Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เผย รมว.แรงงาน เร่งออก กม.ให้สิทธิลูกจ้างรวมตัว ยืนยันปรับ-ชดเชยค่าจ้างตามภาวะเศรษฐกิจ

นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันเร่งรัดการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่…) พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ฉบับที่…) พ.ศ. … เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว ค.ศ. 1948 และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองร่วม ค.ศ.1949 ซึ่งเป็นการยกระดับสิทธิพื้นฐานของแรงงานตามมาตรฐานสากลที่มีการเรียกร้องในประเทศไทยมากว่า 30 ปี ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้เสนอเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะเร่งหารือกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม หาก ครม.เห็นชอบก็จะส่งให้ ส.ส.และ ส.ว.พิจารณาและประกาศเป็นกฎหมายต่อไป ถึงตอนนั้นประเทศไทยจึงจะให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับกับ ILO ได้

โฆษกกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ในการหารือกับคณะกรรมการบริหารองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย ซึ่งมีผู้แทนของสภาองค์การลูกจ้าง 10 แห่งเข้าร่วมนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยืนยันด้วยว่าจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทอย่างแน่นอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจบ้าง แต่จะพยายามให้กระทบน้อยที่สุด และต้องไม่ให้กระทบกับผู้มีรายได้น้อยอย่างเช่นพี่น้องเกษตรกร ซึ่งในอนาคตอาจมีการปรับขึ้นค่าจ้างตามภาวะเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด โดยได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงแรงงานในฐานะประธานกรรมการค่าจ้างไปศึกษารูปแบบและกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมร่วมกับกรรมการฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งต่อไปอยู่ระหว่างเสนอชื่อผู้แทนฝ่ายรัฐบาล 2 คน เพื่อให้ ครม.แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการ และจะนัดหมายประชุมคณะกรรมการไตรภาคีโดยด่วนต่อไป

“ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ยังได้กำชับเรื่องการดูแลแก้ไขปัญหาลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้เข้าไปช่วยเหลือทุกกรณี เช่น กรณีบริษัท ฟูไน (ไทยแลนด์) จำกัด จ.นครราชสีมา ประกาศปิดกิจการ ทางประกันสังคมได้จ่ายเงินชดเชยกรณีว่างงานแก่ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนรายละ 7,500 บาท เป็นเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงแรงงานพิจารณาแนวทางรับมือกับปัญหาลูกจ้างของบริษัทผลิตรถยนต์ประเภทสันดาปที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มากขึ้นอีกด้วย” นายภูมิพัฒน์ กล่าว

ที่มา: กระทรวงแรงงาน, 17/11/2567

กมธ.การแรงงาน สผ.จับมือสถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม จัดโครงการนำเสนอแนวทางเข้าถึงสิทธิประกันสังคม มาตรา 33 ให้กับแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานข้ามชาติ

คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม (JELI) จัดโครงการรณรงค์ แรงงานแพลตฟอร์ม& แรงงานข้ามชาติ: หนทางสู่การจัดตั้งและการเข้าถึงสิทธิประกันสังคม มาตรา 33 ที่รงแรมเดอะควอเตอร์ ลาดพร้าว บายยูเอชจี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยมี นายสหัสวัต คุ้มคง โฆษกกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวรายงานระบุถึงความสำคัญของการจัดโครงการเนื่องจากในสังคมไทยยังมีแรงงานที่ประสบปัญหาการเข้าถึงสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานที่ประเทศทั่วโลกต่างให้การยอมรับและเป็นหนึ่งในอนุสัญญาหลักที่รณรงค์ให้ประเทศสมาชิกให้สัตยาบัน และดำเนินการส่งเสริมปกป้องคุ้มครองอย่างจริงจัง แต่ในประเทศประเทศไทยกลับไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันไทยยังมีปัญหาเรื่องกฎหมายแรงงานที่ล้าสมัยไม่ทันกับสถานการณ์และรูปแบบการจ้างงานที่มีความสลับซับซ้อนและเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้แรงงานจำนวนมากไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และจากสองปัญหาดังกล่าวหน่วยงานรัฐและคณะกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร องค์กรแรงงาน และองค์กรภาคประชาสังคม ต่างพยายามค้นหาทางออก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ขึ้นเพื่อส่งเสริม สนับสนุน และหาทางออกให้กับปัญหานี้ ให้ได้รับความสนใจจากผู้เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ นายเซีย จำปาทอง และ นายชินโชติ แสงสังข์ รองประธานกรรมาธิการได้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์เรื่องเสรีภาพการรวมกลุ่มและศักดิ์ศรีของแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานข้ามชาติร่วมกับ ผู้แทนประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และปลัดกระทรวงแรงงาน โครงการนี้ยังมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายคุณภาพชีวิตความเป็นแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานข้ามชาติ รวมทั้งการนำเสนอกล่องเครื่องมือ (Toolbox) เพื่อเสรีภาพการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง และเสนอคู่มือการจัดตั้งแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานข้ามชาติ และแอพพลิเคชั่นคอนเน็ค (Connect App) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมเสรีภาพการจัดตั้ง เพิ่มอำนาจการเจรจาต่อรอง และสิทธิของแรงงานในภาคเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการรวมกลุ่มของคนงานกิ๊ก(Gig Worker) และแรงงานข้ามชาติ ตลอดจนส่งเสริมและขับเคลื่อนโครงการรณรงค์การเข้าถึงสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 ของแรงงานแผ่นฟอร์มและแรงงานข้ามชาติผู้ ซึ่งถูกละเมิดสิทธิ์มนุษยชนและมีสถานะไม่เป็นแรงงาน นอกจากนี้ มีพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสถาบันแรงงานฯ และองค์กรคนงานระดับรากหญ้า ในการส่งเสริมเสรีภาพการรวมกลุ่มและเพิ่มอำนาจการเจรจาต่อรองของแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานข้ามชาติ

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไรเดอร์ พนักงานทำความสะอาดแพลตฟอร์ม พนักงานนวดแพลตฟอร์ม แรงงานข้ามชาติ ตัวแทนองค์กรภาครัฐ นักวิชาการ นักกฎหมาย พรรคการเมือง สส. สว. สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม ผู้แทนสถานทูตและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 100 คน

ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 15/11/2567

แรงงานเสนอตั้งตัวแทนคลังนั่งแทน ธปท. เป็นบอร์ดไตรภาคีใหม่

ความคืบหน้าเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะปรับขึ้นให้ได้ภายในวันที่ 1 ม.ค. 2568 โดยการจัดตั้งคณะกรรมการค่าจ้างชุดใหม่ (บอร์ไตรภาคี)เพื่อทดแทนชุดเดิม กระทรวงแรงงาน ได้ข้อสรุปว่า จะเสนอรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการฝ่ายรัฐ 2 คน ที่ว่างอยู่ให้กับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 พ.ย. 2567ในส่วนของกรรมการที่เป็นอดีตผู้บริหารของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงแรงงานจะแก้ปัญหาด้วยการส่งกรรมการฝ่ายรัฐเป็นผู้แทนจากกระทรวงการคลังไปแทน

ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการในบอร์ดไตรภาคีในโควตาของกระทรวงการคลังได้แก่ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ส่วนอีกหนึ่งคน กระทรวงแรงงานจะส่งชื่อ นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นกรรมการฝ่ายรัฐ เข้าไปทำงานร่วมกับกรรมการฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้างต่อไป

หากที่ประชุม ครม.เห็นชอบรายชื่อคณะกรรมการทั้ง 2 คนในขั้นตอนต่อไปบอร์ดไตรภาคีจะเริ่มต้นนัดประชุมกันนัดแรกอย่างเร็วที่สุดคือในเดือนธันวาคม 2567 เพื่อเร่งสรุปรายละเอียดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดที่เสนอตั้งเป้าหมายการปรับขึ้นอัตราค่าจ้าง หรือค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน ภายในวันขึ้นปีใหม่ 2568 เพื่อเป็นหนึ่งในของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ใช้แรงงาน

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน กล่าวว่า นโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้น รัฐบาลจะพยายามผลักดันได้ตามเป้าหมาย ตอนนี้ขอให้เสนอรายละเอียดเข้าไปยังที่ประชุม ครม.พิจารณาเสร็จสิ้นก่อน จึงจะเปิดเผยรายละเอียดต่าง ๆได้ แต่ในเบื้องต้นรัฐบาลจะดูแลกลุ่มลูกจ้างให้ได้ประโยชน์สูงสุด และพร้อมดูแลผู้ประกอบการโดยเฉพาะSMEsให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดด้วย

ที่มา: โพสต์ทูเดย์, 15/11/2567

จับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย เกือบร้อยคนที่ซอยกีบหมู

ตำรวจนครบาล 3 กว่า 400 นาย สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นตลาดกีบหมู หรือ ซอยกีบหมู ถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง จนถึง ถนนเจริญพัฒนา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.มีนบุรี

ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบและกวาดล้างบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง หรือหลบหนีเข้าเมือง จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย 88 คน ในจำนวนนี้ตรวจพบใช้สารเสพติด 7 คน ตำรวจนำตัวไปทำประวัติ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา และนำตัวส่งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อรอการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

ที่มา: Ch7, 14/11/2567

เร่งเยียวยา 831 แรงงาน "ฟูไนโคราช" ปิดกิจการ

กรณีพนักงานบริษัท ฟูไน (ไทยแลนด์) จำกัด บ้านซับม่วง ถนนสายปากช่อง-ลำสมพุง ต.จันทึก อ.ปากช่องจ.นครราชสีมา ทั้งหมด 831 คนถูกเลิกจ้างเนื่อจากสำนักงานใหญ่ (ประเทศญี่ปุ่น) มีการประกาศล้มละลายต่อศาลที่ญี่ปุ่น

14 พ.ย. 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน กล่าวถึงมาตร การช่วยเหลือกรณีสถานประกอบการเลิกจ้างลูกจ้างที่ จ.นครราชสีมา ว่า ขณะนี้แรงงานจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ร่วมกันกับทางจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกลูกจ้างกรณีบริษัทปิดกิจการ เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายในทันที

นายธวัช ไชยเดช สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ได้มีการตั้งจุดลงทะเบียนรับคำร้องทุกข์ เพื่อนำคำร้องมาประกอบการพิจารณาออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชยเยียวยาตามสิทธิ เช่น ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยเยียวยา และค่าตอบแทนวันหยุดชดเชยประจำปี ซึ่งแรงงานทุกคนยังคงมีสิทธิได้รับอยู่

"คาดว่าจะต้องสั่งให้บริษัทจ่ายเงินส่วนนี้ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท ส่วนกรณีการออกคำสั่ง มีระยะเวลาภายใน 60 วันตามกฎหมาย แต่กรณีนี้เนื่องจากมีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ก็จะเร่งดำเนินการออกคำสั่งให้เร็วที่สุด"

ขณะเดียวกันหลังจากพนักงานตรวจแรงงานออกคำสั่งแล้ว ทางกระทรวงแรงงานก็จะได้เปิดลงทะเบียนรับคำร้องอีกครั้ง เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมายของกระทรวงแรงงานโดยจะมีเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ประมาณ 17 ล้านบาท ช่วยเหลือตามอายุงานซึ่งมีตั้งแต่ 30%, 50% และสูงสุด 70% ของเงินเดือน

ขณะนี้มีลูกจ้างมาลงทะเบียนไว้แล้วจำนวน 734 คน ยังเหลืออีกบางส่วนที่ยังไม่ลงทะเบียน สามารถมาลงทะเบียนได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.นครราชสีมา

ที่มา: Thai PBS, 14/11/2567

แรงงาน 831 ชีวิตเศร้า โรงงานปิดกิจการ ตกงานไม่ทันตั้งตัว ซ้ำยังไม่ได้เงินค่าชดเชย

นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นางปภิญญา ทองสมจิตร แรงงานจังหวัดนครราชสีมา , นางวณิชญา เกษแก้ว หัวหน้าสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา สาขาปากช่อง , เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน คนงานของบริษัทฟูไน (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 835 หมู่ 18 บ้านซับม่วง ริมถนนสายปากช่อง-ลำสมพุง ต.จันทึก ซึ่งประกาศปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน กรณีสำนักงานใหญ่ (ประเทศญี่ปุ่น) มีการประกาศล้มละลายต่อศาลที่ญี่ปุ่น ทำให้คนงานทั้งหมด 831 คน ตกงาน และในวันนี้ จะต้องได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย แต่บริษัทได้เรียกประชุมวานนี้ แจกเอกสารคนละ 1 แผ่น ว่าจะได้รับเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย สิทธิประโยชน์อื่นๆ ว่าจะได้เป็นเงินเท่าใด แต่จะจ่ายให้อีกไม่เกิน 90 วัน และยังไม่ทราบว่าเมื่อครบ 90 วันแล้ว จะได้เงินหรือไม่ ทางฝ่ายบริหารของญี่ปุ่น ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน พร้อมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

นางสาวปุชรัสมิ์ พนักงานบริษัทที่ทำงานมากกว่า 19 ปี 6 เดือน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าจะได้รับค่าชดเชยอย่างไร วานนี้ได้รับเอกสารจากฝ่ายบุคคล ว่าจะได้รับค่าชดเชย รวมเป็นเงิน 198,602 บาท แต่จะได้เมื่อไหร่ยังไม่รู้เลย บอกว่าจะจ่ายให้ภายใน 90 วัน หรือเร็วกว่านั้น แต่ถ้าไม่ได้ พวกเราจะรวมตัวกันไปที่แรงงานจังหวัดนครราชสีมา การหยุดงานกะทันหันแบบนี้ทุกคนเดือดร้อนหมด ไม่ใช่แค่ตัวคนเดียว ยังมีครอบครัว มีลูกที่ต้องรับผิดชอบ ผ่อนรถ และอายุมากขนาดนี้ จะไปทำงานอะไรได้ จะไปเริ่มนับหนึ่งหรืออย่างไร

ส่วนคนงานชายอีกคน กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ว่ารู้สึกเสียใจและผิดหวัง ทำงานมา 11 ปี ทุกคนมีภาระค่าใช้จ่าย จะได้เงินชดเชยเมื่อไหร่ยังไม่รู้ และยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน พูดง่ายๆ มืดแปดด้าน ตนเป็นคนต่างจังหวัดด้วย อายุขนาดนี้จะไปทำอะไร

ด้าน นายอภิชาติ ผจก.อาวุโสฝ่ายผลิต กล่าวว่า วันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของคนงาน 831 คน รวมทั้งตัวเองด้วย บริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ล้มละลาย มีผลมาถึงบริษัทที่ประเทศไทย ต้องปิดกิจการถาวร วันนี้พนักงานทุกคนมาลงทะเบียนว่างงาน และที่สำคัญ พนักงานทุกคนยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย บริษัทแจ้งบอกว่า ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายในวันนี้ ทำให้พนักงานทุกคนเดือดร้อน ตนก็รอเงินเหมือนกัน รอนโยบายของบริษัทจะว่ายังไง

ก่อนหน้านี้ผู้บริหารชาวญี่ปุ่น ได้พูดคุยกับพนักงานแล้วว่า วันนี้ยังไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชย มีแค่เงินเดือน เดือนสุดท้ายเท่านั้น และถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการแจ้งความดำเนินคดีทางฝ่ายบริษัท ก็พร้อมที่จะถูกแจ้งความดำเนินคดี ตนทำงานมา 14 ปี จะได้เงินชดเชยตามกฎหมายก็เกือบหนึ่งล้านบาท เพราะว่าอยู่นาน แต่ก็ยังไม่ได้ ตนอายุ 52 ปีแล้ว ตำแหน่งผู้จัดการจะไปทำอะไรที่ไหนได้ บ้านก็ซื้อ ต้องผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายในครอบครัว ความเดือดร้อนไม่ใช่มีแค่บริษัทกับพนักงาน เป็นบริษัทมาจากญี่ปุ่น แสดงถึงความรับผิดชอบ อยากจะฝากไปถึงผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ควรมีมาตรการป้องกันบริษัทที่มาจากต่างชาติ มาตั้งโรงงานแล้วต้องปิดกิจการล้มละลายแบบนี้ ควรจะต้องมีหลักประกัน มีเงินชดเชยจ่ายให้กับพนักงาน

ที่มา: 3Plus, 13/11/2567

กลุ่มผู้รับเหมาช่วงโครงการพลังงานสะอาดนำแรงงานนับพันคนบุกทำเนียบรัฐบาล

กลุ่มผู้รับเหมาช่วง โครงการ CFP พลังงานสะอาด โรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ นำแรงงานกว่าพันคนเดินทางจาก อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถึงหน้าทำเนียบรัฐบาลแล้วตั้งแต่เวลา 07.30 น.ที่ผ่านมา เตรียมเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังถูกกิจการร่วมค้า UJV ที่ประกอบด้วย Samsung E&A (Thailand) Co., Ltd., Petrofac South East Asia Pte. Ltd., และ Saipem Singapore Pte., Ltd. เบี้ยวจ่ายค่าจ้างนาน 6-8 เดือน รวมเป็นเงินหลายพันล้านบาท ในเวลา 09.30 น.วันนี้ (12 พ.ย.)

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 12/11/2567

สสช. เผย “ภัยธรรมชาติ” ส่งผลกระทบทำให้อัตราคนไทยมีงานทำลดลง

นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยข้อมูลการจ้างงานในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 โดยพบว่า จำนวนผู้มีงานทำลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยสาเหตุหลักมาจากการหดตัวของการจ้างงานในภาคเกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรกรรมยังคงมีแนวโน้มขยายตัวในบางสาขา เช่น การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า ที่พักแรม และบริการด้านอาหาร ซึ่งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กิจกรรมการจ้างงานในครัวเรือนส่วนบุคคลก็ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่จำนวนผู้ว่างงานในประเทศอยู่ที่ 410,000 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.0 ซึ่งคงที่จากปีที่ผ่านมา

ในภาคเกษตรกรรม มีการขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้าถึงร้อยละ 10.54 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลกระทบจากสภาพอากาศและปริมาณน้ำที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการผลิตทางการเกษตร รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ทำงานในภาคนี้ ทำให้จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือ การลดลงของกลุ่มแรงงานที่มีชั่วโมงทำงานน้อยหรือเสมือนว่างงาน โดยมีจำนวนลดลงถึง 770,000 คน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการปรับตัวของตลาดแรงงานในระยะยาว

ที่มา: TNN, 11/11/2567

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง