อัพเดทล่าสุดเมื่อ 10 นาที 44 วินาที ที่ผ่านมา

Quote of the Day

"..ฉันก้าวเดินฉันจึงยังคงอยู่ จงรับรู้ว่าฉันจะมิอาจเชื่อง ประชาชนจะนำแสงเป็นฟันเฟือง พลเมืองจะโต้กลับรุกเอาคืน"

"หากอยากให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคม เราแรงงานหญิงไม่ได้มองว่ามันจะเกิดขึ้นจากการแค่เปลี่ยนสัดส่วนผู้หญิงในการเมืองเป็น 50:50 เพราะคนที่เข้าไปก็เป็นคนชั้นสูง พวกเราคงไม่มีโอกาส คนชั้นสูงไม่ว่าหญิงหรือชายก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องแรงงานหรือคนชั้นล่างจริงๆ"

"คนจำพวกที่ชอบอ้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหาร โดยบอกว่ารัฐบาลประชาธิปไตยก็เป็นเผด็จการได้นั้น เปรียบเหมือนคนที่ยืนริมขอบเหว แล้วบอกว่าวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการกระโดดลงเหว"
 

"ถ้าหวาดระแวงผมเหรอ ผมก็ไม่คืนอำนาจให้ก็จบแล้ว"

"..ประชาธิปไตยเป็นการเปิดโอกาสให้เสียงข้างน้อยเปลี่ยนเป็นเสียงข้างมากได้ และเสียงข้างมากก็เป็นเสียงข้างน้อยได้ โดยการแสดงเหตุแสดงผลซึ่งกันและกันเป็นแบบนี้ แต่ถ้าที่ใดก็ตามที่เสียงข้างน้อยไม่เคารพเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยอ้างอิงหลักการปกครองบางอย่างซึ่งปกครองโดยกฎหมาย ใช้กฎหมายทำลายเจตจำนงของเสียงข้างมาก สิ่งนี้ย่อมไม่เป็นประชาธิปไตย"

"จะด่าพ่อล้อแม่อะไรผมก็ไม่เคยโกรธอะไร เพราะผมรู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง แต่ถ้าด่าผมว่ามาเป็นอาจารย์มหาลัยได้ยังไงนี่ผมเจ็บที่สุด ผมจริงจังกับอาชีพนี้มาก และผมอยากให้พวกคุณจริงจังกับการเป็นนักศึกษาเหมือนกัน ด้วยความเป็นอาจารย์นี่สำคัญสุดเลยคือทำให้พวกคุณได้ตั้งคำถาม ถ้าผมไปพูดตามที่ประชาสัมพันธ์ว่ามาเป๊ะ ๆ อะไรนั่นมันไม่ใช่อาจารย์แล้ว มันเหมือนเครื่องบันทึกเสียงมากกว่า"

"..ผมย้ำว่า ไม่ได้ให้เขาทิ้งจุดยืนทางการเมือง แต่ขอให้มาสู่สันติวิธี”

"ขอให้รางวัลโกมลคีมทองทุกๆ ปี จากนี้ไปจงเป็นแรงบันดาลใจให้กับประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านเผด็จการทหารมากยิ่งขึ้น เพื่อปักหลักลงไปให้ชัดว่ารัฐประหาร คือความสามานย์ของชนชั้นนำที่กดหัวประชาชน"
 
"บางทีผมก็รำคาญนะ พวกแอคทิวิสต์สายจัดตั้งเนี่ย บันทึกลงไปด้วยนะ จะต้องมีแผน จะต้องมีเป้าหมาย จะต้องมีกลุ่มเป้าหมาย พูดตรงๆ ผมไม่ถนัดทำงานแบบนี้ เป้าหมายของผมชัดเจนคือ อย่างน้อยเราต้องสร้างพื้นที่ให้คนได้มาถกเถียงกัน โดยที่ผมไม่ต้องเอาอะไรไปยัดให้พวกคุณเลย คุณมีองค์ความรู้อยู่แล้วแค่มาแลกเปลี่ยนกันก็พอ การที่มีคนคิดเหมือนกันมานั่งคุยกันสำหรับผมไม่ใช่ปัญหา ปัญหาจริงคือ เรามีพื้นที่ที่จะให้คนมาถกเถียงกันได้น้อยมาก”
 
"ผมไม่ได้ปรองดองกับใคร เพราะผมไม่ได้เป็นศัตรูกับใครไง ทำไมผมต้องปรองดองกับใคร ผมไม่ได้เป็นศัตรูของใคร ผมทำหน้าที่ของผม"
 
"ธรรมศาสตร์สอนได้อย่างมากก็แค่ความรู้ในตำรา แต่ผู้ที่ให้ปลุกให้นักศึกษาตระหนักถึงเรื่องประชาธิปไตยและเสรีภาพอย่างเข้มข้นที่สุดก็คือระบอบอำนาจนิยมนั่นเอง"
 

"..กฎกติกาที่กำลังเขียนกันนี้ อาจจะไม่ได้มุ่งกีดกันใครเป็นการเฉพาะ แต่กำลังปิดโอกาสประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ให้มีสิทธิ์มีเสียงในการกำหนดอนาคตและความเป็นไปของบ้านเมือง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะเป็นการเสียเวลาเปล่าจริงๆ.."

"ผมคิดว่าถ้ายังมีสติเหลืออยู่จะรู้ว่านโยบายต่างประเทศไม่สามารถเลือกข้างได้ ในสภาพที่มีการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจใหญ่ในภูมิภาค คิดว่าโจทย์ชุดนี้ตอบอย่างตรงไปตรงมาได้ง่ายที่สุด คือไทยไม่มีสิทธิ์เลือกข้างระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่ง ผมคิดว่าผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของไทย คือไทยต้องอยู่ได้ทั้งกับวอชิงตันและกับปักกิ่ง หรือในภาพรวม ไทยต้องอยู่ได้ ทั้งกับวอชิงตัน ปักกิ่ง และสหภาพยุโรป"

“ตายที่ไหน ยังไม่ตาย ประชาธิปไตยไม่มีตายจากแผ่นดินไทย เพราะวันนี้ผมเป็นทหารหัวใจประชาธิปไตย แต่ผมควบคุมอำนาจเพราะต้องการให้ประชาธิปไตยมันอยู่ได้”

"ดิฉันจะต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของดิฉันไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร และที่สำคัญ คือ ดิฉัน จะขอยืนหยัด อยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนคนไทย เราต้องร่วมกันนำความเจริญก้าวหน้า มาสู่ประเทศ ทำให้ระบอบประชาธิปไตยของเรากลับคืนมา และสร้างความเป็นธรรม ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างแท้จริง"

"..สิ่งที่ผมกลัวเป็นห่วงที่สุดก็คือทุกคนมัวแต่มองอย่างเดียวว่าจะถูกจำกัดสิทธิ์ วันนี้จำกัดสิทธิ์อะไรบ้างหรือยัง จำกัดอะไรบ้างหรือยัง"
 

"..การเพิ่มบัญญัติในมาตรา 7 ในหมวดพระมหากษัติรย์ เพื่อลดภาระ และไม่ให้มีการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องการเมือง เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อเกิดวิกฤติทางการเมือง จะมีการเรียกร้องนายกฯ มาตรา 7 ซึ่งในเรื่องนี้มีความชัดเจนแล้วว่าไม่สามารถทำได้ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จึงบัญญัติให้กรณีที่มีปัญหาในคำวินิจฉัยในมาตรา 7 ให้รัฐสภา คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญสามารถยื่นร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้”

"สิ่งที่ทำให้เห็นชัดว่าการรัฐประหารไม่มีประสิทธิภาพแล้วคือ การที่กองทัพต้องออกมายึดอำนาจถึง 2 ครั้งในเวลาเพียง 8 ปี ซึ่งนี้เป็นจุดอ่อนที่สุดของชนชั้นนำเดิมในสังคมไทย เมื่อเทียบชนชั้นนำอีกหลายสังคมในโลกนี้คือ ไม่รู้จักปรับตัวเข้ามาเล่นในกรอบการเมืองแบบประชาธิปไตย ในแง่นี้มันเป็นความน่าสงสาร และความน่าเศร้าของชนชั้นนำเดิมของสังคมไทย ที่ยังวนเวียนอยู่กับการใช้วิธีการแก้ปัญหาเดิม ภายใต้โจทย์ใหม่ที่มันเปลี่ยนไปแล้ว คุณไม่สามารถควบคุมความตื่นตัวทางการเมือง การเลือกตั้งได้ด้วยการรัฐประหาร นอกจากเข้าไปเล่นเกมในกติกาเดียวกัน เปรียบเทียบคือ ม้าพยศมันถูกปลุกขึ้นมาแล้ว และมันรู้แล้วว่าตัวมันไม่ต้องถูกลามโซ่"

"ชุดกฎหมายเหล่านี้โดยเนื้อแท้ ไม่ใช่กฎหมาย “เศรษฐกิจดิจิทัล” แต่เป็นชุดกฎหมายความมั่นคง"

"ฉันจะยังคงตั้งคำถามต่อไป
เสรีภาพทางความคิดต้องมีอยู่คู่สังคมแห่งนี้
หากไร้ซึ่งเสรีภาพ..สังคมก็ไร้ซึ่งอนาคต"

Pages