'พอใจผลหารือ' 'พีมูฟ' ยุติชุมนุมข้างทำเนียบ หลังปักหลักมา 18 วัน ด้านเครือข่ายชาวเล ยังรอรัฐบาลตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล และชาวกะเหรี่ยง เพื่อเป็นกลไกแก้ไขปัญหาในพื้นที่
25 ต.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (24 ต.ค.) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ หลังปักหลักข้างทำเนียบรัฐบาลมา 18 วัน วานนี้ยุติการชุมนุมแล้ว หลังเปิดประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาพีมูฟนัดแรกได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการอีก 11 คณะ และจะมีการนัดประชุมแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป ขณะที่เครือข่ายชาวเล ยังรอคอยความหวังตั้งแต่งตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ตามมติ ครม. เมื่อ 2 มิ.ย. 2553
ธีรเนตร ไชยสุวรรณ ประธานพีมูฟ ให้สัมภาษณ์วานนี้ (24 ต.ค.) หลังนายกรัฐมนตรีเซ็นลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) โดยมี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฯ และประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน
เบื้องต้น มีการเปิดประชุมนัดแรกโดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายกระทรวง และสุริยะ มาร่วมนั่งหัวโต๊ะ แล้วได้ผลการประชุมเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากมีการตั้งอนุกรรมการฯ 11 คณะ และจะมีการนัดหารือเพื่อพูดคุยในรายละเอียดกับประธานฯ หลังจากนี้ และมีแนวทางการผลักดันนโยบายทั้ง 10 ด้านของพีมูฟที่ชัดเจน ทำให้ชาวพีมูฟตัดสินใจยุติการชุมนุม
ธีรเนตร เผยว่า หลังจากนี้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการฯ และมีการเปิดประชุมเพื่อต่อยอดข้อเรียกร้องตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เรื่องไหนที่เคยคุยมาแล้ว ก็จะผลักดันต่อเลยโดยไม่ต้องเริ่มใหม่
จรัสศรี จันทร์อ้าย รองประธานพีมูฟ กล่าวว่า ทิศทางออกมาดีและสิ่งที่เรียกร้องได้รับการตอบรับเกือบหมด แต่ก็ต้องติดตามการทำงานต่อไป เพราะว่าข้อเรียกร้องของเราคือการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง คงไม่ได้แก้ไขปัญหาง่ายๆ
จรัสศรี หวังว่า นอกจากมีกระบวนการติดตามแล้ว อยากให้มีคำสั่งลงไปที่ข้าราชการประจำในท้องที่ท้องถิ่นให้ทำงานให้ดีขึ้นด้วย
"อยากบอกว่าเรามาที่นี่ไม่ได้มาสร้างความวุ่นวาย ส่วนการปิดถนนที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ปิดถนน เรามาที่นี่โดนคดี พ.ร.บ.ชุมนุม ทั้งที่เรามาเรียกร้องและนำเสนอปัญหาของเรา วิงวอนคนกรุงเทพฯ อยากให้เข้าใจปัญหา เราก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ต้องอยู่ร่วมกัน แต่เราเป็นสังคมชนบท ที่ต้องพึ่งพาอาศัยทรัพยากรดินน้ำป่า เราโดนนโยบายรัฐกดทับและกดขี่เรา ลิดรอนสิทธิของเราไป ตรงนี้ถ้าเราแก้ที่จังหวัดได้ ก็คงไปเรียกร้องที่นั่น แต่ปัจจุบัน ศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่กรุงเทพฯ เราเลยต้องมาเรียกร้องที่นี่" จรัสศรี ทิ้งท้าย
กัญญ์วรา หมื่นแก้ว สมาชิกพีมูฟ ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการฯ ประเด็นที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อมการชุมนุมของพีมูฟช่วงที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ. กมล นุ่มหอม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ พ.ต.ท. กลยุทธ์ สอนทรัพย์ รองผู้กำกับ สน.ดุสิต มาร่วมประชุม เพื่อให้ชี้แจงว่าตำรวจใช้อำนาจตามกฎหมายอะไรในการสกัดกั้นการชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่อ้าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 7 วรรคท้าย ว่าด้วยการห้ามชุมนุมรัศมีระยะ 50 เมตรรอบทำเนียบรัฐบาล
กัญญ์วรา หมื่นแก้ว (ถ่ายโดย แมวซาโบ)
กัญญ์วรา กล่าวว่า การชุมนุมรอบทำเนียบรัฐบาล 50 เมตรไม่ได้ห้ามชุมนุมตลอดเวลา จะสั่งห้ามได้ก็ต่อเมื่อผู้ชุมนุม 'ต้อง' มีพฤติการณ์ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบ หรือความไม่เรียบร้อย มันถึงจะเข้าข่ายเจ้าหน้าที่ถึงจะประกาศว่า พื้นที่รอบทำเนียบ 50 เมตร ชุมนุมไม่ได้
ในประเด็นนี้ตำรวจไม่ได้ชี้แจงเรื่องนี้ว่า การชุมนุมของพีมูฟ มันเข้าข่ายมาตรา 7 วรรคท้าย อย่างไร ถึงประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ห้ามชุมนุม
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ไปร้องที่ศาลแพ่ง 2 ครั้ง เพื่อให้พีมูฟยุติการชุมนุม แต่ศาลแพ่ง วินิจฉัยว่าการชุมนุมพีมูฟ ไม่ได้เข้าข่าย และยกคำร้องทั้ง 2 ครั้ง กัญญ์วรา ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงในที่ประชุมว่ากำลังรวบรวมสำนวนคดี เพื่อขอให้ยุติการชุมนุมอีกครั้ง แต่พีมูฟได้ยุติการชุมนุมก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะยื่นศาลแพ่งรอบล่าสุด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เครือข่ายชาวเล รอรัฐบาลตั้ง คกก.
วิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน ซึ่งประกอบด้วย ชนพื้นเมืองชาวอันดามัน มอแกน มอแกรน อูรักลาโว้ย พื้นที่ 5 จังหวัด และก็มีจำนวน 14,367 คน กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ที่ดินพื้นที่ทางประเพณีและวัฒนธรรมของชาวเลต้องประสบปัญหาการรุกล้ำที่ดินผ่านการพัฒนา เช่น การท่องเที่ยวทำให้ที่ดินแพงขึ้น การรุกล้ำแม้กระทั่งสุสานของชาวเลด้วยการสร้างโรงแรมทับที่ และมีการฟ้องร้องชาวเล
วิทวัส ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการตั้งกลไกแก้ไขปัญหามาตลอด จนกระทั่งมาชะงักในสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ส่งผลให้ชาวเลถูกฟ้องร้องและบังคับคดีเพิ่มมากขึ้น มีการบุกรุกพื้นที่สุสานและพื้นที่วัฒนธรรมของชาวเลกลับมา ดังนั้น พอเปลี่ยนรัฐบาลจากเศรษฐา มาเป็นแพทองธาร ชินวัตร จึงได้มายื่นข้อเรียกร้องให้มีการตั้งกลไกแก้ไขปัญหาอีกครั้ง
วิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน (ถ่ายโดย แมวซาโบ)
"พอได้ยินรัฐบาลประกาศว่า ‘คิดใหญ่ ทำเป็น’ เราเลยรีบมา เพราะมีความหวังกับรัฐบาลนี้มาก และรัฐบาลมีนโยบายที่ให้โอกาสพัฒนาศักยภาพกลุ่มชาติพันธุ์ได้ เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้วย เราคิดว่ามันสอดคล้องกัน เราเลยมายื่นหนังสือข้อเรียกร้องของเรายื่นตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. (2567)" วิทวัส กล่าว
สำหรับข้อเรียกร้องของเครือข่ายชาวเล คือ 1. เร่งรัดกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ พ.ศ. ... เนื่องจากกฎหมายโดนถอนจากวาระ 2 ในสภาฯ อยากให้รัฐบาลผลักดันให้กฎหมายไปต่อได้
2. อยากให้รัฐบาลช่วยแต่งตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล และชาวกะเหรี่ยง ตามมติ ครม. เมื่อ 2 มิ.ย. 2553 ซึ่งกลไกนี้มีมาตลอด ก็ถือว่าให้เร่งแก้ไขปัญหาและแต่งตั้งคณะกรรมการปัญหาเฉพาะแต่ละพื้นที่ชาวเล แก้ไขปัญหาที่ดินของชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ที่เดิมมี สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ดูแลปัญหา ไปจนถึงให้เพิกถอนการดำเนินการเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบ ซึ่งกระบวนการยังชะงักอยู่
วิทวัส กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลจะมีการตั้งอนุกรรมการฯ ทั้ง 11 คณะของพีมูฟ และมีการนำปัญหาชาวชาติพันธุ์เข้าไปอยู่ในนั้นแล้วก็ตาม แต่ทางเครือข่ายฯ ยังอยากให้มีการตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล-ชาวกะเหรี่ยง ที่สัดส่วนจากหลายกระทรวงเข้ามาอยู่ใน คกก. เพราะมองว่าจะทำให้การแก้ไขปัญหาไม่กระจัดกระจาย และตรงจุดมากขึ้น
