้ หรือไม่ก็ไม่มีโอกาสอีก”
คำถามเรื่องการเปลี่ยนระบอบการปกครอง?
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นโค่นล้มรัฐบาลของตนเอง
“เมื่อเราทำทุกอย่างเสร็จแล้ว จงยึดอำนาจรัฐบาลของคุณ มันจะเป็นของคุณให้ยึดครอง นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวของคุณในหลายชั่วอายุคน” ทรัมป์กล่าวในวิดีโอที่โพสต์บน Truth Social
เขายังเรียกร้องให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) วางอาวุธ มิฉะนั้นจะต้อง “เผชิญกับความตายอย่างแน่นอน”
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ แม้จะมีภาพการเฉลิมฉลองอยู่บ้าง แต่ก็แทบไม่มีสัญญาณว่าชาวอิหร่านจะออกมาชุมนุมบนท้องถนนเพื่อโค่นล้มสิ่งที่เหลืออยู่ของระบอบการปกครอง อีกทั้งยังไม่ปรากฏสัญญาณการแปรพักตร์ของชนชั้นนำในฝ่ายความมั่นคง ทรัมป์บอกกับ CBS News เมื่อวันเสาร์ว่า มี “ผู้สมัครที่ดีบางคน” ที่อาจขึ้นมามีอำนาจ แต่เขาไม่ได้เอ่ยชื่อใคร
เรซา ปาห์ลาวี (Reza Pahlavi) บุตรชายคนโตของชาห์องค์สุดท้ายของอิหร่านที่ถูกโค่นล้ม ได้ปรากฏตัวขึ้นในฐานะผู้นำทางเลือกที่เป็นไปได้ ปาห์ลาวีมีอายุเพียง 16 ปีเมื่อการปฏิวัติปี 1979 โค่นล้มบิดาของเขา และนับแต่นั้นมาเขาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ นักวิเคราะห์บางรายเสนอว่า เขาอาจได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือ ไม่มีพลังทางเลือกที่พร้อมจะเข้ายึดอำนาจในอิหร่าน เดวิด เพเทรอุส อดีตนายพลกองทัพสหรัฐฯ และอดีตผู้อำนวยการ CIA กล่าว
“ความท้าทายคือ อิหร่านไม่มีบุคคลแบบอาห์เหม็ด อัล-ชาราอา (Ahmed al-Sharaa) เหมือนในซีเรีย ที่มีกองกำลังทหารของตนเอง และสามารถโค่นล้มกองกำลังของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งกลวงเปล่าและโหดร้ายได้ในปี 2024” เพเทรอุสกล่าวกับ CNN
โรบิน ไรต์ นักเขียนสมทบของ The New Yorker ซึ่งเคยสัมภาษณ์คาเมเนอี กล่าวกับ CNN ในทำนองเดียวกันว่า
“อิหร่านมี ‘เนลสัน แมนเดลา’ รุ่นเยาว์อยู่มากมาย แต่พวกเขาไม่มีองค์กรแบบสภาแห่งชาติแอฟริกัน (ANC) ของแอฟริกาใต้ ที่มีเวลาหลายปีในการสร้างโครงสร้าง กำหนดภาพทางเลือกแทนการแบ่งแยกสีผิว และสร้างผู้นำ … อิหร่านไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย”
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันอำนาจในอิหร่านถูกใช้อย่างไร?
เมื่อผู้นำระดับสูงของอิหร่านจำนวนมากถูกกำจัด อำนาจที่แท้จริงมีแนวโน้มจะถูกใช้อยู่เบื้องหลังโดย กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ค้ำจุนระบอบการปกครองมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ IRGC ขึ้นตรงต่อผู้นำสูงสุดเพียงผู้เดียว และไม่เพียงทำหน้าที่รับมือศัตรูจากภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทมากขึ้นในการควบคุมความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
อำนาจของกองกำลัง IRGC ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ด้านการทหาร ชนชั้นนำทางเศรษฐกิจของอิหร่านจำนวนมาก ซึ่งได้ประโยชน์จากการเข้าถึงศูนย์อำนาจของรัฐในยุคคว่ำบาตร ล้วนมีตำแหน่งทรงอิทธิพลภายใน IRGC ทำให้กองกำลังนี้อาจมีอิทธิพลอย่างมากต่อการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่
ดังที่ชื่อบ่งบอก IRGC มีหน้าที่ “พิทักษ์” การปฏิวัติอิสลามและระบอบที่ถือกำเนิดขึ้นหลังปี 1979 หลังการโค่นล้มชาห์ กลุ่มกึ่งทหารหลายกลุ่มได้รวมตัวกันกลายเป็น IRGC ซึ่งต่อต้านความพยายามในช่วงแรกที่จะถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพประจำการ และได้ตอกย้ำอำนาจของตนระหว่างสงครามอิหร่าน–อิรักในทศวรรษ 1980
ปัจจุบัน IRGC มีทหารราว 150,000–190,000 นาย มีทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และหน่วยข่าวกรอง อีกทั้งยังแทรกซึมอยู่ในเศรษฐกิจพลเรือนของอิหร่านอย่างกว้างขวาง
แม้ผู้นำระดับสูงหลายคนของ IRGC จะเชื่อว่าเสียชีวิตจากการโจมตีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่กองกำลังนี้ยังคงกำกับดูแลกองกำลังบาซิจ (Basij) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกองกำลังตำรวจในประเทศ คือ ปรากฏตัวในพื้นที่สาธารณะและควบคุมระดับถนน
คำว่า “บาซิจ” ในภาษาเปอร์เซียหมายถึง “การระดมกำลัง” เป็นกองกำลังอาสาสมัครที่ดึงสมาชิกจากทั่วประเทศ โดยมากมาจากชนชั้นยากจนและสายอนุรักษนิยม มีหน้าที่ค้ำจุนระบอบการปกครองภายในประเทศ และบังคับใช้ศีลธรรมอิสลามต่อสาธารณชน
ท่ามกลางช่วงเวลาความเสี่ยงสูงสุดของระบอบการปกครองอิหร่าน ซานัม วาคิล แห่งชาแธมเฮาส์ กล่าวว่า ระบอบของอิหร่านกำลัง “ขยับอย่างรวดเร็วอยู่หลังม่าน เพื่อป้องกันมิให้อำนาจล่มสลายและส่งสัญญาณถึงความสืบเนื่องของอำนาจ” อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูว่าความพยายามเหล่านี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่
ที่มา:
Who’s running Iran now that the supreme leader is dead?, Christian Edwards, CNN 2 March 2025
