Skip to main content
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลักสูตรบาลีของคณะสงฆ์ไทยไม่ใช่การเรียนแบบวิชาการหรือฝึกให้ตั้งคำถามกับคำสอน เเต่ออกแบบมาเพื่อพิทักษ์พุทธศาสนาเถรวาทแบบไทย โดยเริ่มจากเน้นการท่องจำไวยากรณ์ เรียนรู้เรื่องกฎแห่งกรรมตามแบบธรรมบท/มงคลชีวิต แยกว่าอะไรเป็นเถรวาทที่แท้ผ่านการศึกษาข้อปฏิบัติของพระสงฆ์แบบเถรวาทสายมหาวิหาร (ศรีลังกา) ตลอดจนการแต่งบทบาลีสรรเสริญพระมหากษัตริย์

เรียนบาลีเพื่อเป็นพระเถรวาทภายใต้พระบรมโพธิสมภาร

เปรียญ 1-3 เรียนวิชา "ไวยากรณ์บาลี" และ "อรรถกถาธรรมบท" เริ่มจากเน้นให้ท่องจำไวยากรณ์ ซึ่งรับรู้กันว่าในวิชานี้ใครเขียนตามที่ท่องจำมาได้ก็สอบผ่าน อีกวิชาคือแปลนิทานธรรมบทจากภาษาบาลีเป็นไทย ซึ่งมักเป็นเรื่องกฎแห่งกรรม เช่น พระเทวทัต (ธรรมบทภาคที่ 1) ในชั้นประโยค 3 เพิ่มวิชาสัมพันธ์และการเขียนจดหมายราชการเข้ามา ซึ่งสะท้อนชัดว่า ต้องการฝึกพระให้ทำงานเลขา ในระบบราชการการปกครองคณะสงฆ์

เปรียญ 4-5 เปลี่ยนเป็นตำรา "มังคลัตถทีปนี" คืออธิบายมงคลชีวิต 38 ผลลัพธ์ของการเรียนมาถึงขั้นนี้คือ มีนิทานจำนวนมากที่ใช้เทศน์สอนชาวบ้านว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร

เปรียญ 6-7 ใช้ตำรา "สมันตปาสาทิกา" ซึ่งอธิบายวินัยของพระ เป็นการเรียนรู้เกณฑ์ในการวินิจฉัยว่าพฤติกรรมใดเหมาะสม/ไม่เหมาะสมตามแบบเถรวาทมหาวิหารศรีลังกา

เปรียญ 8 ใช้หนังสือ "วิสุทธิมรรค" ซึ่งอธิบาย ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นฐานให้นักเรียนได้รู้วิธีปฏิบัติธรรมตามแบบเถรวาท และเพิ่มวิชาเเต่งฉันท์ภาษาบาลีเข้ามา ตำราที่ใช้คือ "มงคลวิเสสกถา" ซึ่งเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่พระสมัยก่อนเทศน์ยกย่องพระมหากษัตริย์

ชั้นเปรียญ 9 ใช้ตำรา "อภิธัมมัตถวิภาวินี" หรืออธิบายอภิธรรมและวิชาแต่งไทยเป็นบาลีก็ใช้ตำรา "มงคลวิเสสกถา" เช่นเดียวกับ ป.ธ. 8 ซึ่งฝึกให้เเต่งคำสรรเสริญพระเจ้าแผ่นดินเป็นภาษาบาลีให้ได้

ทั้งนี้ตั้งเเต่เปรียญ 4 เป็นต้นมาก็จะเอาตำราเรียนของชั้นก่อนหน้ามาเป็นวิชา "แปลไทยเป็นบาลี" อาจเพื่อให้ได้ทบทวนความรู้เดิม และใช้เป็นฐานความรู้ในการเเต่งภาษาบาลีด้วย นอกจากจะเเค่แปลเป็นภาษาไทย 


จินตนาการ VS ความเป็นจริง ที่ชาวพุทธมีต่อศาสนาตัวเอง

เราจะพบสิ่งเหนือธรรมชาติหรือตรรกะวิบัติจำนวนมากในตำราเรียน (ที่รวมทั้งในพระไตรปิฎกด้วย) เเต่ชาวพุทธมักทำเป็นมองไม่เห็นเรื่องเหล่านั้น เช่น ไม่ค่อยยอมรับว่าพระพุทธเจ้าเดินได้ 7 ก้าวและพูดได้ตั้งเเต่เกิด เเต่หันมาชูคำสอนที่ดูมีเหตุมีผลเเทน

ในเรื่อง สามเณรบัณฑิต (ธรรมบทภาคที่ 4) เล่าถึงสิ่งที่ทำให้รวยว่าเป็นผลมาจากการทำบุญ กล่าวถึงนายทุคตะคนยากจนแต่ก็ยังอยากทำบุญ เขาทำตัวเป็นสะพานบุญชักชวนคนให้มาร่วมถวายอาหารพระ ซึ่งผลบุญนั้นทำให้ฝนตกลงมาเป็นเเก้วแหวนเงินทองจนเต็มบ้าน เปลี่ยนจากคนยากจนเป็นมหาเศรษฐี

อีกเรื่องคือ จูเฬกสาฎก (ธรรมบทภาคที่ 5) เป็นพราหมณ์ยากจนที่ถวายผ้าห่มแก่พระพุทธเจ้าในช่วงสุดท้ายของการฟังธรรม คือเลื่อมใสแต่ก็คิดอยู่นานเพราะตนและเมียมีผ้าห่มแค่ผืนเดียว เเต่เมื่อตัดสินใจถวายก็มีอานิสงส์มาก ทำให้พระราชาพระราชทานทรัพย์จำนวนมาก จนเขากลายเป็นคนรวย

คัมภีร์เล่าต่อว่า ถ้าเขาไม่ขี้เหนียว ถวายตั้งเเต่เเรกแม้จะหมดตัว ก็จะได้บุญ/รวยกว่านี้หลายเท่า เรื่องนี้ยังถูกเอาไปใช้สอนโดยธรรมกายเพื่อให้คนไม่รู้สึกหวงทรัพย์สินเวลาทำบุญ (DMC, 2550) นั่นไม่ใช่ธรรมกายนอกรีต เเต่พวกเขาเป็นมหาเปรียญและยึดคัมภีร์พุทธ

ทั้งสองเรื่องสอนเหมือนกันคือ คนจะรวยไม่ใช่เพราะขยันทำงาน แต่เพราะทำบุญ และสิ่งเหนือธรรมชาติ เทวดาหรือพระราชาจะประทานความรวยให้เขาเอง ดังนั้น หากพระในปัจจุบัน เช่น ว.วชิรเมธี สอนว่าอยากรวยให้รู้จักขยัน หางานที่เหมาะกับตน ไม่เป็นลูกน้องแต่เปลี่ยนมาเป็นเจ้านาย หาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา (Thairath, 2567) คำสอนของ ว.วชิรเมธีถือว่ามีเหตุมีผลกว่าคัมภีร์พุทธที่มหาเปรียญศึกษากันด้วยซ้ำ


มหาเปรียญผู้พิทักษ์พระศาสนา

มีตัวอย่างของคนที่จบเปรียญ 9 แล้วทำหน้าที่พิทักษ์เถรวาทมากมาย ตั้งเเต่หลวงพ่อ ป.อ.ปยุตโต ที่เขียนหนังสือ กรณีสันติอโศก (2531) กรณีธรรมกาย (2542) รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัด ให้ตรง กรณีพระคึกฤทธิ์ (2558) หรือคนที่สึกเป็นฆราวาสเเละยังทำหน้าที่นี้อยู่ก็เช่น ทองย้อย เเสงสินชัย ตลอดจนเเพรรี่ (อดีตพระมหาไพรวัลย์) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในสื่อที่จะบอกว่า ความเชื่อใดผิดหรือถูกตามหลักการของพุทธศาสนา (เจษฎา บัวบาล, 2561)


การพิทักษ์ในโลกยุคใหม่อย่างหนึ่งคือ "ปฏิเสธว่าความงมงายไม่มีอยู่ในพุทธศาสนา" สมคิด แสงจันทร์ (2562) ยกตัวอยากกรณีพระมหาไพรวัลย์ซึ่งปฏิเสธว่าศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้คนกินฉี่ ว่าเเท้จริงแล้วในพระไตรปิฎกพระพุทธเจ้า "อนุญาตให้กินขี้ด้วย" ซึ่งตัวอย่างนี้ชี้ว่า สิ่งที่ผู้พิทักษ์ศาสนาทำโดยชี้ว่าคนอื่นงมงายหรือบิดเบือนคำสอนพุทธ เเท้จริงแล้วพวกเขานั่นแหละที่เลือกจะละเลย/บิดเบือนบางส่วนของคัมภีร์ไป เเล้วเลือกเอาเฉพาะที่ตนเห็นว่ามีเหตุมีผลมาเสนอ

ว.วชิรเมธีเองก็เคยทำหน้าที่นั้น ในวิทยานิพนธ์ ป.โท สาขาพุทธศาสตร์ (มจร.) ปี 2546 โดยอิงกับคำอธิบายแบบปยุตโต ได้วิจารณ์ธรรมกายว่าบิดเบือนคำสอน เป็นภัยต่อพุทธศาสนาอย่างยิ่ง (Nation TV, 2560) ซึ่งท่าทีของ ว.วชิรเมธี เปลี่ยนไปเมื่อต้องเป็นเจ้าอาวาสและต้องสร้างวัด พบปะผู้คนที่หลากหลายขึ้น ต้องสร้างสัมพันธ์กับพุทธนิกายต่างๆ เช่นมหายานและวัชรยาน คงมองว่าการพิทักษ์ศาสนาแบบเดิมอาจเป็นอุปสรรคกับการเผยแผ่ศาสนาในสังคมที่หลากหลาย

อวยชาวบ้าน VS สรรเสริญกษัตริย์

การเเต่งฉันท์หรือเเต่งไทยเป็นบาลีในชั้นเปรียญ 8-9 ที่ใช้หนังสือ มงคลวิเสสกถา เป็นตัวอย่างในการฝึกให้พระเเต่งคำสรรเสริญพระราชาและราชวงศ์ ซึ่งยังพบได้จนปัจจุบันที่มีคำอวยพรหรือบทสวดใหม่ๆ ออกมาช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา และคณะสงฆ์ยังประกาศให้วัดทั่วไปจัดงาน/สวด/เทศน์บทเหล่านั้นด้วย เรามาดูตัวอย่างในตำราเรียนของพระกันครับ

"พระเจ้าพรรดิราชผู้สามารถในราชกิจฝ่ายทหารและพลเรือน อันเป็นหน้าที่ของตนเป็นตัวอย่าง ถ้าสมเด็จบรมกษัตริยาธิราชเจ้าทรงประกอบด้วยความสามารถ ก็อาจจะดํารงเอกราไชศวรรยาธิปัตย์ ปกครองรัชสีมามณฑล ป้องกันปรปักษ์มิให้มาย่ํายีได้ ... สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าทรงประกอบด้วยสามัตถิยคุณนี้แล้ว ดำรงเอกราชสยามาณาจักรให้สมบูรณ์เกษมสุขปราศจากภัย" (มงคลวิเสสกถา, 2546, น. 26)

หนังสือได้กล่าวยกย่องการบริจาคลูกเป็นทานของเวสสันดรไว้ด้วย (น. 52) ซึ่งนักเรียนมีหน้าที่เเค่แปล/แต่งไปตามเนื้อหาที่ให้มา ไม่ใช่การตั้งคำถามว่าการบริจาคลูกเป็นเรื่องละเมิดสิทธิเด็กหรือขัดจริยธรรมหรือไม่ การคาดหวังให้มหาเปรียญเป็นนักวิชาการที่ตีความต่างออกไปจึงเกิดขึ้นได้ยาก อย่างไรก็ตาม การยกย่องพระราชาดูจะไม่ถูกตั้งคำถามเท่ากับการที่พระยกย่องชาวบ้านทั่วไป

จริงๆ แล้ว งานศพพระก็มักเทศน์ยกย่องคนตาย งานกฐิน ผ้าป่า ก็เทศน์ชื่นชมคนมาทำบุญ (เอาเงินมาให้) พระพุทธเจ้าเองยกย่องวิสาขา อนาถปิณฑิกะหรือฆราวาสคนอื่นๆ ถึงขั้นตั้งเอตทัคคะให้ ฉะนั้นการอวยฆราวาสดูจะเป็นเรื่องปกติมากในประวัติศาสตร์พุทธ หรือแม้กระทั่งอวยพระเจ้าอโศก ว่าเป็นต้นแบบของผู้สนับสนุนศาสนา ที่ไม่เพียงสนับสนุนการทำสังคายนาครั้งที่ 3 แต่ยังช่วยจับสึกพระปลอมที่ไม่รู้หลักคำสอนที่"เเท้จริง"ของเถรวาทออกไปไม่ให้ศาสนามัวหมองด้วย (อยู่ในตำราเปรียญ 8) การปลูกฝังวิธีคิดแบบเผด็จการนี้ยังส่งผลมาสู่การต้องจัดการ "พระที่อวยคนผิด" แม้ตอนนั้นเขาจะรู้หรือไม่ก็ตาม


ปัญหาของ "โลกวัชชะ" กรณีพระอวยชาวบ้าน

"โลกวัชชะ" เป็นความผิดทางโลก ที่คนทั่วไปยอมรับกันว่าเป็นความชั่ว เช่น ฆ่าคน ลักทรัพย์ ตรงกันข้ามกับความผิดอีกอย่างคือ "ปัณณัติวัชชะ" หรือ โทษทางศาสนา เช่น กินข้าวตอนเย็นผิดศีล แต่คนทั่วไปไม่มองว่าชั่ว เพราะใครๆ ก็กินข้าวตอนเย็นกัน ปัณณัตติวัชชะจึงเป็นเรื่องที่องค์กรศาสนาสมมติขึ้นเพื่อจะชี้ว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่ละศาสนาอาจกำหนดไว้ไม่เหมือนกัน (เจษฎา บัวบาล, 2560)

"การอวยฆราวาส" เป็นเรื่องของความเหมาะสม/ไม่เหมาะสม จึงเป็นเรื่อง ปัณณัติวัชชะ ไม่ใช่ โลกวัชชะ (ที่แปลเอาตามตัวแบบไทย) แต่อย่างไรก็ตาม เเม้ใช้คำว่า "โลกวัชชะ" ต่อไป ก็มีข้อถกเถียงกันอีกว่า เมื่อเเต่ละคนเห็นไม่ตรงกันว่าสิ่งนี้เหมาะสมหรือไม่ แล้วใครจะเป็นคนตัดสิน?

เมื่อพุทธะยังอยู่ พุทธะจะชี้ขาดว่่าสิ่งนี้ทำได้ไหม แม้บางครั้งจะกลืนน้ำลายตัวเอง เช่น ห้ามไม่ให้พระเเสดงฤทธิ์ แต่ตนเเสดงฤทธิ์ได้ (ธรรมบทภาคที่ 6) แต่เมื่อไม่มีพุทธะ ก็ไม่มีคนวินิจฉัย และที่ยากกว่านั้นคือ "การรวบอำนาจคณะสงฆ์ทั้ง 300,000 รูป ให้อยู่ใต้การปกครององค์กรเดียว" ทำให้วิถีที่เเตกต่างออกไปถูกจัดการ

นั่นคือ บางชุมชนเห็นว่าพระควรปั่นจักรยานได้ บางที่บอกว่าไม่ได้ เช่นเดียวกับที่ลูกศิษย์ของ ธรรมชโย หรือ ว.วชิรเมธี ยังศรัทธาต่ออาจารย์ของเขา แม้ชาวพุทธกลุ่มอื่นจะไม่ศรัทธาด้วยก็ตาม แต่ตราบใดที่สมาชิกกลุ่มของเขายังให้การสนับสนุน ก็จะยังคงอยู่ได้ต่อไป การใช้อำนาจสั่งให้พระบางสำนักห้ามปั่นจักรยาน ห้ามโกนคิ้ว หรือห้ามสรรเสริญนาย ก. เป็นการมองไม่เห็นความหลากหลายที่ชุมชนนั้นๆ ควรเติบโตในแบบของตนเอง ด้วยเหตุนี้ การใช้วิธีคิดแบบ "โลกวัชชะ" จากมุมมองของชุมชนหนึ่งไปตัดสินหรือใช้อำนาจรัฐจัดการชุมชนอื่นจึงมีปัญหา


บทสรุป

ปรากฏการณ์ของชาวพุทธกลุ่มต่างๆ ที่เราเห็นอยู่ล้วนเป็นตัวสะท้อนว่า เป็นไปตามหลักสูตรของมหาเปรียญ ตั้งเเต่การท่องจำ เทศน์ไปตามที่เรียน (ไม่ต้องตั้งคำถาม) สอนให้คนทำบุญแล้วจะร่ำรวย ต้องช่วยกำจัดคนชั่วไม่ให้มีที่ยืนเพื่อพิทักษ์พระพุทธศาสนาแบบเถรวาท (ตามที่ตนตีความ) หรือพูดอวยฆราวาส ก็ล้วนมีอยู่ในตำราเรียนตั้งเเต่เปรียญ 1-9 การด่าพระว่า "ไม่รู้จักคำสอนพุทธ" จึงมักเกิดจากการจินตนาการว่าศาสนาพุทธมีเหตุผล ซึ่งผู้พูดนั่นแหละที่ไม่ได้เรียนรู้คัมภีร์ต่างๆ ของพุทธอย่างมากพอ

การออกจากปัญหาเดิมๆ อาจต้องช่วยส่งเสริมให้พระหรือชาวพุทธเรียนรู้ศาสนาแบบวิชาการ ตั้งคำถาม ไม่ติดกำดักพุทธเเท้บริสุทธิ์ จนไปถึงการเกิดรัฐโลกวิสัย ที่ถึงตอนนั้นใครจะอวยใครก็เป็นเรื่องของกลุ่มศาสนิกนั้นๆ เอง ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์วิจารณ์และเห็นต่างกัน เเต่ไม่ใช่การใช้อำนาจรัฐไปจัดการศาสนิกที่สอนต่างไปจากเรา

 

 

อ้างอิง

DMC. (2550). มงคลที่ 15 บำเพ็ญทาน - ชิตัง เม ... เราชนะแล้ว. เข้าถึงจาก https://www.dmc.tv/article/2818

Nation TV. (2560). เปิดวิทยานิพนธ์ "ว.วชิรเมธี" ถึง ธรรมกาย. เข้าถึงจาก https://www.nationtv.tv/news/378535827

Thairath (2567). ไวรัลคลิป "ท่าน ว.วชิรเมธี" ชี้ "อยากรวยต้อง THE iCON แล้ว". เข้าถึงจาก https://t.ly/nHOFK

เจษฎา บัวบาล. (2560). โลกวัชชะ: ใครคือผู้กำหนดพฤติกรรมที่เหมาะสมของพระ? เข้าถึงจาก https://prachatai.com/journal/2017/11/73914

เจษฎา บัวบาล. (2561). การพิทักษ์จารีตของพุทธเถรวาทไทยผ่านการเรียนบาลี. เข้าถึงจาก https://prachatai.com/journal/2018/03/75799

ธรรมบทภาคที่ 1 เรื่อง พระเทวทัต. เข้าถึงจาก https://t.ly/s6EHf

ธรรมบทภาคที่ 4 เรื่อง สามเณรบัณฑิต. เข้าถึงจาก https://t.ly/3grbb

ธรรมบทภาคที่ 6 เรื่อง ยมกปาฏิหาริย์. เข้าถึงจาก https://t.ly/svACg

ป.อ.ปยุตโต. (2542). กรณีธรรมกาย: บทเรียนเพื่อการศึกษาพระพุทธศาสนาและสร้างสรรค์สังคมไทย. เข้าถึงจาก https://www.watnyanaves.net/th/book_detail/10

ป.อ.ปยุตโต. (2531). กรณีสันติอโศก. เข้าถึงจาก https://www.watnyanaves.net/th/book_detail/12

ป.อ.ปยุตโต. (2558). รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัด ให้ตรง (กรณีพระคึกฤทธิ์). เข้าถึงจาก https://www.watnyanaves.net/th/book_detail/611

สมคิด แสงจันทร์. (2562). 'พระพุทธเจ้าไม่ใช่หมอ' ว่าด้วยมุมมองทางสังคมวิทยาต่อการอนุญาตให้ภิกษุดื่มฉี่และกินขี้. เข้าถึงจาก https://www.tcijthai.com/news/2019/9/article/9384

มงคลวิเสสกถา. (2546). สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นต้นเเต่งถวายในหลวง. ตีพิมพ์โดยวัดปากน้ำ. เข้าถึงจาก https://ebook.dmc.tv/book/339

 

หมายเหตุ: ภาพจาก https://t.ly/180yM

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง